ยาเสพติด เลิกยาก แต่เลิกได้ ไขความจริงกับทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการเลิกยาเสพติด - ภูฟ้าเรสท์โฮม
29 สิงหาคม 2566
ยาเสพติด หนึ่งในปัญหาหลักของสังคมไทยที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศไทยก็ยังคงน่าเป็นห่วง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการระบาดของยาเสพติดในหมู่เด็กและเยาวชน
หากเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน ผู้ติดยาเสพติดมักเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน หรือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด
แต่ในปัจจุบัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความท้าทายมากขึ้นตามไปด้วยหลากหลายของการตลาดทำให้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป เด็กและเยาวชนเข้าถึงเครือข่ายยาเสพติดได้ง่ายมากขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยพ่อค้าคนกลาง อีกทั้งรูปแบบการขนส่งในปัจจุบันถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศ ผู้ขายมีทางเลือกในการจัดส่งสินค้าที่หลากหลาย ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจึงมีความท้าทายมากขึ้นตามไปด้วย
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทย นั่นก็คือ ตัวเลขรายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศซึ่งคิดเป็นกว่า 78.67% จากคดีผู้ต้องขังทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าคดียาเสพติดนับว่าเป็นคดีที่พบผู้ต้องหามากที่สุดเมื่อเทียบกับคดีอื่น ๆ ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สถิติตัวเลขผู้ต้องขังสูงถึง 206,361 คน แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขผู้เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติด จากกระทรวงสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2566 พบว่ามีผู้ได้รับการบำบัดเพียง 144,745 คนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ กว่า 20% เป็นเด็กและเยาวชนในช่วงอายุระหว่าง 12-24 ปี
สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ติดยาเสพติดยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง มาจากการที่ผู้เสพหน้าเก่ายังคงกลับไปเสพซ้ำ ขณะเดียวกันจำนวนผู้เสพหน้าใหม่ก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ
โดยทั่วไปกลไกที่กระตุ้นให้ผู้ติดยาเสพติดกลับไปเสพซ้ำมักเกิดขึ้นเมื่อผู้เสพต้องเผชิญกับสภาวะความกดดัน หรือสถานการณ์ที่บีบบังคับให้หาทางออกเพื่อหลีกหนีปัญหา การใช้ยาเสพติดจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่ถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น การกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น บุคลิกและนิสัยส่วนตัวของผู้ป่วย ลักษณะการใช้ชีวิต แรงกดดันจากครอบครัว สังคม รวมถึงปัญหาอื่นๆ
สาเหตุของการติดยาเสพติด
สาเหตุของการติดยาเสพติดในปัจจุบันมาจากหลากหลายปัจจัยด้วยกัน สำหรับปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่
1. ตัวผู้เสพ
การที่ตัวเองมีความคึกคะนอง อยากรู้ อยากลอง คล้อยตามคำเชิญชวนของกลุ่มเพื่อน หรือแม้แต่การเชื่อคนง่าย ย่อมนำไปสู่ความเสี่ยงในการใช้ยาเสพติด ความสงสัย อยากรู้และอยากลอง ไม่ว่าจะเกิดกับตัวเองหรือถูกกระตุ้นจากบุคคลภายนอกก็ตาม เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่นำไปสู่การริเริ่มใช้ยาเสพติด จากการลองใช้ครั้งแรก เกิดเป็นความพึงพอใจ นำไปสู่การใช้อย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะเสพติดนั่นเอง
2. ครอบครัว
ครอบครัวคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ปัญหายาเสพติด เนื่องจากครอบครัวเป็นกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกันที่สุด พฤติกรรมของคนในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและมีอิทธิพลต่อสมาชิกในครอบครัวเป็นอย่างมาก สาเหตุของปัญหายาเสพติดที่เกิดจากครอบครัวอาจมาจากการที่คนในครอบครัวเป็นผู้ใช้ยาเสพติดอยู่แล้ว นำไปสู่พฤติกรรมการเลียนแบบ อยากรู้ อยากลองใช้
นอกจากนี้ อีกสาเหตุของปัญหายาเสพติดที่มาจากครอบครัว คือ ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว สิ่งแวดล้อมภายในบ้านขาดการดูแลเอาใจใส่ ครอบครัวขาดความอบอุ่น รวมถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อาทิ การทะเลาะเบาะแว้งระหว่างสมาชิกในบ้าน การเลิกรา หย่าร้างของพ่อแม่ ทำให้ลูกรู้สึกขาดความรัก ความอบอุ่น ทำให้เด็กโหยหาความสุขจากสิ่งอื่น ๆ
3. สังคมและสิ่งแวดล้อม
การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด อาทิ ชุมชนแออัด แหล่งมั่วสุม หรือแหล่งที่มีการค้ายาเสพติด ย่อมทำให้การเข้าถึงยาเสพติดเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของคนเรา
สังคมหรือกลุ่มคนใกล้ชิดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการถูกชักชวนหรือการถูกหลอก หากอยู่ในสังคมที่ใกล้ชิดกับอบายมุข หรือแหล่งมั่วสุม ย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด
4. เศรษฐกิจ
สภาพเศรษฐกิจและรายได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการใช้ยาเสพติด ปัญหาทางการเงิน ภาวะความยากจน การว่างงาน ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินและความเครียด รวมไปถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ การหันไปใช้ยาเสพติดจึงเป็นทางเลือกเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด หรือหลีกเลี่ยงปัญหานั่นเอง
ผลกระทบของการใช้ยาเสพติด
ขึ้นชื่อว่ายาเสพติด ก็คือ สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้น และเมื่อนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม ตั้งแต่ กิน ดื่ม เสพ สูด ดม และอื่น ๆ ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจ ซึ่งการใช้ยาเสพติด ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวผู้ใช้ แต่ยังคงส่งผลต่อเนื่องไปยังบุคคลรอบข้าง ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจอีกด้วย
ผลกระทบต่อตัวผู้เสพ
ทางร่างกาย - สารเสพติดชนิดใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะสังเคราะห์หรือไม่สังเคราะห์ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายของผู้ใช้ ฤทธิ์ของยาเสพติดจะค่อย ๆ ทำลายการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย นำไปสู่ภาวะโรคแทรกซ้อน ผู้ใช้ยาเสพติดมักมีลักษณะซูบผอมเหมือนคนไม่ได้พักผ่อน ร่างกายทรุดโทรม อ่อนเพลีย เสียบุคลิกภาพ การควบคุมกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง
ทางจิตใจ - ยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ถึงแม้จะออกฤทธิ์ต่างกัน ไม่ว่าจะออกฤทธิ์กดประสาท กระตุ้นประสาท หรือทั้งสองอย่าง ฤทธิ์ของยาเสพติดจะค่อย ๆ เข้าไปทำลายการทำงานของระบบประสาทและสมอง สมรรถภาพทางอารมณ์และจิตใจบกพร่อง อารมณ์แปรปรวน ฉุนเฉียวง่าย บางทีอาจมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล กระสับกระส่าย ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะจิตเภทได้
ผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง
ครอบครัวใดที่มีผู้ติดยาเสพติด ครอบครัวนั้นย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื่อมเสียชื่อเสียง เงินทอง และสูญเสียบุคคลซึ่งสามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนครอบครัว เช่นการที่พ่อติดยาเสพติด พ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ละเลยการทำหน้าที่ของตัวเอง นำพาปัญหาและหนี้สินมาสู่ครอบครัว ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีและเป็นแบบอย่างให้กับลูกหลานได้ ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย อีกทั้ง ยังมีความเสี่ยงต่อการที่สมาชิกในครอบครัวจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยเช่นกัน
ผลกระทบต่อสังคม
สังคมหรือชุมชนที่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติด หรือมีผู้ติดยาเสพติดอาศัยอยู่ มักเป็นสังคมที่ไม่ปลอดภัยทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้คนในชุมชนเกิดความหวาดระแวง เกรงกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิต อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เช่นการลักทรัพย์ ขโมยของ ปล้นจี้ เพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติด ข่าวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ก่อเหตุติดยาเสพติดจึงมีให้เห็นอยู่ทุกวันและไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ยิ่งผู้ติดยาเสพติดมีปริมาณมาก เงินที่จะถูกนำไปซื้อยาเสพติดก็ยิ่งมีมาก หรือเรียกได้ว่า ยิ่งความต้องการซื้อมีมากเท่าไหร่ ความต้องการขายก็ยิ่งมีมากขึ้นตามลำดับ เพราะฉะนั้น ในปีนึง จึงมีเงินที่ไหลออกนอกประเทศเพื่อสนับสนุนตลาดยาเสพติดจำนวนมหาศาล เปรียบเสมือนการสนับสนุนให้ผู้ผลิตยาเสพติดยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่อง แทนที่เงินจำนวนนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ แต่กลับทำให้เงินไหลออกนอกประเทศเพื่อไปส่งเสริมกิจกรรมที่ผิดกฏหมาย ผู้ติดยาเสพติดจึงเหมือนกับผู้ที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ทำลายความมั่นคงและความสงบสุขของประเทศ อีกทั้งยังทำให้ประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียงและกำลังคน ประกอบกับงบประมาณจำนวนไม่น้อยในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
เส้นทางการเลิกยาเสพติด
เพราะยาเสพติดออกฤทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นการเลิกยาเสพติดให้ได้ผล ผู้ป่วยต้องได้รับการบำบัดรักษายาเสพติดทั้งทางร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกัน
การบำบัดยาเสพติดทางร่างกาย
สามารถทำได้หลายวิธี ด้วยการให้ผู้ป่วยใช้ตัวยาอื่นเพื่อทดแทนการใช้ยาเสพติด เป็นการดีท็อกซ์และถอนพิษยา อาจใช้การแพทย์แผนไทยเช่นการฝังเข็ม หรือสมุนไพรถอนพิษยาเป็นตัวเลือกในการรักษาได้
การบำบัดยาเสพติดทางจิตใจ
เป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนการทำงานของสมองให้กลับสู่ความสมดุล เนื่องจากฤทธิ์ของยาเสพติดสร้างความเสียหายต่ออารมณื ความคิด และพฤติกรรมของผู้ใช้ยา การบำบัดรักษายาเสพติดทางด้านจิตใจจึงมีความสำคัญไม่ต่างกับการถอนพิษยาทางกาย เมื่อจิตใจผู้ป่วยถูกบำบัดและฟื้นฟูให้เข้มแข็ง จะส่งผลให้การบำบัดยาเสพติดมีประสิทธิภาพและได้ผลอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น วิธีบำบัดยาเสพติดทางใจ ได้แก่
- สมาธิบำบัด ฝึกสติและสมาธิ
- จิตบำบัด การให้คำปรึกษาโดยจิตแพทย์ หรือนักวิเคราะห์ เพื่อประเมินสภาวะทางจิตใจของผู้ป่วย
- ดนตรีบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มทักษะด้านอารมณ์
- ศิลปะบำบัด ให้ผู้ป่วยได้แสดงออกทางอารมณืเพื่อเป้นการผ่อนคลาย
- อาชีวบำบัด เป็นการส่งเสริมให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ อาทิ กิจกรรมสร้างเสริมอาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้
‘หักดิบ’ เลิกยาด้วยตัวเอง ได้ผลจริงหรือไม่
การเลิกยาเสพติดด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่าวิธีการหักดิบ เป็นการหยุดใช้สารเสพติดอย่างกระทันหันเมื่อมีการใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เป็นวิธีที่ผู้ติดยาส่วนมากพยายามเลิกยาด้วยตัวเองเพราะเชื่อว่าหากมีความตั้งใจมากพอ ก็จะสามารถเลิกยาได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลาย ๆ คนมองข้ามก็คือ หากร่างกายได้รับสารเสพติดชนิดใดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่างกายจะปรับตัวให้ชินเมื่อได้รับสารเหล่านั้น ทำให้ผู้ใช้สารเสพติดค่อย ๆ เพิ่มปริมาณการใช้สารเสพติดมากขึ้น หรืออาจต้องใช้ชีวิตโดยพึ่งพาสารเหล่านั้นก็เป็นได้ เมื่อมีการหักดิบหรือหยุดใช้ยากระทันหัน จึงมักเกิดอาการถอนยา (Withdrawal Symtom) คืออาการกระวนกระวาย และกระสับกระส่ายเมื่อเกิดอาการขาดยานั่นเอง
- อาการถอนยาที่มักพบในผู้ป่วย
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด กระวนกระวาย
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
- ปวดหัว ปวดท้อง
- ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกไม่สบายตัว
- เปรี้ยวปาก คลื่นไส้ อาเจียน
โดยในระยะถอนยานี้ หากผู้ป่วยไม่สามารถต้านทานอาการอยากยาได้ ก็มีแนวโน้มสูงที่ผู้ป่วยจะกลับไปใช้ยาเสพติดเช่นเดิม
เพราะฉะนั้นการเลิกยาด้วยตนเองโดยวิธีหักดิบจึงไม่ได้ผลเสมอไป ประกอบกับยาเสพติดแต่ละชนิดออกฤทธิ์รุนแรงต่อการทำงานของร่างกาย ระบบประสาทและสมอง การเลิกยาด้วยตัวเองแบบผิดวิธีจึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต
ปัจจัยที่ทำให้เลิกยาไม่สำเร็จ
1. ปัจจัยทางด้านร่างกายและจิตใจ
ความอยากรู้ อยากลอง ความเครียด ความแปรปรวนทางอารมณ์ อาการเจ็บป่วย รวมถึงปัญหาชีวิตในด้านต่าง ๆ นับเป็นปัจจัยทางร่างกายและจิตใจที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติด เมื่อเคยใช้ยาเสพติดแล้วรู้สึกว่ายาเสพติดแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ก้ย่อมมีความเสี่ยงที่จะกลับไปใช้ซ้ำอีก
2. ปัจจัยทางครอบครัว
การอยู่ในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ครอบครัวที่มีปัญหา หรือ ขาดความรักและการดูแลเอาใจใส่ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การเลิกยาเสพติดทำได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัวมีปัญหา พ่อแม่แยกทางกัน เด็กขาดความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ เพื่อนกลายเป็นตัวชี้นำสำคัญที่อาจชักจูงไปสู่ทางที่ผิดได้ หากพยายามเลิกยา แต่ยังคงอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ใช้ยา การเลิกยาย่อมทำได้ยาก
3. ปัจจัยทางสังคม
ปัจจัยทางสังคมหรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ติดยาเสพติด การอยู่ในแหล่งอบายมุข หรือ การกลับไปอยู่ในสถานที่เก่า ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้ยาเช่นกัน
เลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัยกับภูฟ้าเรสท์โฮม
ผู้ป่วยติดยาเสพติดที่ตัดสินใจเลิกยาเสพติดอย่างกะทันหันด้วยตนเอง หากมีจิตใจเข้มแข็ง สามารถทนต่อความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นได้ ก็อาจจะประสบความสำเร็จในการเลิกยาเสพติด อย่างไรก็ตามการเลิกยาอย่างปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด ผู้ป่วยควรได้รับการบำบัดอย่างถูกวิธีโดยผู้ชำนาญการจากศูนย์บำบัดยาเสพติด จะทำให้เลิกยาได้อย่างถาวรและไม่กลับไปติดซ้ำอีก
ภูฟ้าเรสท์โฮมเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนชั้นนำมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ด้วยประสบการณ์การทำงานจากทีมแพทย์และผู้ชำนาญการเฉพาะด้านกว่า 37 ปี ตั้งอยู่ ณ 3 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ หัวหิน และเชียงราย
ภูฟ้าสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผสมผสานทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด สถานที่บำบัดยาเสพติดเอกชนด้วยวิถีใหม่ ที่เชื่อว่าผู้ป่วยยาเสพติดสามารถฟื้นฟูตนเองและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้โดยไม่หันหลังกลับไปใช้ยาเสพติดอีก โทร. 1522 รู้จักภูฟ้าเพิ่มเติมได้ที่นี่
ติดตามสาระความรู้และบทความอื่น ๆ ของภูฟ้าได้ที่นี่
บทความน่าสนใจด้านล่าง คลิกเลย
สรุปครบเรื่องโรคสมองติดยา เสี่ยงสมองพิการถาวร
สถิติผู้ป่วยสารเสพติดในไทย ปีล่าสุด
บทความที่คุณอาจสนใจ
ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...
5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...