ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

โทษของยาเสพติดที่ทุกคนควรรู้พร้อมข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

14 กรกฎาคม 2566

ยาเสพติดคือหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราจะไปดูกันว่าโทษของยาเสพติดมีอะไรบ้าง มีผลกระทบอย่างไร และโทษทางกฎหมายเป็นอย่างไร

โทษของยาเสพติดที่ทุกคนควรรู้

ยาเสพติดให้โทษอย่างไร มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันได้ที่นี่

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่ายาเสพติดเป็นสิ่งที่ให้โทษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโทษต่อร่างกาย โทษต่อจิตใจ จนไปถึงผลกระทบที่ส่งต่อคนรอบข้าง วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกันว่าโทษของยาเสพติดและโทษของสารเสพติดนั้นมีอะไรบ้าง มีผลกระทบอย่างไร มีกี่ประเภท รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด


จุดประสงค์ของบทความนี้คือช่วยทำให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของสารเสพติดประเภทต่าง ๆ รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของผู้เสพ เพื่อที่จะได้มองหาวิธีรับมือที่ถูกต้องได้ หากมีคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับปัญหาการใช้สารเสพติดนั่นเอง


ประเภทของยาเสพติด

ยาเสพติดและสารเสพติดนั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งแบ่งออกได้ด้วยการออกฤทธิ์และตามความรุนแรง ถูกกำหนดไว้ในพ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564

การแบ่งประเภทยาเสพติดตามการออกฤทธิ์

หากแบ่งสารเสพติดต่าง ๆ ตามประเภทของการออกฤทธิ์แล้ว จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทดังต่อไปนี้

  • ออกฤทธิ์กดประสาท ผลกระทบของยาเสพติดประเภทนี้คือจะทำให้เกิดความง่วง เฉื่อยชา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ตัวอย่างได้แก่ เฮโรอีน เหล้าแห้ง ฝิ่น และมอร์ฟีน
  • ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งมีผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนคือ ทำให้ผู้เสพรู้สึกตื่นตัว เพราะสารจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาททำให้ทำงานมากขึ้น รู้สึกกระวนกระวาย วิตกกังวล ตัวอย่างได้แก่กระท่อม ยาม้าและแอมเฟตามีน
  • ออกฤทธิ์หลอนประสาท เป็นยาเสพติดที่ทำให้เกิดภาพหลอน ได้ยินเสียงต่าง ๆ จนอาจทำให้เกิดอาการบ้าคลั่งได้ โดยสารเสพติดประเภทนี้ได้แก่ แอลเอสดี ยาอี
  • ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน โดยทำให้ทั้งเคลิ้มและเห็นภาพหลอนพร้อม ๆ กัน ได้แก่ กัญชา

การแบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2564

สำหรับการแบ่งประเภทของยาเสพติดแบบนี้นั้น เป็นการแบ่งตามกฎหมายของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการแบ่งประเภทยาเสพติดตามความรุนแรงอีกด้วย โดยแบ่งได้ทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1: ยาเสพติดชนิดร้ายแรง ไม่มีการนำมาใช้ในทางการแพทย์ทุกกรณี ได้แก่ เฮโรอีน แอลเอสดี ยาบ้า (แอมเฟตามีน) และยาอี เป็นต้น
  • ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2: เป็นยาเสพติดให้โทษทั่วไป บางส่วนจะเป็นสารที่มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ หากใช้เป็นประจำหรือติดต่อกันมากเกินไป จะทำให้เกิดการเสพติดได้ในที่สุด เช่น มอร์ฟีน โคเคน เมทาโดน โคเดอีนหรือฝิ่นยา เป็นต้น
  • ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3: เป็นยาเสพติดที่สามารถเป็นยารักษาโรคได้ด้วย และมีส่วนผสมของยาเสพติดประเภทที่ 2 อยู่ เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด เป็นต้น
  • ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4: เป็นสารเสพติดที่ไม่ได้อยู่ในประเภทที่ 1 หรือ 2 ได้แก่ น้ำยาอาเซติค แอนไฮไดรด์ (acetic anhydride), อะซีทิลคลอไรด์ (acetyl chloride), กรดเฟนิลอะซีติก (phenylacetic acid) และอีกมากมายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
  • ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5: ยาเสพติดประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากข้างต้น ได้แก่ กัญชา กระท่อม เห็ดขี้ควาย ฝิ่น และสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง (พืชสกุล Cannabis) ที่มีปริมาณสาร THC เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก

ผลกระทบของยาเสพติดต่อร่างกายและจิตใจ

หลังจากได้รู้จักกับการแบ่งประเภทของยาเสพติดไปแล้ว เราจะพาทุกคนไปดูกันว่ายาเสพติดแต่ละชนิดนั้งส่งผลกระทบอย่างไรบ้างกับผู้เสพ ทั้งในด้านของร่างกาย จิตใจ และผลกระทบของยาเสพติดในด้านอื่น ๆ โดยเราได้คัดเลือกยาเสพติดที่ชื่อคุ้นหูมาให้ได้ศึกษากัน


ผลกระทบของยาบ้า (Metamphetamine)

ยาบ้าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทให้เกิดความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้เสพมีอาการคึกคัก อารมณ์ดี พูดมาก ดูกระตือรือร้น และอาจจะทำให้เกิดอาการใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน ควบคุมสติไม่ได้ หากเสพเกินขนาดก็อาจจะทำให้มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติและหมดสติได้


สำหรับผู้ที่ใช้ยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดอาการประสาทหลอน หวาดระแวง ซึ่งอาจนำไปสู่การทำร้ายตัวเองและผู้อื่นได้ คุณสามารถสังเกตผู้ที่เสพติดยาบ้าได้ด้วยการสังเกตว่าพวกเขามีน้ำหนักลดลงเป็นอย่างมากหรือไม่ อยู่นิ่งไม่ค่อยได้ มีอาการกระวนกระวายตลอดเวลา และไม่ค่อยดูแลความสะอาดของร่างกาย


ผลกระทบของเฮโรอีน

เฮโรอีนเป็นสารเสพติดประเภทที่ 1 และออกฤทธิ์กดประสาท ซึ่งทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ไม่มีความเจ็บปวดและรู้สึกผ่อนคลาย หากมีการเสพเป็นเวลานานติดต่อกัน จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลง น้ำหนักลดลงและเกิดความสับสนได้อยู่บ่อย ๆ


เฮโรอีนนั้นถือว่าเป็นสารเสพติดที่เสพติดได้ง่ายกว่ายาบ้าหลายเท่า โดยเสพได้ทั้งวิธีการสูดเข้าจมูก สูบควันและการฉีดเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น นอกจากอาการดังกล่าวแล้ว คุณก็สามารถสังเกตผู้ที่เสพติดเฮโรอีนได้จากรอยเข็มฉีดยาตามแขน ริมฝีปากที่แห้งตลอดเวลา


ผลกระทบของยาอี (Ecstasy)

ยาอี (Ecstasy) เป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยออกฤทธิ์แบบผสมผสาน คือทั้งหลอนประสาทและกดประสาทในเวลาเดียวกัน ยาอีนั้นจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสมองรุนแรงกว่ายาบ้ามากถึงสิบเท่า ทำให้เซลล์สมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการคิดอย่างเป็นระบบถูกทำลายอย่างรวดเร็ว


ในผู้ที่เสพยาอี จะมีอาการแสดงออกที่สังเกตได้คือได้เสียงเหมือนหูแว่ว เห็นภาพหลอน ทางร่างกายจะสังเกตได้จากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น กล้ามเนื้อผิดปกติ ตาพร่ามัว เหงื่อออกเยอะมากกว่าปกติ ในบางรายอาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย


โทษของสารเสพติดในด้านอื่น ๆ มีอะไรบ้าง

นอกจากโทษต่อตนเองที่ได้พูดถึงไปในหัวข้อที่แล้ว การใช้สารเสพติดก็ยังมีโทษในแง่มุมอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อครอบครัว ผลกระทบต่อสังคม และผลกระทบต่อการทำงาน เช่น

  • ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะผู้ใช้สารเสพติดนั้นมักจะมีอาการทางจิตใจที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นอาการซึมเศร้า อาการตื่นตัวเกินเหตุ อาการหวาดระแวงต่าง ๆ อาการหงุดหงิดและก้าวร้าว อาจทำให้เกิดปากเสียงและส่งผลกระทบกับคนในครอบครัวได้โดยตรง
  • ผลกระทบต่อสังคมเองก็มีอยู่หลากหลายด้านเช่นกัน หนึ่งในสิ่งที่เรามักพบเห็นบ่อย ๆ ก็คือการที่ผู้ใช้สารเสพติดเกิดอาการคลุ้มคลั่งและทำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมถึงยังอาจทำให้เกิดการลักทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ผลกระทบต่อสังคมในการทำงานที่พบได้คือ ทำให้ความรับผิดชอบลดลง อาจจะมีปากเสียงกับผู้คนในที่ทำงานได้มากขึ้น ซึ่งเกิดจากความเฉื่อยชาหรือความกระตือรือร้นที่มากผิดปกติ จนทำให้ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงอาจจะมีอาการก้าวร้าวและหงุดหงิดง่าย ทำให้เกิดผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนร่วมงานได้


โทษทางกฎหมายสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด

ในด้านของกฎหมาย จะมีโทษที่กำหนดเอาไว้ทั้งสำหรับผู้เสพ ผู้ค้าและผู้ที่ครอบครอง โดยรวม ๆ แล้วในพ.ร.บ. ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 นั้นจะมีการยกเว้นอยู่หลายกรณีได้แก่

  • การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์นั้น ไม่ต้องทำการขออนุญาต ตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดประกาศกำหนด


นอกจากนี้ โทษในการมีไว้ในครอบครอง ผลิต ส่งออก นำเข้าหรือจำหน่ายนั้นยังแบ่งออกได้ตามมาตรากฎหมายที่กำหนด ดังต่อไปนี้

  • มาตรา 107: ห้ามผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 เพื่อเสพ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดในกฎกระทรวง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ
  • มาตรา 162: ผู้เสพยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ประเภทที่ 2 (มอร์ฟีนและโคคาอีน) หรือยาเสพติดประเภทที่ 5 (พืชฝิ่น) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 163: ผู้ที่เสพสารระเหย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • มาตรา 164: ใครที่มียาเสพติดให้โทษเฮโรอีน, มอร์ฟีน,โคคาอีนและพืชฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อเสพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1

สำหรับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 นั้น จะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่กำหนดตามมาตราที่ 145 ไว้ดังต่อไปนี้

  • ผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท
  • หากกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จำหน่ายแก่เด็ก อายุไม่ถึง 18 ปี จำหน่ายบริเวณสถานศึกษา ศาสนสถาน สถานที่ราชการ กระทำโดยมีอาวุธ ใช้กำลัง หรือข่มขู่ประทุษร้าย มีโทษจำคุก 2-20 ปี และปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท
  • หากการกระทำโดยผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรม เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป มีโทษจำคุก 5 ปีหรือตลอดชีวิต และปรับสูงสุด 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต

กำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อเสพ

ตามพ.ร.บ ใหม่นี้ ได้มีการกำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้โอกาสแก่ผู้เสพยาเสพติดที่ครอบครองยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ไว้เพื่อการเสพ โดยไม่ถือเป็นโทษความผิดร้ายแรง อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาแทนการรับโทษจำคุกอีกด้วย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1

  • เฮโรอีน น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 300 มิลลิกรัม
  • ในปี 2567 ได้มีกฎกระทรวงเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ฉบับใหม่ ระบุให้ เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) และ แอมเฟตามีนหรือยาบ้า ปริมาณไม่เกิน 1 หน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 20 มิลลิกรัม ในสันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ

ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

  • โคคาอีน น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 600 มิลลิกรัม
  • ฝิ่นยา น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 15 กรัม

ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5

  • มีไว้ในครอบครอง น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 135 กรัม


วัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 1

  • คาทิโนน คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 0.5 กรัม
  • ไซโลซีน ไม่เกิน 0.1 กรัม
  • ไซโลไซบีน ไม่เกิน 0.1 กรัม

วัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2

  • คีตามีน คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกิน 0.5 กรัม
  • ซูโดอีเฟดรีน ไม่เกิน 5 กรัม
  • ไนตราซีแพม ไม่เกิน 0.3 กรัม


เมื่อกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้แล้ว หลาย ๆ คนที่กำลังพบเจอกับปะัญหายาเสพติด หรือมีคนรู้จักที่ใช้สารเสพติด ก็ไม่ต้องกลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะกฎหมายใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่การบำบัดรักษามากกว่าการลงโทษ ทำให้ผู้เสพติดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้

ทำอย่างไรเมื่อสงสัยหรือรู้ว่าคนใกล้ตัวมีการใช้ยาเสพติด

หากคุณสงสัยว่าคนในครอบครัว ลูกหลาน หรือคนใกล้ตัวมีการใช้และเสพติดยาเสพติด คุณจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัย พร้อมทั้งช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างได้ผล วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้มาฝากกัน

  • สอบถามและพูดคุยอย่างเข้าใจ โดยไม่ใช่อารมณ์และไม่โทษผู้เสพ เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยในการพูดถึงปัญหา หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาที่ใช้ เพื่อจะได้ดำเนินการเพื่อถอนยาต่อไป
  • ระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอ เนื่องจากผู้เสพสารเสพติดนั้นมักจะมีอาการหวาดระแวง กระวนกระวายและอาจทำร้ายร่างกายผู้ใกล้ชิดได้ ดังนั้นคุณจึงควรรักษาระยะห่างให้ดี เก็บของที่สามารถเป็นอันตรายได้ให้มิดชิด
  • สังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้สารเสพติดอยู่เสมอ หากการพูดคุยไม่สำเร็จ ให้คุณสังเกตพฤติกรรมของพวกเขา เพื่อบ่งบอกถึงระดับการเสพติด จะได้หาวิธีแก้ไขต่อไปได้อย่างปลอดภัย
  • หากมีการพูดคุยแล้ว หรือไม่สามารถรับมือกับผู้เสพได้ แนะนำให้คุณติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดผู้ติดยาเสพติด เพื่อดำเนินการต่อไป


โดยปกติแล้ว หลังจากที่มีการติดต่อศูนย์บำบัด ก็จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการถอนยาตามรายละเอียดอีกครั้ง คุณสามารถติดต่อภูฟ้าเรสท์โฮม เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ เราคือศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนที่ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ในการเลิกยาเสพติดและถอนพิษยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ โทร. 1522


บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...