สถิติของผู้ป่วยสารเสพติดในไทยปี 65-66 ล่าสุด - ภูฟ้าเรสท์โฮม
10 กุมภาพันธ์ 2566
สถิติผู้ป่วยยาเสพติดไทยยังคงท้าทาย เด็กและเยาวชนน่าเป็นห่วง สถิติผู้ป่วยสารเสพติดในประเทศไทยยังคงสูง ครองอันดับ 1 ในกรมราชทัณฑ์ ทั้งนี้ บทลงโทษเน้น ผู้เสพคือผู้ป่วย
สถิติของผู้ป่วยสารเสพติดในประเทศไทย ล่าสุด ปี 2565
ปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดและข่าวที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในประเทศไทยยังคงมีให้เห็นและติดตามกันอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง แม้ว่าจะมีมาตรการและนโยบายต่าง ๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการรณรงค์เรื่องยาเสพติดจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน แต่สถิติของผู้ป่วยยาเสพติดและจำนวนคดียาเสพติดในประเทศไทยก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รูปแบบการติดต่อค้าขายยาเสพติดมีความยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าจากตลาดออฟไลน์สู่ออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและทำให้ผู้เสพสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ Line, Facebook, Twitter, และ Instagram ช่องทางเหล่านี้ นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเปิดเผยตัวตนของผู้ค้าแล้ว ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ในการตัดสินใจให้กับผู้ซื้อได้มากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์ทำให้ผู้ขายสามารถยกระดับการตลาดให้ดีขึ้นได้ด้วยการใช้ ภาพ วิดิโอ และข้อความที่ดึงดูดใจ เพื่อกระตุ้นความอยากซื้อให้กับผู้เสพ นอกจากนี้ เพื่อให้การขายยาเสพติดตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ารายย่อยได้ดียิ่งขึ้น จึงพบว่าลักษณะและขนาดของบรรจุภัณฑ์มีความหลากหลายกว่าแต่ก่อน รวมถึงการแบ่งขายยาเสพติดในปริมาณที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามจำนวนเงินที่มี
ยิ่งยาเสพติดเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้จำนวนผู้ติดยาเสพติดมีมากขึ้นตามไปด้วย
ล่าสุด เมื่อเดือน มกราคม 2566 ที่ผ่านมา มีการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ อาทิ
- เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติโดยใช้แอพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่า “ฟ้าหลังฝน” ลักลอบลำเลียงยาไอซ์จากภูมิภาคต่าง ๆ ออกไปยังประเทศที่ 3 รวมกว่า 1,145 กิโลกรัม
- เครือข่ายบังมัส ขบวนการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ ผ่านการขนส่งพัสดุ กับของกลางยาบ้ากว่า 200,000 เม็ด
- เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง รับจ้างขนยาเสพติดกว่า 14 ล้านเม็ด
นี่เป็นเพียงตัวอย่างการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่ยังมีคดีเล็ก ๆ อีกเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมยาเสพติด หากลองพิจารณาดูว่าระยะเวลาแต่ละปีต้องมีการจับกุมยาเสพติดอีกมากเพียงใด จึงนับว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ประเทศไทยต้องต่อสู้กับปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้น
คดียาเสพติดครองแชมป์อันดับ 1 กรมราชทัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ สำรวจโดยกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 พบว่า มีผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งสิ้น 206,361 คน หรือเทียบเท่าร้อยละ 78.67 ของผู้ต้องขังทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าคดียาเสพติดนับว่าเป็นคดีที่พบผู้ต้องหามากที่สุดเมื่อเทียบกับคดีอื่น ๆ ในประเทศไทย
สถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ ยาเสพติดแบบแยกตามประเภทของตัวยา 3 อันดับที่พบมากที่สุด ได้แก่
- 1. เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 129,686 คน
- 2. ยาไอซ์ จำนวน 17,762 คน
- 3. กัญชา จำนวน 1,051 คน
สถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ ยาเสพติดแบบแยกตามประเภทคดี 3 อันดับที่พบมากที่สุดได้แก่
- 1. รวมประเภทยาเสพติดเพื่อจำหน่าย จำนวน 149,214 คน
- 2. ครอบครองเพื่อจำหน่าย จำนวน 119,464 คน
- 3. รวมประเภทเสพ จำนวน 22,364 คน
สำหรับผลการดำเนินการจับกุมและสกัดกั้นยาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จำนวนของกลางที่จับได้ภายในปี 2565 จำแนกได้ดังนี้
บทลงโทษคดียาเสพติด 2566
สำหรับข้อหาและอัตราโทษของการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในปัจจุบันใช้การอ้างอิงจาก “ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่” ที่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมากขึ้น เป็นการลงโทษให้เหมาะสมกับพฤติกรรมในการกระทำความผิด รวมถึงการใช้มาตรการทางเลือกอื่นได้ตามระดับความร้ายแรงของการกระทำความผิด โดยยึดหลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วย” เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เสพได้เข้ารับการบำบัด เมื่อถูกจับกุมในลักษณะเป็นผู้เสพที่ครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือและเข้าสู่ระบบบำบัดได้ทันทีโดยไม่ต้องถูกส่งตัวไปดำเนินคดี ซึ่งหากเทียบกับแต่ก่อนถึงแม้ผู้เสพจะถูกจับกุมด้วยปริมาณยาเสพติดน้อยเพียงใด ก็จะได้รับบทลงโทษรุนแรง ทำให้ผู้เสพที่มีโอกาสกลับใจไม่สามารถเข้ารับการบำบัดได้ และยังส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา อาทิ ปัญหานักโทษล้นเรือนจำ
ในทางกลับกัน หากเป็นผู้กระทำผิดในลักษณะของผู้ค้ายาหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดไม่ว่าจะในปริมาณมากน้อยเพียงใด จะถูกดำเนินคดีในลักษณะที่เป็นความผิดร้ายแรงทั้งคดีอาญาและการยึดทรัพย์สินที่มาจากการกระทำผิด โดยในปัจจุบันสามารถยึดทรัพย์สินอื่นให้ได้เทียบเท่ากับมูลค่าที่ประเมินได้จากการค้ายาเสพติดอีกด้วย
ประเทศไทยกับการบำบัดรักษายาเสพติด
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยแนวทางการดำเนินงานบำบัดผู้ติดยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า “บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดด้วยพลังสังคม เพื่อสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติด และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย”โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่
- 1.เพิ่มการเข้าถึงและแรงจูงใจในการเข้าสู่ระบบบำบัด
พัฒนาการสื่อสารและสื่อที่ใช้จูงใจผู้ป่วยให้เข้าสู่ระบบบำบัดยาเสพติด รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ป่วยยาเสพติดด้วยสื่อการเรียนรู้ที่มีประโยชน์และน่าสนใจ - 2.สนับสนุนการบำบัด รักษา และฟื้นฟูที่มีคุณภาพมาตรฐานด้วยพลังสังคมและชุมชน
แนวทางการบำบัดฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน หรือที่เรียกว่า Community Based Treatment and Rehabilitation (CBTx) ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้ความสำคัญกับชุมชน ที่นอกจากจะช่วยบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแล้ว ยังช่วยพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคคลใกล้ชิด อาทิ ครอบครัว ในการช่วยผลักดันการรักษา บูรณาการรักษาและฟื้นฟูให้เข้ากับระบบบริการสุขภาพของชุมชน รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยในการพัฒนาทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาตนเองให้อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ - 3.ยกระดับระบบบำบัด รักษาและฟื้นฟู
ขยายการจัดการด้านการบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกล หรือถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ผู้ป่วยมีตัวเลือกในการเข้ารับการรักษามากขึ้นและหลากหลายขึ้น - 4.พัฒนาองค์กรและภาคีเครือข่าย
นอกจากการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร พัฒนาความสามารถของบุคลากรในระบบบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด ยังเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยยกระดับระบบบำบัดฟื้นฟูและอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้มากขึ้น เช่น พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยและสื่อสาระสนเทศที่ใช้ในการรักษา
ทั้งนี้ การบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
- 1.กลุ่มผู้ติด (สีแดง) – รักษาตามระบบผู้ป่วยในที่สถานพยาบาลสังกัดกรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ หรือสถานฟื้นฟูระยะยาว
- 2.กลุ่มผู้เสพ (สีเหลือง) – รักษาแบบระบบผู้ป่วยนอก (OPD) ที่โรงพยาบาลชุมชน หรือผู้ป่วยในระยะสั้นที่สถานพยาบาลทั่วไป
- 3.กลุ่มผู้ใช้ (สีเขียว) – รักษาด้วยระบบบำบัดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน Community Based Treatment and Rehabilitation (CBTx)
สำหรับสถิติของผู้ป่วยสารเสพติดในไทย จากรายงานผลการดำเนินงาน ตามแบบบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2565 พบว่า มีผู้เข้ารับการบำบัด ทั้งหมด 120,915 คน โดยแบ่งเป็นชาย จำนวน 106,709 คน และ หญิง จำนวน 14,206 คน โดยมีรายละเอียดตามแบบบำบัดรักษาดังนี้
จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด จำแนกตามอายุ
- น้อยกว่า 12 ปี จำนวน 34 คน
- 12-17 ปี จำนวน 7,983 คน
- 18-24 ปี จำนวน 22,301 คน
- 25-29 ปี จำนวน 21,185 คน
- 30-34 ปี จำนวน 19,255 คน
- 35-39 ปี จำนวน 16,991 คน
- มากกว่า 39 ปี จำนวน 33,166 คน
จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด จำแนกตามอาชีพ
- รับจ้าง จำนวน 57,201 คน
- การเกษตร จำนวน 17,925 คน
- นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 4,335 คน
- ว่างงาน จำนวน 24,349 คน
- อื่นๆ จำนวน 17,105 คน
ยาเสพติดหลักที่ใช้
- ยาบ้า จำนวน 96,248 คน
- ยาไอซ์ จำนวน 7,089 คน
- เฮโรอีน จำนวน 6,325 คน
- กัญชา จำนวน 4,520 คน
- ฝิ่น 2,803 คน
- ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ จำนวน 3,930 คน
การจำแนกผู้ป่วย
- ผู้ใช้ จำนวน 8,359 คน
- ผู้เสพ จำนวน 76,061 คน
- ผู้ติด จำนวน 36,459 คน
ลักษณะการเข้ารับการบำบัด
- ระบบสมัครใจ จำนวน 86,255 คน
- ระบบบังคับ จำนวน 1,638 คน
- ระบบต้องโทษ จำนวน 23,871 คน
จะเห็นได้ว่าจากรายงานข้างต้นช่วงอายุที่น่าเป็นห่วงสำหรับการเฝ้าระวังยาเสพติดคือเยาวชน อายุระหว่าง 18-24 ปี ที่มีสถิติเข้ารับการรักษาสูงรองลงมาจากวัยที่มีช่วงอายุมากกว่า 39 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่า ยาบ้ายังคงขึ้นแท่นเป็นยาเสพติดยอดฮิตในหมู่ประชาชนไทย ตามมาด้วยยาไอซ์
ความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด
เพราะปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรงในครอบครัว บ่อนทำลายเศรษฐกิจ และทำลายเยาวชน ผู้ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เป็นต้น ดังนั้นทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องมีบทบาทในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้การจัดการปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนเช่นเดียวกัน
แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดในครอบครัว
- 1.เสริมความรู้เรื่องยาเสพติด
สมาชิกในบ้านศึกษาความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด ชนิดของยาเสพติด โทษและผลกระทบ เพื่อให้รู้เท่าทันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ยาเสพติดได้ - 2.สร้างความรักและความเข้าใจภายในครอบครัว
สมาชิกในครอบครัวพูดคุยกันอย่างเปิดเผย พ่อแม่เปิดใจรับฟังปัญหาของลูก และลูกสามารถปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่พบเจอกับพ่อแม่ได้ - 3.สนับสนุนให้บุตรหลานทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในเวลาว่าง
สนับสนุนให้ลูกหลานได้พัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์ อาทิ การเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือ ทำงานศิลปะ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดี หลีกเลี่ยงการคิดฟุ้งซ่าน
แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
- 1.สร้างเครือข่ายชุมชน
พัฒนาช่องทางการสื่อสารที่ทำให้คนในชุมชนติดต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างทั่วถึง หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น คนในชุมชนสามารถติดต่อและขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชนได้อย่างง่ายดาย รวมถึงตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด - 2.สร้างสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่
ปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนให้ดูสะอาดตา ปราศจากพื้นที่อโคจรหรือพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการมั่วสุม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน - 3.ส่งเสริมกิจกรรมในชุมชน
ส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชนรวมถึงการส่งเสริมและสร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชน อาทิ การเย็บปักถักร้อย และการทำอาหาร
แก้ไขปัญหายาเสพติดกับภูฟ้า เรสท์โฮม
การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน นอกจากกระบวนการรักษาที่ได้มาตรฐานแล้ว เราเชื่อว่าทัศนคติและจิตใจของผู้ป่วยคือหัวใจหลักในการบำบัดยาเสพติด ที่ภูฟ้าเราเป็นผู้นำภาคเอกชนด้านการบริการเลิกยาเสพติดของประเทศไทยด้วยประสบการณ์และความชำนาญกว่า 37 ปีโดยทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติด
ภูฟ้า เรสท์โฮมมีกระบวนการรักษาแบบบูรณาการรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น
· ด้านจิตใจและอารมณ์ ฟื้นฟูสภาพจิตใจและอารมณ์ของผู้ป่วยให้เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ สร้างความแข็งแกร่งให้ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
· ด้านสังคม สนับสนุนให้ผู้ป่วยปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
· ด้านอาชีพ ส่งเสริมการสร้างทักษะในการต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพ รวมถึงกิจกรรมต่างๆเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เช่น กีฬา ทำอาหาร และดนตรี
การบำบัดรักษายาเสพติดจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพราะที่ภูฟ้า เราเข้าใจผู้ป่วยทุกๆคน เราเชื่อมั่นว่า ด้วยทัศนคติและจิตใจที่แข็งแรงของผู้ป่วย ประกอบกับการรักษาแบบบูรณาการรอบด้าน จะช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยให้หายดีได้ โดยไม่หันหลังกลับไปพึ่งยาเสพติดอีก ติดต่อเราได้ที่ โทร. 1522 ให้เราได้ดูแลคุณและคนที่คุณรัก
Reference:
รายงานฉบับสมบูรณ์ตลาดการค้ายาเสพติดในประเทศไทย. (n.d.-b). https://www.rihes.cmu.ac.th. Retrieved January 27, 2023, from https://www.rihes.cmu.ac.th/research/wp-content/uploads/2022/08/รายงานฉบับสมบูรณ์ตลาดการค้ายาเสพติดในประเทศไทย.pdf
แผนยุทธศาสตร์ด้านการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด. (n.d.). https://ncmc.moph.go.th. Retrieved January 30, 2023, from https://ncmc.moph.go.th/home/upload/web_download/rptk5fmp8q8sk0soko.pdf
รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ. (n.d.). http://www.correct.go.th. Retrieved February 2, 2023, from http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2023-01-01&report=drug
การตลาดสารเสพติดบนโลกอินเทอร์เน็ต. (n.d.). https://nctc.oncb.go.th/. Retrieved February 2, 2023, from https://nctc.oncb.go.th/download/article/article_20210604150803.pdf
บทความที่คุณอาจสนใจ
โทษของกัญชาต่ออนาคตบุตรหลาน และความเสี่ยงที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
ข้อเสียของกัญชา มีอะไรบ้าง? ทำความเข้าใจผลกระทบของกัญชาต่อร่างกายและจิตใจ พร้อมรู้เท่าทันความเสี่ยงจ...
โอปิออยด์ คืออะไร (Opioid)? ประเภท และอันตรายที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
โอปิออยด์เป็นยาที่มีทั้งคุณและโทษ หากใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินขนาด ก็สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ แล...
สัญญาณที่ครอบครัวต้องรู้ อาการเมากัญชา สังเกตยังไง? วิธีรักษา
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
เมื่อลูกมีท่าทางแปลกไป พูดช้าลง ตาแดง หรือหัวเราะกับเรื่องที่ไม่ได้ตลก นี่อาจไม่ใช่แค่เหนื่อยหรือนอน...