ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

การบำบัดผู้ติดยาเสพติดมีกี่ระบบ ระบบไหนเหมาะกับใครบ้าง - ภูฟ้าเรสท์โฮม

18 พฤษภาคม 2566

การบําบัดผู้ติดยาเสพติดมีกี่ระบบ? อะไรบ้าง? กระบวนการเป็นอย่างไร? และแบบไหนเหมาะกับใคร บทความนี้ตอบครบทุกแง่มุม โดยผู้เชี่ยวชาญจากภูฟ้าเรสท์โฮม

การบําบัดผู้ติดยาเสพติดมีกี่ระบบ

การบำบัดผู้ติดยาเสพติดมีกี่ระบบ ระบบไหนเหมาะกับใครบ้าง


การบำบัดผู้ติดยาเสพติด เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งร่างกาย และจิตใจให้กลับมาแข็งแรง ที่สำคัญคือ ช่วยให้ผู้ป่วยยาเสพติดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างราบรื่น และป้องกันการกลับไปเสพติดซ้ำ อย่างไรก็ตามการบำบัดผู้ป่วยติดยาเสพติดนั้นมีหลากหลายวิธีการ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละวิธีการบำบัดยาเสพติดนั้นก็มีข้อดี มีความเหมาะสมที่ต่างกันไปแต่ละบุคคล


ในบทความนี้ภูฟ้าเรสท์โฮมจึงอยากพาทุกท่านไปทำความรู้จักวิธีการบำบัดยาเสพติด 4 วิธี ได้แก่ Transtheoretical Model (TTM), CBT Model, Fast Model, และ Matrix Model ว่าทั้ง 4 วิธีนี้ มีกระบวนอย่างไร ดีต่างกันตรงไหน และเหมาะสมกับใครบ้าง


การบำบัดผู้ติดยาเสพติดมีกี่ระบบ ระบบไหนเหมาะกับใครบ้าง - ภูฟ้าเรสท์โฮม

วิธีการบำบัดยาเสพติดมีอะไรบ้าง

ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือ Transtheoretical Model (TTM)

ทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือ Transtheoretical Model ถูกคิดค้นและพัฒนาในช่วงปลายทศวรรษ 1970 โดย Dr. James Prochaska และ Dr. Carlo DiClemente แห่งมหาวิทยาลัยโรด ไอส์แลนด์ ผ่านการสังเกตพฤติกรรมของผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่ ว่าสามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างไร

The stages of change model

ภาพจาก Boston University School of Public Health


พวกเขาพบว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นขั้นเป็นตอน ได้แก่

  • ขั้นไม่สนใจปัญหา (Precontemplation) บุคคลจะคิดว่า พฤติกรรมที่ปฏิบัติอยู่ไม่ได้เป็นปัญหา หรือต้องแก้ไข
  • ขั้นลังเลใจ (Contemplation) จะเริ่มรับรู้ปัญหา และเริ่มพิจารณาผลดีผลเสียของพฤติกรรมตัวเองที่ผ่านมา หากไม่เล็งเห็นถึงข้อดีของการเปลี่ยนแปลง ก็อาจกลับไปที่ขั้นไม่สนใจปัญหาได้
  • ขั้นเตรียมตัว (Preparation) เป็นขั้นที่บุคคลมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม หรือลองเปลี่ยนมาแล้วในระยะเวลาสั้น ๆ (อย่างน้อย 24 ชั่วโมง) จึงเป็นขั้นที่บุคคลเตรียมตัวที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง
  • ขั้นลงมือปฏิบัติ(Action) บุคคลได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองมาระยะหนึ่ง แต่ยังไม่ถึง 6 เดือน สิ่งสำคัญคือควรให้เขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้เขา กลับไปทำพฤติกรรมแบบเดิม ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปอยู่ในวงจรเดิมอีกครั้ง
  • ขั้นดำรงการปฏิบัติตัว (Maintenance) หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้นานกว่า 6 เดือน เรียกได้ว่าบุคคลมีพฤติกรรมเชิงบวกแล้ว แต่เช่นเดียวกับในขั้นลงมือปฏิบัติ คนรอบข้างควรเป็นแรงสนับสนุนให้เขามีพฤติกรรมที่ดีอย่างต่อเรื่อง ป้องกันการกลับไปทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ
  • ขั้นสิ้นสุด (Termination) ขั้นนี้เป็นขั้นพิเศษที่ถูกเพิ่มในภายหลัง เพื่อแสดงถึงการหยุดวงจร โดยขั้นนี้จะเป็นขั้นที่บุุคคลมั่นใจว่าจะไม่กลับไปทำพฤติกรรมเดิมซ้ำอีก และกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ในชีวิตอย่างถาวร


จะเห็นได้ว่าในระหว่างขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงนั้น ผู้ป่วยยาเสพติดสามารถย้อนกระบวนการ หรือเดินตามกระบวนการได้เสมอ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บริบท และประสบการณ์ส่วนตัว ตัวอย่างเช่น บางคนอาจเริ่มต้นในขั้นไม่สนใจปัญหา ย้ายไปยังขั้นลังเลใจ จากนั้นกลับไปเริ่มต้นที่ขั้นไม่สนใจปัญหาอีกครั้งก่อนจะก้าวไปสู่ขั้นลงมือปฏิบัติในที่สุด และด้วยลักษณะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เป็นขั้นเป็นตอนนี้ ทฤษฎีนี้จึงมีอีกชื่อว่า “Stages of Change Model”


Transtheoretical Model จึงเป็นแบบจำลองที่ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องทำความเข้าใจในหลายมิติ ทำให้แบบจำลองนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในแง่มุมต่าง ๆ และหาวิธีช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยก้าวผ่านขั้นตอนไปจนถึงขั้นสิ้นสุดได้


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Transtheoretical Model ที่: 5 ลำดับขั้นตอนการเลิกยาเสพติด


Cognitive Behavioral Therapy (CBT)

การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม หรือ Cognitive Behavioral Therapy (CBT)

Cognitive Behavioral Therapy หรือ CBT ถูกพัฒนาโดย Aaron T. Beck, จิตแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในช่วงปี 1960 เป็นจิตบำบัดรูปแบบหนึ่งที่ใช้การพูดคุยกับนักจิตบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนความคิดเชิงลบ หรือ การรับรู้ที่ผิดเพี้ยนจากความจริงของผู้ป่วยให้กลับมาสู่สภาวะปกติ


โดย Beck สังเกตเห็นว่าคนที่มีอาการซึมเศร้ามักมีความคิดเชิงลบเกี่ยวกับตัวเอง โลก และอนาคต เกิดเป็นอารมณ์เชิงลบ และส่งผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมา จะเห็นได้ว่าจิตใจ คือ รากฐานในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เขาจึงพัฒนาแนวทางการรักษาที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อตัวเอง และสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปในทางบวก และเป็นไปตามโลกความจริงมากขึ้นก่อน จึงค่อยบำบัดพฤติกรรมของผู้ป่วย


จาก The majority of psychological treatment research โดยมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน CBT เป็นหนึ่งในรูปแบบการบำบัดทางจิตที่ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง และมีประสิทธิภาพในการรักษาสูงในผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและกลุ่มผู้ป่วยยาเสพติด ซึ่งมีลักษณะอาการคล้ายคลึงกัน นั่นคือ เมื่อสมองได้รับสารเคมีจากยาเสพติด จะทำให้เกิดความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมเชิงลบ เช่น รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ และหลีกหนีปัญหาโดยการหันไปใช้ยาเสพติด โดยความรุนแรงก็จะแตกต่างกันไปตามผู้ป่วยแต่ละคน


ขั้นตอนการรักษาจะเริ่มจาก

  • การวิเคราะห์ ประเมินปัญหาผ่านนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญ
  • ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนความคิดที่ทำให้ผู้ป่วยหันไปพึ่งพายาเสพติด กลับมารักตัวเองมากขึ้น
  • แนะนำให้คำปรึกษากับครอบครัวที่มีผู้ป่วยยาเสพติด เพื่อช่วยให้ครอบครัวมีความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ป่วยมากขึ้น และสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีความคิด และพฤติกรรมที่ดี จนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ทำร้ายตัวเอง หรือกลับไปเสพซ้ำ


CBT เป็นกระบวนการรักษาที่นำมาใช้เพื่อช่วยผู้ป่วยในการปรับเปลี่ยนทัศนคติความคิด สร้างความแข็งแรงให้กับจิตใจ ร่วมกับการใช้ยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองของผู้ป่วย ลดความอันตราย และหายจากยาเสพติดได้อย่างถาวร

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CBT: รูปแบบการรักษาผู้ติดยาเสพติดโดย การใช้ CBT

Cognitive Behavioral Therapy (CBT)

การบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรภาพเข้มข้นทางสายใหม่ หรือ FAST Model

FAST Model เป็นแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ ที่อาศัยการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนรอบตัวอย่างเข้มข้น จุดเริ่มต้นของ FAST Model เริ่มต้นเมื่อปี 1980 โดย Lynn McDonald, นักสังคมสงเคราะห์และนักบำบัดครอบครัว แนวคิดสำคัญของทฤษฎีนี้ คือ สายสัมพันธ์ของครอบครัวและชุมชนที่แข็งแรงจะส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และป้องกันปัญหาทางอารมณ์และสังคมได้


โดย คำว่า F-A-S-T นั้นย่อมาจาก 4 หัวใจสำคัญของการรักษา ได้แก่

  • F - Family
  • A - Activity
  • S - Self-Help
  • T - Therapeutic Community

พูดง่าย ๆ คือ FAST Model คือ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยโดยใช้กิจกรรมบำบัดเพื่อก้าวข้ามความคิดเชิงลบ สร้างคุณค่าให้กับสังคม และส่งมอบแนวคิดที่ดีให้กับคนรอบข้าง โดยมีครอบครัวเป็นแรงใจสำคัญ เพื่อคืนสภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมกลับสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง


แนวทางการรักษาของ FAST จะเป็นการจัดชั่วโมงการฝึกอบรมณ์ระหว่างผู้ป่วยยาเสพติด และครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และพัฒนาการสื่อสารของผู้ป่วย


ปัจจุบัน การศึกษาเกี่ยวกับ FAST Model ยังมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับทฤษฎีอื่น ๆ แต่หลายการศึกษาก็พบว่าการประยุกต์ FAST Model ในการบำบัดส่งผลในเชิงบวก เช่น Journal of Family Psychology, เรื่อง Parent involvement decreases the effect of peer influence on adolescent prescription drug misuse: A protective model ได้กล่าวถึงการนำเอา FAST Model มาประยุกต์ใช้ ส่งผลให้อัตราการใช้สารเสพติด และการมีพฤติกรรมในทางที่ผิดของเยาวชนลดลง


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ FAST Model: FAST Model 4 ปัจจัยในการช่วยเหลือให้ผู้ป่วยหายขาดจากอาการติดยาเสพติด

Cognitive Behavioral Therapy (CBT)

Matrix Model ทฤษฎีเพื่อการฟื้นฟูผู้ป่วยทางจิตใจและสังคม

Matrix Model เป็นแบบจำลองที่ผสมผสานการบำบัดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้แนวคิดหลักตาม Cognitive Behavioral Therapy Model เป็นหลัก ประกอบกับการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ, การพูดคุยเป็นกลุ่ม, ครอบครัวบำบัด, หลักจิตวิทยาแนวพุทธ (Twelve-Step Facilitation หรือ TSF) และมุ่งเน้นที่การทำกิจกรรมแบบกลุ่ม เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวจากการเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ทฤษฎีนี้ถูกพัฒนาขึ้นช่วงปี 1980 เพื่อรักษาความผิดปกติจากการใช้สารเสพติดประเภทกระตุ้น เช่น โคเคน, เมทแอมเฟตามีน โดยมีการศึกษาผู้ป่วยยาเสพติดหลายพันคนเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปี


การบำบัดด้วยวิธีนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงใหญ่ ๆ

  • 1. ช่วง Intensive Phase ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน โดยผู้ป่วยจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมแบบกลุ่มครั้งละ 3 ชั่วโมง จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (บางครั้ง ครอบครัวจำเป็นต้องเข้าร่วมด้วย) และเข้าปรึกษาแบบเดี่ยวสัปดาห์ละครั้ง เป็นกระบวนการปรับความคิดความเข้าใจในการรักษาอาการติดยาเสพติด และป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ
  • 2. ช่วง After Care Program ใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือน โดยเป็นการเข้าร่วมการบำบัดแบบกลุ่ม, การปรึกษาเดี่ยว, การกำหนดการรับรู้ของตัวเองด้วย TSF เพื่อลดความเครียดจากการบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับแรงหนุนจากสังคม เป็นที่ยอมรับ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับสู่สังคมได้อย่างดี


สิ่งสำคัญไม่เพียงแต่เป็นการบำบัดที่ตัวของผู้ป่วยเท่านั้น แต่การได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นอีกแรงที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และนอกเหนือไปจาก Matrix Model จะสังเกตได้ว่าปัจจัยที่ช่วยให้การบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกระบบบำบัดจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดภายในจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวของผู้ป่วยเสมอ การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มจากตัวผู้ป่วย ครอบครัวและสังคมที่พร้อมจะกอดรับผู้ป่วยไปพร้อม ๆ กัน


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Matrix Model: MATRIX Model ฟื้นฟูผู้ป่วยทางจิตใจและสังคม


ระบบบำบัดแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง

ในทางการรักษา ไม่มีวิธีใดที่เหมาะสำหรับคนทุกคนเท่ากัน เบื้องต้นอาจพิจารณาจากเป้าหมายในการรักษาเป็นหลัก โดยภูฟ้าเรสท์โฮมได้สรุปมาให้คุณสั้น ๆ ตามด้านล่างนี้

  • TTM - การบำบัดที่เน้นการทำความเข้าใจ และสร้างแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามการเปลี่ยนแปลงแต่ละระยะโดยเจตนา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยยาเสพติดก้าวผ่านไปยังขั้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อเลิกยาเสพติด
  • CBT - การบำบัดที่เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมเชิงลบ เพื่อสร้างแนวคิดเชิงบวกให้กับตัวเอง และสังคม โดยจัดการกับความคิดที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเสพยาเสพติด
  • FAST - การบำบัดที่เน้นเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและชุมชน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการหันไปใช้ยาเสพติด
  • Matrix - การบำบัดที่ผสมผสานหลากหลายทฤษฎี เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างเท่าทัน มีสติ อันเป็นพื้นฐานของจิตใจที่เข้มแข็ง และอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมได้ มักนำมาใช้เป็นแก่นหลักในการรักษาผู้ป่วยยาเสพติด


อย่างไรก็ตาม การรักษาผู้ป่วยยาเสพติดควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกแบบการรักษาอย่างเหมาะสมให้ตรงกับประเภทและความรุนแรงของการใช้ยาเสพติด รวมไปถึงความต้องการของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย


ยกตัวอย่างเช่น Matrix Model เป็นการบำบัดแบบผสมผสาน ช่วยให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่แน่วแน่มากขึ้นด้วย Twelve-Step Facilitation หรือ TSF แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านจิตใจอารมณ์ ระบบการรักษาแบบ CBT อาจเหมาะสมกว่า ผ่านการดูแลกับนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญที่สามารถพิจารณาได้ถึงรูปแบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดตามสถานการณ์เฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคน

วิธีการบำบัดยาเสพติดที่ภูฟ้าเรสท์โฮม

ภูฟ้าเรสท์โฮมดูแลคุณด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เราใช้วิธีการปรับนิสัยผู้ป่วยยาเสพติดด้วยกระบวนการแบบ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบความคิด หรือ พฤติกรรมที่มีความเสี่ยง พร้อมช่วยเหลือคุณในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน


เราคือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ทุกกระบวนการที่ภูฟ้าเรสท์โฮม อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ พยาบาล และนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างกระบวนการความคิดและจิตใจที่มั่นคงเท่านั้น แต่ยังพร้อมดูแลให้คุณสามารถเลิกยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย ไม่ทรมาน ตลอด 24 ชั่วโมง


World Health Organization (WHO) ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญในการเลิกยาเสพติด ว่าคือการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยควรให้บุคคลมีอิสระมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในการทำกิจกรรมประจำวัน และควรส่วนร่วมในการศึกษา ทำงาน พักผ่อน ในบทบาทชีวิตที่มีความหมาย


ที่ภูฟ้าเรสท์โฮมมีพื้นที่กว้างขวางให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลาย พักฟื้น ไม่รู้สึกว่าถูกจำกัดพื้นที่ มีการจัดเซสชันเพื่อการพูดคุยปรึกษากับทีมผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุ นำไปสู่การจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับคุณที่พร้อมตั้งแต่การฟื้นฟูจิตใจ สร้างวินัย และความเข้าใจต่อสิ่งรอบตัว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสันทนาการมากมายให้คุณเลือกได้ทุกวันไม่เบื่อ


เราพร้อมเพื่อพาคุณกลับสู่สังคมด้วยความมั่นใจ และไม่กลับไปพึ่งพายาเสพติดอีก


สนใจเข้ารับการบำบัดยาเสพติดกับภูฟ้าเรสท์โฮม

งานของเราไม่เพียงเป็นการบำบัดฟื้นฟูสุขภาพกายและใจของคุณให้แข็งแรงเท่านั้น แต่เป็นทุกขั้นตอนตั้งแต่ก้าวแรกสู่การเลิกยาเสพติด ก่อนเข้ารับการบำบัดกับภูฟ้าเรสท์โฮม คุณสามารถติดต่อเพื่อปรึกษากับผู้ชำนาญการเฉพาะด้านของภูฟ้าก่อนตัดสินใจได้

และสำหรับครอบครัวที่อยากพาคนที่คุณรัก หรือผู้ที่ต้องการเลิกยาด้วยความสมัครใจ สามารถติดต่อเพื่อเข้าชมสถานที่ล่วงหน้าได้ทั้ง 3 สาขา อันได้แก่ กรุงเทพมหานคร, หัวหิน, และเชียงราย


ติดต่อเราได้ที่นี่ หรือ โทร. 1522 เพื่อปรึกษาผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดของภูฟ้า

สถานบำบัดยาเสพติดภูฟ้าเรสท์โฮม


Source: pubmed, พบแพทย์, Boston University School of Public Health, sciencedirect, drugabuse

BMJ Journal, mayoclinic, cambridge, National Institutes on Drug Abuse, สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.), addictiongroup, americanaddictioncenters, rehabs, verywellmind, positivepsychology, Recovery First, brainline, clevelandclinic, The Matter 2071


Phufa photo album CTA button

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...