ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

"แอลกอฮอล์" ชนวนสำคัญที่ทวีคูณฤทธิ์ยาเสพติด

10 ธันวาคม 2568

รู้หรือไม่? การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับเสพยาเสพติดเสี่ยงเกิดพิษเฉียบพลันอาจอันตรายถึงแก่ชีวิต ทำความเข้าใจกลไกการเสริมฤทธิ์ของยาเสพติดได้พร้อมกันกับบทความนี้

"แอลกอฮอล์" ชนวนสำคัญที่ทวีคูณฤทธิ์ยาเสพติด

หลายครั้งที่เราได้ยินข่าวการตรวจจับยาเสพติดในงานเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งนอกจากจะพบยาเสพติดแล้ว สิ่งที่มักพบร่วมด้วยคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้ในงานปาร์ตี้สังสรรค์ อาทิ เหล้า หรือเบียร์ ซึ่งผู้เสพมักดื่มร่วมกับการใช้ยาเสพติด อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเป็นทางลัดที่นำไปสู่การเสียชีวิตแบบเฉียบพลัน


ทำไมการดื่มแอลกอฮอล์ถึงเพิ่มความเสี่ยงเมื่อใช้ร่วมกับยาเสพติด?

เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นส่งผลต่อจิตและประสาท โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทที่ส่งผลต่อประสาทส่วนกลาง โดยไปชะลอการทำงานของสมอง ซึ่งหมายความว่า เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจะทำให้การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางช้าลง โดยแอลกอฮอล์สามารถดูดซึมผ่านหลอดเลือดไปทำลายเซลล์สมองโดยตรง ทำให้การกำจัดของเสียในเซลล์สมองแย่ลง การสร้างสารสื่อประสาทน้อยลง และเนื้อสมองเสียหายเร็วกว่าปกติ ทำให้ผู้ดื่มเกิด ภาวะสมองเสียหายจากสุรา (alcohol related brain damage) โดยมีทั้งอาการแบบเฉียบพลันและอาการที่เกิดขึ้นในระยะยาว

อาการระยะเฉียบพลัน

  • สูญเสียการควบคุมตนเองและการใช้เหตุผลลดลง
  • ความจำระยะสั้นบกพร่อง
  • เสียการทรงตัวและการควบคุมการเคลื่อนไหว
  • หากได้รับในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดภาวะกดการหายใจและระดับความรู้สึกตัวลดลง

อาการระยะยาว

  • บุคลิกภาพและอารมณ์แปรปรวน ควบคุมอารมณ์ได้ยาก นำไปสู่พฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • มีภาวะความจำเสื่อม มีปัญหาในการเรียนรู้และจดจำ
  • อาจมีการสร้างข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นมาเติมเต็มในส่วนของความจำที่สูญเสียไป

ปัญหาคือ เมื่อแอลกอฮอล์ไปเจอกับฤทธิ์ของยาเสพติดชนิดอื่น การใช้แอลกอฮอล์ร่วมกับยาเสพติดไม่ใช่แค่การบวกฤทธิ์ แต่เป็นการทวีคูณฤทธิ์ที่อาจทำให้อันตรายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

รูปภาพประกอบ

1. การดื่มแอลกอฮอล์กับการใช้กลุ่มยากดประสาท

การที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับสารกดประสาทชนิดอื่น เช่น ฝิ่น, มอร์ฟีน, เฮโรอีน, สารระเหย, ยานอนหลับ และยากล่อมประสาท แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำให้เกิดปฏิกิริยาเสริมฤทธิ์(Synergistic Effect) ของสารเหล่านั้นให้รุนแรงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • ดื่มแอลกอฮอล์กับเฮโรอีนและฝิ่น การผสมผสานระหว่างแอลกอฮอล์กับเฮโรอีนจัดเป็นอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง เนื่องจากสารทั้งสองชนิดมีฤทธิ์กดประสาท การใช้ร่วมกันจะส่งผลให้การเต้นของหัวใจและการหายใจช้าลงอย่างมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาด นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะสำลักในกรณีที่มีการอาเจียน เนื่องจากสารเหล่านี้จะไปยับยั้งปฏิกิริยาการอาเจียนตามธรรมชาติของร่างกาย
  • แอลกอฮอล์และเบนโซไดอะซีพีน เบนโซไดอะซีปีน (เช่น เบนโซ, ไดอะซีแพม, วาเลียม, หรือ ซาแน็กซ์) เป็นยากลุ่มระงับประสาท การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน และบางครั้งอาจมีอาการรุนแรงได้ การใช้เบนโซไดอะซีปีนร่วมกับแอลกอฮอล์ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากยาและแอลกอฮอล์ต่างก็ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลต่อการหายใจและปฏิกิริยาการอาเจียน การใช้ร่วมกันจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาดและเสียชีวิต

2. การดื่มแอลกอฮอล์กับการใช้กลุ่มยากระตุ้นประสาท

  • แอลกอฮอล์และโคเคน การดื่มแอลกอฮอล์และโคเคนร่วมกันจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการหัวใจวาย อาการชัก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตกะทันหันได้ เพิ่มผลกดประสาทของแอลกอฮอล์ต่อระบบประสาทของคุณ ทำให้ปฏิกิริยาของคุณต่อโคเคนรุนแรงขึ้นและอันตรายมากขึ้น
  • แอลกอฮอล์และยาอี (MDMA) การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่กับการใช้ยาอี (MDMA) ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไปและการขาดน้ำในระดับอันตราย ซึ่งอาจนำไปสู่อาการสับสนและอาการชักที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน การใช้ MDMA อย่างต่อเนื่องในระยะยาวมีความสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ซึ่งการดื่มสุราอย่างหนักก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอยู่แล้ว การใช้สารทั้งสองชนิดร่วมกันจึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก
  • แอลกอฮอล์และแอมเฟตามีน การใช้สารกระตุ้นร่วมกับแอลกอฮอล์อาจลดการรับรู้ถึงพิษของแอลกอฮอล์ นำไปสู่การดื่มที่มากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อพิษแอลกอฮอล์เฉียบพลัน ทั้งแอมเฟตามีนและแอลกอฮอล์ต่างลดการยับยั้งชั่งใจ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและการกระทำที่อาจเสียใจ นอกจากนี้ แอมเฟตามีน (เช่นเดียวกับยาอี) ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและอุณหภูมิร่างกายสูง ซึ่งจะแย่ลงเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้แอมเฟตามีนซึ่งสร้างแรงกดดันต่อหัวใจอยู่แล้ว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

3. การดื่มแอลกอฮอล์และเสพกัญชา

การใช้กัญชาและแอลกอฮอล์ร่วมกันอาจทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ผลกระทบทางร่างกาย ได้แก่ อาการวิงเวียน คลื่นไส้ และอาเจียน นอกจากนี้ ทั้งกัญชาและแอลกอฮอล์ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการตื่นตระหนก วิตกกังวล หวาดระแวง และภาวะซึมเศร้าได้



ทำไมผู้เสพมักดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่กับเสพยา ทั้งที่อันตรายมาก?

รูปภาพประกอบ

เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยในงานสังสรรค์และปาร์ตี้คือการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมก
ับการเสพยาเสพติด พวกเขาเหล่านั้นอาจจะรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนี้เป็นสิ่งที่ส่งผลอันตรายอย่างมาก แต่ยังเลือกที่จะกระทำต่อไปหรือไม่สามารถควบคุมการดื่มหรือการเสพของตนเองได้ อาจเกิดได้จาก

การตัดสินใจและความยับยั้งชั่งใจลดลง

  • ผลต่อการทำงานของสมอง แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดการทำงานของสมองส่วนหน้า ซึ่งควบคุมการตัดสินใจและการควบคุมตนเอง ทำให้ความสามารถในการตัดสินใจแย่ลงในช่วงที่ดื่ม
  • ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น เมื่อการตัดสินใจบกพร่อง ผู้ดื่มจึงมีแนวโน้มที่จะกล้าทำสิ่งที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น การตัดสินใจทดลองเสพยาเสพติด หรือใช้ยาในปริมาณที่สูงกว่าปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ยาเกินขนาดหรืออาการแพ้ที่รุนแรงถึงชีวิต
  • การแสวงหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่กว่าเดิม
  • ความเข้าใจผิดเรื่องความรู้สึก บางรายอาจมีความเชื่อว่าการใช้สารเสพติดหลายชนิดพร้อมกันจะให้ความรู้สึก "เคลิ้ม" หรือ "เมา" ที่รุนแรงหรือรู้สึกดีได้มากกว่า โดยไม่ตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงและโอกาสเสี่ยงต่อชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก


การดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับเสพยาทำให้โอกาสเสพติดสูงขึ้นหรือไม่?

อย่างที่ทราบกันในข้างต้นแล้วว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจัดเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดหนึ่ง ดังนั้นการดื่มแอลกอฮอล์พร้อมกับเสพยา (โดยเฉพาะยากระตุ้น เช่น แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน โคเคน) ทำให้มีความเสี่ยงในการเสพติดเพิ่มมากยิ่งขึ้น

1. การควบคุมสติลดลง อาจใช้ยาเกินขนาด

เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมสติและการตัดสินใจจะลดลง ทำให้ผู้เสพอาจใช้ยาในปริมาณที่มากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว หรือใช้ยาบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดยาและใช้ยาเกินขนาด

2. การกระตุ้นโดปามีนในสมองเพิ่มขึ้น

โดปามีนเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกยินดีและรางวัล เมื่อใช้ทั้งแอลกอฮอล์และยาเสพติดร่วมกัน การใช้ร่วมกันทำให้สมองหลั่งโดปามีนมากยิ่งขึ้น สมองจึง "จดจำความรู้สึกดีแบบแรงและเร็ว" มากกว่าการใช้สารใดชนิดเดียว

3. การใช้สารออกฤทธิ์มากกว่าหนึ่งชนิด เสพติดได้ง่ายขึ้น

การใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกัน (polydrug / polysubstance use) ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเสพติดและการพึ่งพาสารอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นระบบโดพามีนในสมองให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณเมื่อเทียบกับการใช้สารเพียงชนิดเดียว ซึ่งส่งผลให้เกิดการตอบสนองที่เป็นผลรางวัลในสมองที่สูงขึ้น



การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาเสพติดเป็นพฤติกรรมที่อันตรายร้ายแรงมากกว่าที่ทุกคนคาดคิด อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่อันตรายถึงชีวิตแบบกะทันหัน อย่างไรก็ตามการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวก็ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติดที่ส่งผลร้ายแรง หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังประสบปัญหายาเสพติด อย่ารอช้า การขอความช่วยเหลือจากผู้ชำนาญการเฉพาะด้านคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิต เพราะเราเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับโอกาสในการฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเปลี่ยนชีวิตใหม่ โทรหาเราเลยวันนี้ที่ 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมาทำการรักษายาเสพติด

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...