"อาการลงแดง" คืออะไร รักษาอย่างไรได้ผลที่สุด - ภูฟ้าเรสท์โฮม
21 มีนาคม 2566
หากคุณคือคนที่กำลังหาวิธีถอนพิษยาเสพติด จัดการกับอาการลงแดง หรือช่วยคนใกล้ตัวของคุณ เราจะมาเล่าให้คุณฟังว่า อาการลงแดงเกิดจากอะไร, มีอาการอย่างไร, รักษาอย่างไร
มีอาการลงแดง ต้องทำอย่างไร
การเสพยาเสพติดส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตของผู้เสพ ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ และการสังคม แต่การเลิกยาเสพติดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นต้องการเลิกยาของผู้ป่วยยาเสพเพียงยาเดียว บางคนพยายามเลิกใช้ยาเสพติดด้วยตัวเอง โดยการหักดิบหยุดใช้ยาทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการรักษาโดยแพทย์ ซึ่งอันตรายและนำไปสู่ “อาการลงแดง” อย่างรุนแรงได้
หากคุณคือคนหนึ่งที่กำลังหาวิธีถอนพิษยาเสพติด หรือช่วยคนใกล้ตัวเลิกยาเสพติด บทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ วันนี้ภูฟ้าเรสท์โฮมจะมาเล่าให้คุณฟังว่า อาการลงแดงเกิดจากอะไร, มีอาการอย่างไร, รักษาอาการอยากยาได้อย่างไรบ้าง, และควรทำอย่างไรจึงจะสามารถเลิกยาเสพติดได้อย่างปลอดภัย
อาการลงแดง คืออะไร
เมื่อพูดถึง “อาการลงแดง” คนมักจะเข้าใจความหมายว่า เป็นอาการของคนที่เสพติดบางสิ่งบางอย่างมาก จนขาดไม่ได้ เช่น เหล้า ยาเสพติด หากอธิบายลงลึกว่าอาการลงแดงคืออะไร คำว่า ลง ในที่นี้จะใช้กับการถ่ายท้อง ปวดท้อง ลงท้อง ส่วนคำว่า แดง มาจากสีของเลือดที่ถูกขับออกมา เนื่องจากเวลาขาดสารเสพติด ร่างกายจะทำงานผิดปกติ กล้ามเนื้อจะหดเกร็ง ทำให้ปวดท้อง ลำไส้บีบตัวจนเลือดออก เมื่อขับถ่ายจึงมีเลือดปะปนมาด้วย
นอกจากนี้ผู้ป่วยยาเสพติดมักมีสุขภาพไม่แข็งแรง เมื่อลำไส้เป็นแผลประกอบกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อนได้ง่าย และมีอันตรายถึงชีวิต
ทำไมถึงมีอาการลงแดง เกิดขึ้นได้อย่างไร
อาการลงแดงเกิดขึ้นโดยเมื่อคนเราเสพติด ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด หรือสุราก็ตาม สมองจะบอกให้ร่างกายคุ้นเคย และเข้าใจว่า สภาวะในระหว่างใช้สารเสพติด คือ “สภาวะปกติ” ของร่างกาย ทำให้ร่างกายเคยชินกับการพึ่งพายาเสพติด เมื่อหยุดยา สิ่งที่เกิดตามมา คือ ความเข้มข้นของสารเสพติดในเลือดที่ค่อย ๆ ลดลง หรือพูดง่าย ๆ ว่าร่างกายไม่คุ้นชินกับสภาวะขาดยาเสพติดที่ได้รับเป็นประจำ
ในระยะนี้ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการถอนยา ซึ่งเป็นการขับสารเคมีตกค้างในสมองออกไป ทำให้สารเคมีในสมองไม่สมดุล ส่งผลกระทบถึงร่างกาย และจิตใจของผู้ป่วยยาเสพติดจากการขาดยา ทั้งยังทำให้ความต้องการยาพุ่งสูงขึ้นเพื่อชดเชยปริมาณยาที่ขาดไป หรือที่เราเรียกว่า อาการลงแดง นั่นเอง
การหักดิบ มีผลต่ออาการลงแดงอย่างไร
การหักดิบ คือ การเลิกใช้ยาทันที ส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการเลิกยาด้วยตนเอง ซึ่งการหักดิบอันตรายอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเสพติดอย่างรุนแรง จากการอธิบายเกี่ยวกับการเกิดอาการลงแดง คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดสารเสพติด และต้องการยาเสพติดเป็นอย่างมาก
เมื่อผู้ป่วยต้องการหักดิบ ทำให้สารเสพติดลดลงอย่างกระทันหัน มีสภาวะของร่างกายผิดปกติไปจากช่วงที่มีการเสพ และส่งผลให้ผู้ป่วยอยากยามากยิ่งขึ้น มีความเครียดเมื่อไม่ได้รับยา มีอาการทุรนทุราย หรืออาจมีอาการช็อก หัวใจล้มเหลว จนเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยยาเสพติดหลายรายจึงหันกลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง อีกทั้งยังมีโอกาสใช้ยาเสพติดในปริมาณที่มากกว่าเดิม
ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีอาการติดยาเสพติดอย่างหนัก ควรรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วย
อาการของคนขาดยาเสพติด มีอะไรบ้าง
อาการของคนขาดยาเสพติดของผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทของยาเสพติดที่ใช้, ระดับของการเสพติด, และระยะเวลาที่ขาดยา โดยทั่วไปจะมีอาการดังนี้
อาการทางร่างกาย
ผู้ป่วยจะมีอาการตัวสั่น มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง เหงื่อออก หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ และเหนื่อยล้า ในบางกรณี บุคคลอาจมีอาการทางร่างกายที่รุนแรงมากขึ้น เช่น ชักหรือหายใจลำบาก
อาการทางจิตใจ
ผู้ป่วยจะมีสภาพจิตใจไม่มั่นคง อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึมเศร้าและนอนไม่หลับ เมื่อเวลาผ่านไป ในบางรายอาจมีผลกระทบทางจิตใจที่รุนแรงมากขึ้น เช่น อาการประสาทหลอน, อาการเพ้อ, คลั่ง อาจทำให้ผู้ป่วยวิ่งเตลิดและเกิดอุบัติเหตุได้
บทความที่เกี่ยวข้อง:
เมื่อขาดยาเสพติดแล้ว อาการลงแดงจะเกิดขึ้นตอนไหน
โดยทั่วไป อาการลงแดงสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงสองสามวันหลังจากการใช้ยาเสพติดครั้งสุดท้าย และอาจมีอาการลงแดงนานหลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ โดยแบ่งตามกลุ่มของสิ่งเสพติดในเบื้องต้นดังนี้
- 1. กลุ่มยา Opioids
จะเริ่มมีอาการลงแดงภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังการใช้ยาเสพติดครั้งสุดท้าย หรืออย่างช้า จะเกิดขึ้น
ภายใน 1-3 วัน โดยอาการถอนยาจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณหนึ่งสัปดาห์ ในบางรายอาจยาวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ยาเสพติดในกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มยาที่ใช้ระงับความเจ็บปวดได้แก่ มอร์ฟีน, เฮโรอีน, ฝิ่น เป็นต้น - 2. กลุ่มยา Benzodiazepines
จะเริ่มมีอาการลงแดงภายใน 1-4 วันหลังจากการใช้ครั้งสุดท้าย อย่างช้า คือ ภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยจะมีอาการถอ
นยาเป็นเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่บางรายอาจนานหลายเดือนหรือหลายปี ยาเสพติดในกลุ่มนี้จะเป็นยาชนิดที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ - 3. กลุ่มยาที่มีฤทธิ์กระตุ้น
อาการลงแดงอาจเริ่มขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงสองสามวันหลังจากการใช้ครั้งล่าสุด และอาจคงอยู่เป็น
เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ มีระยะถอนยาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ในบางรายอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ตัวอย่างยาเสพติดในกลุ่มนี้ เช่น ยาบ้า (แอมเฟตามีน), กระท่อม, โคเคน, ยาม้า, ยาไอซ์ เป็นต้น - 4. แอลกอฮอล์
อาการลงแดงสามารถเริ่มได้ภายใน 6-12 ชั่วโมงหลังจากดื่มครั้งสุดท้าย และสูงสุดภายใน 24-72 ชั่วโมง ระยะถอนยาประมาณหนึ่งสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน
ทั้งนี้เพื่อให้คนที่คุณรักสามารถเลิกยาได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย ภูฟ้าเรสท์โฮมมีโปรแกรมบำบัดยาเสพติดระยะสั้นที่ให้ผลเร็ว โดยใช้ระยะเวลา 15 วัน (ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดยา)
บทความที่เกี่ยวข้อง:
รักษาอาการลงแดงได้อย่างไร
อาการลงแดงเป็นช่วงที่ร่างกายอยู่ในขั้นตอนของการฟื้นตัว ซึ่งมีหลากหลายวิธีในการรักษา และบรรเทาความรุนแรงของอาการ เช่น การใช้ยาช่วย, การใช้กิจกรรมบำบัด, การอาศัยแรงสนับสนุน
1. การรักษาด้วยยาช่วย (Medication-Assisted Treatment หรือ MAT)
หนึ่งในวิธีการจัดการกับอาการลงแดง คือ การรักษาโดยใช้ยาเพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการลงแดง และอาการอยากยา รวมทั้งป้องกันการกำเริบของอาการลงแดงด้วย ซึ่งยาที่ใช้จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสารเสพติด อาจมีการใช้ยาในกลุ่มเดียวกัน อย่างเช่น บูพรีนอร์ฟีน, เมทาโดน หรือนัลเทรกโซนสำหรับผู้ป่วยติดฝิ่น โดยตัวยาเหล่านี้จะระงับอาการปวดเช่นเดียวกันกับฝิ่น แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่า
กระบวนการรักษาแบบใช้ยาช่วยจึงจำเป็นต้องมีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดูแลเสมอ เพื่อจ่ายยาในปริมาณที่เหมาะสม และป้องกันการติดยาเสพติดซ้ำซ้อน
2. พฤติกรรมบำบัด
พฤติกรรมบำบัดมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนพฤติกรรม และรูปแบบความคิดที่เกี่ยวกับการใช้ยาเสพติด และเพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาในการจัดการกับความอยาก และแรงกระตุ้นต่อการใช้ยาเสพติด โดยทั่วไปจะใช้ Cognitive Behavioral Therapy หรือ CBT เป็นกระบวนการจิตบำบัดที่ให้ผู้ป่วยได้พูดคุยกับนักจิตบำบัด มุ่งเน้นในการปรับทัศนคติและมุมมองต่อสังคม นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติปรับทัศนคติและมุมมองต่อสังคม นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
อีกวิธีคือ Dialectical behavior therapy หรือ DBT เป็นกระบวนการจิตบำบัดเพื่อเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมความคิด และอารมณ์ เช่น อาการอยากยาเสพติด และประเมินการรับมือกับสถานการณ์เมื่อมีอาการอยากยา
3. การรักษาแบบกลุ่ม
การรักษาผู้ป่วยยาเสพติดแบบกลุ่ม โดยให้ทำกิจกรรมร่วมกันภายในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น ทำให้ผู้ป่วยแต่ละคนใกล้ชิดกัน อยู่เป็นสังคม โดยผู้ป่วยแต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ ความคิดกัน ทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และมีกำลังใจในการรักษา และผ่านช่วงอาการลงแดงไปได้ดียิ่งขึ้น
4. ดูแลร่างกายให้แข็งแรงเสมอ
อาการลงแดงเป็นอาการที่อันตราย โดยทั่วไปผู้ป่วยยาเสพติดมักมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงสมบูรณ์นัก สิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ ผู้ป่วยจะต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อสุขภาพและชีวิต ซึ่งสามารถทำได้โดย
- 1. นอนหลับให้เพียงพอ: อาการลงแดง อาจทำให้ผู้ป่วยสะดุ้งตื่นกลางดึกได้ จึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ และสร้างกิจวัตรการนอนหลับให้เป็นปกติ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว เช่น คาเฟอีน หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การนอน เช่น การใช้สเปรย์อโรม่าที่ทำให้หลับสบาย เป็นต้น
- 2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่: ระหว่างมีอาการลงแดง ผู้ป่วยหลายรายเบื่ออาหาร เพื่อดูแลให้ร่างกายแข็งแรง การดูแลโภชนาการจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก ควรรับประทานอาหารที่สมดุลประกอบด้วยผลไม้ ผัก โปรตีนไม่ติดมัน และเมล็ดธัญพืช
- 3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากกว่า 70% เมื่อมีอาการลงแดง ทำให้ถ่ายท้อง และมีเลือดปนจากการบีบตัวของลำไส้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อเพิ่มน้ำในร่างกาย และชดเชยน้ำที่เสียไป นอกจากนี้การดื่มน้ำยังช่วยถอนพิษยาเสพติดออกจากร่างกาย รวมถึงลดความรุนแรงของอาการลงแดงได้อีกด้วย
- 4. ออกกำลังกายเป็นประจำ: การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งเอ็นโดรฟินที่ช่วยให้อารมณ์ดี และลดความเครียดจากการหยุดยาได้ โดยควรเริ่มออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มความเข้มข้น และระยะเวลาของการออกกำลังกายทีละน้อย โดยแนะนำให้ออกกำลังกายนานกว่า 20 นาทีขึ้นไป เพื่อให้เอ็นโดรฟินหลั่งออกมามากพอ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น
- 5. ฝึกสมาธิ: เมื่อขาดยา ผู้ป่วยยาเสพติดจะเกิดอาการวิตกกังวล และมีความเครียด การฝึกสมาธิ เช่น การกำหนดลมหายใจ เล่นโยคะ จะช่วยลดความวิตกกังวล และทำให้ผ่อนคลายมากขึ้นได้
3 สิ่งที่ครอบครัวควรทำได้เพื่อช่วยผู้ป่วยที่มีอาการลงแดง
- 1. ทำความเข้าใจ
นอกจากความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับผู้ป่วยยาเสพติดแล้ว ครอบครัวควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการอยากยา และอาการลงแดงของผู้ป่วยยาเสพติดที่จะมีอารมณ์รุนแรง ควบคุมอารมณ์ได้ยาก ครอบครัวต้องใจเย็น ไม่ควรต่อว่า หรือซ้ำเติม อาจทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์ที่รุนแรงมากขึ้น หรือมีทัศนคติเชิงลบกับตัวเอง - 2. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น
จุดเริ่มต้นของวงจรการใช้ยาจะเริ่มจาก สิ่งกระตุ้น > ทำให้คิดถึงยาเสพติด > คิดถึงอาการอยากยา > กลับไปเสพยา ซึ่งตัวกระตุ้นสามารถเป็นได้หลายประเภท ตั้งแต่ปัญหาในชีวิตประจำวัน, คน, สิ่งของ, สถานที่, อารมณ์, ช่วงเวลา
ดังนั้นกุญแจสำคัญ คือ การหยุดความคิดถึงยาไว้ก่อนจะไปถึงขั้นที่ห้ามใจไม่ได้ หากผู้ป่วยยาเสพติดได้รับสิ่งกระตุ้น จะทำให้อาการอยากยารุนแรงขึ้น และทำให้เกิดการเสพซ้ำได้ ครอบครัวควรช่วยดูแล และหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ป่วยเจอสิ่งเร้าที่ทำให้นึกถึงการใช้ยาเสพติด หรือความรู้สึกระหว่างใช้ยาเสพติด อาจใช้วิธีพาผู้ป่วยไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแทน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ กิจกรรมที่ครอบครัวจะช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยได้ - 3. กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ
ระหว่างที่มีอาการลงแดง ผู้ป่วยอาจรู้สึกโดยเดี่ยวในขณะที่ต้องเผชิญกับความกดดันและต่อสู้กับอาการอยากยา กำลังใจจากครอบครัว และคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการข้ามผ่านช่วงที่ยากลำบากโดยไม่รู้สึกตัวคนเดียวได้นอกจากนี้ มีการศึกษาเรื่อง The interplay between life stressors and social resources in predicting alcohol use โดย Rudolf H. Moos ศาสตรจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์และพฤติกรรมสุขภาพ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้กล่าวว่า กำลังใจจากครอบครัวจะช่วยลดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และความเครียดของผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวจากการติดยาหรือเลิกยาอีกด้วย
เลิกยาเสพติดปลอดภัย ไม่ทรมาน ที่ภูฟ้าเรสท์โฮม
แม้จะเคยมีเคสที่ผู้ป่วยติดยาเสพติดสามารถทนต่อความทุกข์ทรมานจากอาการลงแดงจนเลิกยาเสพติดได้สำเร็จ แต่อย่างไรผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อตรวจดูภาวะแทรกซ้อนที่มีผลต่อสุขภาพ หรือทำให้อยากกลับมาพึ่งพายาเสพติดอีก
ทั้งนี้เพื่อให้คนที่คุณรักสามารถเลิกยาได้อย่างปลอดภัย และถาวร ควรให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดที่มีการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
ภูฟ้าเรสท์โฮมพร้อมดูแลคุณด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เราคือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพยาเสพติดเอกชนที่ได้รับการยอมรับทางสากล เรามีทีมแพทย์ ทีมบำบัด นักจิตวิทยา และผู้ชำนาญการด้านเลิกยาเสพติดโดยเฉพาะเพื่อดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมงให้สามารถเลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร ไม่อาเจียน หรือ ทรมาน
สำหรับครอบครัวที่อยากพาคนที่คุณรัก หรือผู้ที่ต้องการเลิกยาด้วยความสมัครใจ สามารถติดต่อเพื่อเข้าชมสถานที่ล่วงหน้าได้ทั้ง 3 สาขา อันได้แก่ กรุงเทพมหานคร, หัวหิน, และเชียงราย ติดต่อเราได้ที่นี่ หรือ โทร. 1522 เพื่อปรึกษาผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดของภูฟ้า
Source: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, Healthdirect, American Addiction Centers, Drugabuse, Medlineplus, Centers for disease control and prevention (CDC), Sanook, สำนักข่าวคมชัดลึก, โรงพยาบาลธัญลักษณ์, พบแพทย์, Go to Know, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, Science Direct, สสส. Thai Health
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...