รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับยาบ้า ยาอันดับ 1 ในไทย - ภูฟ้าเรสท์โฮม
14 กรกฎาคม 2566
ทำความรู้จักกับ "ยาบ้า" ยาเสพติดที่ระบาดหนักอันดับ 1 ในไทย เสพแล้วฮึกเหิม กระปรี้กระเปร่า แต่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสมองและประสาท หากติดแล้วมีวิธีรักษาอย่างไร มีคำตอบอยู่ในบทความนี้
ยาบ้าครองแชมป์สารเสพติดยอดฮิตในไทย ราคาถูกลง เข้าถึงง่าย
ยาบ้า หรือ Amphetamine จัดเป็นสารกระตุ้นระบบประสาทในกลุ่มแอมเฟตามีน เดิมมีชื่อเรียกว่า ยาม้า หรืออาจเรียกว่า ยาโด๊ป และ ยาขยัน เนื่องจากออกฤทธิ์ทำให้ผู้ใช้รู้สึกตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า กระตุ้นการทำงานของหัวใจ อารมณ์ดี ฮึกเหิม และรู้สึกไม่เหนื่อยล้า อาการเหล่านี้จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกดังกล่าวนั่นเอง
ในสมัยก่อนผู้เสพยาบ้ามักเป็นผู้ที่ทำงานด้วยการใช้แรงงาน ต้องการความสดชื่น ฮึกเหิม ทนต่อการอดหลับอดนอนได้ สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานขึ้น อาทิ กลุ่มงานขน
ขณะที่ในปัจจุบันยาบ้ามีการระบาดอย่างแพร่หลายมากทั้งในหมู่เด็กและเยาวชน ยาบ้ากระจายสู่กลุ่มนักท่องราตรีมากขึ้น โดยพบว่านักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงมักใช้แอมเฟตามีนในรูปแบบต่างๆ ผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อต้านฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้ผู้เสพหรือผู้ใช้ตื่นตัว และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ยาวนานขึ้นส่ง เด็กรับรถ คนขับรถบรรทุก กลุ่มก่อสร้างโดยเฉพาะกะกลางคืน กลุ่มเกษตร รับจ้างเหมาไถ ทำไร่ ทำสวน โดยเฉพาะแบบรับจ้างเหมาที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา รวมไปถึง กลุ่มประมง ชาวประมงออกหาปลาเวลากลางคืน กลุ่มคนเหล่านี้มักใช้ยาบ้า หรือ แอมเฟตามีนเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงาน เพิ่มปริมาณงาน และความอดทนต่อการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน
ประวัติความเป็นมาของยาบ้า
ยาบ้าถูกค้นพบมายาวนานนับร้อยปี และแพร่หลายในแต่ละประเทศทั่วโลก
- ปี ค.ศ.1887 : ถือกำเนิดมาจากนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ค้นพบและทดลองผลิตสารแอมเฟตามีน
- ปี ค.ศ.1919 : นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นค้นพบการสังเคราะห์อนุพันธุ์ของแอมเฟตามีน
- ปี ค.ศ.1940-1950 : แอมเฟตามีนถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น อาทิ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกัน อังกฤษ และเยอรมัน ใช้แอมเฟตามีนเพื่อต่อสู้อาการเหนื่อยล้า อ่อนแรง คนขับรถบรรทุกใช้เพื่อสร้างความตื่นตัวให้กับร่างกายเมื่อต้องขับรถเป็นเวลานาน ๆ ติดต่อกัน โดยพบว่าภายหลังจากสงครามโลกครั้ง 2 แอมเฟตามีนถูกใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น มีการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น รักษาอาการซึมเศร้า หอบหืด และ โรคลมหลับ (Narcolepsy)
- ปี ค.ศ.1970 : แอมเฟตามีนเริ่มถูกแบนจากประเทศต่าง ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่ประกาศให้เป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย
- ปี ค.ศ.1990-ปัจจุบัน : แอมเฟตามีนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่ประเทศต่าง ๆ หลากหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมไปถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
สำหรับในประเทศไทย ยาบ้า ถูกเรียกว่า ยาม้า เพราะสรรพคุณที่ขึ้นชื่อว่าจะทำให้ผู้ใช้มีพบะกำลัง ฮึกเหิม และตื่นตัว เหมือนกับม้า แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในปี พ.ศ. 2539 โดยนายเสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เสนอให้เปลี่ยนชื่อเป็น ยาบ้า โดยมุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักและรู้เท่าทันโทษของสารเสพติดชนิดนี้ จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อ ยาบ้า จนกระทั่งปัจจุบัน นั่นเอง
ลักษณะของยาบ้า
ลักษณะของยาบ้าโดยส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นแบบยาเม็ด สีส้ม น้ำตาล หรือเขียว เสพโดยการกลืนเม็ดยาลงไปในกระเพาะอาหารโดยตรง สำหรับยี่ห้อที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ‘999’ ตามด้วย ‘Y1’ และอื่น ๆ นอกจากนี้
ยาบ้ายังถูกสังเคราะห์ในรูปแบบผงสีขาวสำหรับใช้เพื่อการสูดดม และสารละลายที่บรรจุในหลอดแก้ว สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ยาบ้า ถือว่าเป็นสารเสพติดที่สามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า 8-24 ชั่วโมง โดยวิธีการใช้ยาบ้าหรือสารแอมเฟตามีนที่แตกต่างกัน ย่อมบ่งบอกถึงระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ต่างกันด้วย ดังนี้
- วิธีกิน - ออกฤทธิ์ภายใน 30 นาที
- วิธีสูดผงยาเข้าจมูก - ออกฤทธิ์ภายใน 3-5 วินาที
- วิธีการสูบควัน - ออกฤทธิ์ทันที
- วิธีฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ - ออกฤทธิ์ภายใน 15-30 วินาที
อาการผู้เสพยาบ้า
เนื่องจากยาบ้า จัดเป็นสารเสพติดชนิดกระตุ้นประสาท โดยจะออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมองส่วนกลางที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังกลไกการทำงานของระบบอื่น ๆ ในร่างกายตามมาด้วย อาการดังนี้
อาการทางร่างกาย
การออกฤทธิ์ของสมองส่วนกลางจะทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัว กระฉับกระเฉง สดชื่น และมีแนวโน้มที่จะอดทนต่อความเหนื่อยล้าได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสาทสัมผัสในการรับรู้ รวมถึงเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เช่นกัน
อาการทางจิตใจ
ผู้ใช้ยาจะมีอารมณ์ดี กระตุ้นความสุข หรือความรู้สึกพึงพอใจ สมองแจ่มใส มีความกระตือรือร้นอยากทำกิจกรรมต่าง ๆ หากเป็นผู้ที่ใช้สำหรับการทำงาน ก็จะรู้สึกมีพละกำลังอยากทำงานให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
อย่างไรก็ตามผลของการใช้ยาบ้าสามารถสร้างความสุขได้เพียงชั่วครั้งชั่วยามเท่านั้น เพราะหากขึ้นชื่อว่าเป็นสารเสพติดแล้ว ย่อมส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว โดยการใช้ยาบ้า หรือ สารแอมเฟตามีนในระยะยาวจะค่อย ๆ ลดการประสิทธิภาพการทำงานของสมองและจิตใจ ดังนี้
ผลกระทบทางร่างกาย
กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่มความดันโลหิต นำไปสู่ภาวะหลอดเลือดและหลอดลมขยายตัว อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน กระสับกระส่าย ชัก น้ำหนักตัวลดลง สูญเสียความทรงจำ ทั้งนี้ในรายที่ใช้สารเสพติดชนิดนี้เป็นเวลานาน ยังมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การติดเชื้อที่อวัยวะหรือระบบต่างในร่างกายตามไปด้วย
ผลกระทบทางจิตใจ
เมื่อใช้สารกระตุ้นประสาทมาก ๆ หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน สมองจะค่อย ๆ ถูกทำลาย พัฒนาการของสมองจะค่อย ๆ ช้าลง ประสิทธิภาพการทำงานของสมองก็จะลดลงตามไปด้วย โดยพบว่าผลกระทบทางจิตใจของผู้ใช้ยาบ้า จะแสดงอาการ หวาดระแวง เห็นภาพหลอน กลัวว่าจะโดนทำร้าย แต่ในขณะเดียวกัน ก็สามารถทำให้เกิดอาการคุ้มคลั่ง อารมณ์รุนแรง มีแนวโน้มทำร้ายผู้อื่นได้เช่นกัน
โทษและการควบคุมทางกฎหมาย
ในปัจจุบัน ยาบ้าจัดเป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปีพ.ศ. 2522 กล่าวคือเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ไม่มีการนำมาใช้ทางการแพทย์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ โดยมีบทกำหนดโทษดังนี้
ลักษณะความผิด
บทกำหนดโทษ
- การผลิต นำเข้า หรือ ส่งออก
โทษจำคุก 10 ปี - ตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1,000,000-5,000,000 บาท - การผลิต นำเข้า หรือ ส่งออก เพื่อวัตถุประสงค์ในการจำหน่าย
โทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 1,000,000-5,000,000 บาท หรือ โทษประหารชีวิต - การครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต
โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอัตราโทษและข้อหาสำหรับผู้เสพยาเสพติด ให้การลงโทษมีความเหมาะสมต่อพฤติกรรมในการกระทำความผิด โดยยึดหลัก “ผู้เสพคือผู้ป่วย” เพื่อให้ผู้เสพได้รับโอกาสในการบำบัดอาการติดยาเสพติดเมื่อถูกจับกุมด้วยข้อหาครอบครองยาเสพติดในปริมาณต่ำ แทนการถูกส่งตัวไปดำเนินคดีทันที
รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจำปี 2565 พบว่า ผลการจับกุมยาเสพติดทั่วประเทศ อันดับหนึ่ง ยังคงเป็นยาบ้า จำนวน 504,606,14 ล้านเม็ด ตามมาด้วยไอซ์ จำนวน 12,561.41 กิโลกรัม
โดยเม็ดยาส่วนใหญ่จะถูกบรรจุอยู่ในซองพลาสติก ซองละประมาณ 200 เม็ด นำมามัดรวมกันหลาย ๆ ซองแล้วจึงห่อด้วยกระดาษสา พร้อมประทับตราสัญลักษณ์ยี่ห้ออีกชั้นหนึ่ง ซึ่งยี่ห้อที่พบส่วนมาก คือ ‘999’ จำนวนกว่า 200 ล้านเม็ด คิดเป็นกว่า 59.27% ของการจับกุมทั้งหมด
สถิติการจับกุมยาเสพติดภาพรวมในปี 2565 มีจำนวน 258,629 คดี และจำนวนผู้ต้องหา 266,726 คน อย่างไรก็ตามพบว่ามีเข้ารับการบำบัดยาเสพติดเพียง 130,560 คนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นผู้เข้ารับการบำบัดครั้งแรกกว่า 66.9% และพบว่าอยู่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนมากขึ้น นั่นหมายความว่า แนวโน้มปัญหายาเสพติดยังคงอยู่ในภาวะเสี่ยง เด็กและเยาวชนยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของผู้ค้าด้วยเช่นกัน
สาเหตุและปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าในประเทศไทย
จากรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ปี 2565 พบว่า พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำยังคงเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดใน
ทั้งนี้ยังพบว่าสาเหตุที่ยาบ้ามีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางเป็นผลมาจากการที่ต้นทุนยาบ้าต่ำลงเรื่อย ๆ เหลือเพียงเม็ดละหลักสิบบาทเท่านั้น โดยจากรายงานเรื่อง ภูมิภาคเอเชีย โดยมีรอยต่อระหว่างสามประเทศได้แก่ ประเทศไทย (จังหวัด เชียงราย) สาธารณรัฐประชาชนลาว (แขวงบ่อแก้ว) และ พม่า (ท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน) ซึ่งด้วยภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมีลักษณะเอื้อต่อการเป็นทางผ่านในการขนส่งยาเสพติด จึงมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยพบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบนมากที่สุด ตามด้วยจังหวัดชายแดนติดริมแม่น้ำโขงSynthetic Drugs in East and Southeast Asia 2023 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime-UNODC) เปิดเผยราคาค้าปลีกและค้าส่งของยาบ้าหรือเมทเอมเฟตามีน อยู่ที่ ราว ๆ 50-100 บาทต่อเม็ด และ 12,000 บาท ต่อ 2,000 เม็ด อีกทั้งขั้นตอนการผลิตไม่ได้มีความซับซ้อนยุ่งยาก นอกจากนี้ช่องทางสื่อโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟสบุคและทวิตเตอร์ ยังเข้ามามีบทบาทต่อการค้ายามากขึ้นนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ค้าถือโอกาสใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้น การค้าปลีกระหว่างผู้ค้าและผู้ซื้อทำได้ง่ายดาย ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ไม่เสียต้นทุนใด ๆ อีกทั้งยังช่วยยกระดับการตลาดให้ดีขึ้นได้ด้วยการใช้รูปภาพ วิดิโอ และข้อความดึงดูดใจ กระตุ้นความต้องการในการซื้อให้กับผู้บริโภคได้อย่างดีเช่นกัน
การรักษาผู้ติดยาบ้า
ยาบ้า จัดเป็นสารเสพติดชนิดกระตุ้นประสาท โดยจะออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมองส่วนกลาง ทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบสมองและปราสาท ดังนั้นการรักษาผู้ป่วยจากยาบ้าจึงต้องรักษาด้วยวิธีผสมผสาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและได้ผลดี
การบำบัดยาเสพติดทางร่างกาย สามารถทำได้หลายวิธี ด้วยการให้ผู้ป่วยใช้ตัวยาอื่นเพื่อทดแทนการใช้ยาเสพติด เป็นการดีท็อกซ์และถอนพิษยา อาจใช้การแพทย์แผนไทยเช่นการฝังเข็ม หรือสมุนไพรถอนพิษยาเป็นตัวเลือกในการรักษาได้
การบำบัดยาเสพติดทางจิตใจ เน้นการฟื้นฟูสุขภาพจิตของผู้ป่วยควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสภาพร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยด้วยยาบ้า เป็นผู้ป่วยที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบต่อสมองและประสาท การใช้แอมเฟตามีนอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับด้านความคิด ความจำ ภาวะการตัดสินใจบกพร่อง ดังนั้นการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วยจึงสำคัญมากต่อการรักษา การฟื้นฟูสุขภาพจิตผู้ป่วยสามารถทำได้ด้วยการสนับสนุนให้ผู้ป่วยทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น ด้านดนตรี กีฬา หรือ กิจกรรมเสริมทักษะเพื่อปรับสมดุลของร่างกายและอารมณ์ ให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย
บำบัดยาเสพติดอย่างยั่งยืน รักษาสุขภาพกาย สุขภาพใจ กับภูฟ้าเรสท์โฮม
เพราะภูฟ้าเชื่อว่าผู้ป่วยยาเสพติดสามารถฟื้นฟูตนเองและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้โดยไม่หันหลังกลับไปใช้ยาเสพติดอีก ที่ภูฟ้า เราเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนชั้นนำมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ด้วยประสบการณ์การทำงานจากทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดกว่า 37 ปี ตั้งอยู่ ณ 3 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ หัวหิน และเชียงราย
ภูฟ้าสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผสมผสานทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด เราพร้อมให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณและคนที่คุณรัก โทร. 1522 รู้จักภูฟ้าเพิ่มเติมได้ที่นี่
Ref :
รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม ปี 2565. (n.d.). https://www.oncb.go.th. Retrieved June 7, 2023, from https://www.oncb.go.th/Home/PublishingImages/Pages/ITA/report/O13%20รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฎิบัติราชการ%20ประจำปีงบประมาณ%20พ.ศ.%202565.pdf
Synthetic Drugs in East and Southeast Asia 2023. (n.d.). https://www.unodc.org/. Retrieved June 8, 2023, from https://www.unodc.org/roseap/uploads/documents/Publications/2023/Synthetic_Drugs_in_East_and_Southeast_Asia_2023.pdf
รู้ทันยาบ้า. (n.d.). http://www.tobefriend.in.th. Retrieved June 8, 2023, from http://www.tobefriend.in.th/dataservice/files/ds2-manualAndTech/manual/8.รู้ทันยาบ้า.pdf
รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2565. (n.d.). https://www.oncb.go.th. Retrieved June 5, 2023, from https://www.oncb.go.th/EBookLibrary/ONCB_Annual_Report%202565.pdf?fbclid=IwAR1EyGhpm1w-_ws0KCVzGMnZW9R46Y_d_G-Z2q1o5JFW-w1cpqalMT8_Chk
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...