รักษาอาการติดยาเสพติดไม่ตรงจุด อันตรายกว่าที่คิด! - ภูฟ้าเรสท์โฮม
27 กุมภาพันธ์ 2567
รู้หรือไม่ อาการติดยาเสพติด อันตรายกว่าที่คิดเเม้พึ่งเริ่มเสพ หากรอจนถึงวันที่ผู้ป่วยเสพติดจนอาการหนัก วันนั้นคุณอาจจะเสียคนๆเดิมที่คุณรักไปตลอดชีวิต!
อะไรที่เป็นสาเหตุของการผลัดวันประกันพรุ่งในการเข้ารับการบำบัด?
หลายครั้งที่การตัดสินใจในการเข้าบำบัดยาเสพติดเกิดขึ้นเเล้ว เเต่กลับถูกเลื่อนระยะเวลาออกไป จนกระทั่งปฏิเสธการบำบัดในที่สุด ส่วนใหญ่ในผู้ป่วยที่ภูฟ้าเรสท์โฮมพบมักจะมีเหตุผลมาจาก
ผู้ป่วยคิดว่าตนเองยังไม่จำเป็นที่ต้องเข้ารับการบำบัด
ผู้ป่วยที่พึ่งเริ่มเสพติดอาจจะยังไม่ยอมรับว่าตนเองนั้นมีปัญหาติดยาเสพติด หรือในผู้ป่วยที่ยังไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกยาเสพติดทำลายสุขภาพมากเเล้วเพียงใด คิดว่าหากตนอยากเลิกเมื่อไหร่ก็สามารถเลิกด้วยตัวเองได้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัด
กลัวอาการถอนพิษยา
ผู้ป่วยหลายคนมีความเชื่อจากที่เคยได้ยินว่า อาการลงแดง นั้นทรมานเป็นอย่างมาก จนกลัวที่จะหยุดใช้ยาหรือยังไม่กล้าเข้ารับการบำบัด โดยอาการลงแดงที่อันตรายสามารถพบได้ในผู้ที่ใช้ยาเสพทุกประเภทและพบมากที่สุดในกลุ่มยาที่กระตุ้นประสาท การเลิกยาด้วยตัวเองแบบหักดิบโดยที่ไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลกระทบทางร่างกายและจิตใจในระยะยาว ทำให้เกิดอาการกลัวและหวาดระแวงเมื่อขาดยา ส่งผลให้ผู้ป่วยลังเลและปฏิเสธที่จะเข้าสู่กระบวนการบำบัดในที่สุด
กลัวโดนกักบริเวณ ไม่มีอิสระ
เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักๆที่ทำให้ผู้ป่วยยังทำใจเข้ารับการบำบัดไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าในสถานบำบัดนั้นอาจจะโดนกักขัง หรือถูกบีบบังคับให้ทำตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด ในสถานบำบัดนั้นมีการบำบัดอย่างปลอดภัย เเละกิจกรรมต่างๆให้ผู้ป่วยได้ทำเพื่อเป็นการผ่อนคลายและฟื้นฟูสภาพจิตใจ
คนในครอบครัว
คนในครอบครัวเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง ผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิดมักจะยอมตามใจผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยอาจจะบอกว่าตนนั้นไม่ได้ติดจนถึงขั้นต้องเข้าสถานบำบัด สามารถเลิกด้วยตัวเองได้ หรือขอเวลาอีกสักระยะ ด้วยความรักของคนผู้เป็นพ่อเป็นเเม่หรือคนใกล้ชิด ทำให้สุดท้ายต้องปฏิเสธหรือเลื่อนการบำบัดรักษาออกไป ถึงเเม้ว่าใจจะอยากให้ผู้ป่วยเข้ารักษามากเพียงใดก็ตาม
เเต่หากพูดในเเง่ของความเป็นจริงเเล้วนั้น การปล่อยให้ผู้ป่วยยังคงเสพยาเสพติดต่อไป โดยที่ไม่ได้รับการบำบัดรักษาตั้งเเต่ที่ยังอาการไม่หนัก นั่นคือการทำร้ายเเละทำลายผู้ป่วยทางอ้อมให้ถูกยาเสพติดกลืนกินไปอย่างรวดเร็ว และผลกระทบที่ตามมาย่อมมากขึ้นตามระยะเวลาที่ปล่อยเอาไว้
อาการเสพติดรุนเเรงระดับใดควรเข้ารับการบำบัด?
การพาผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษานั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สามารถเข้าบำบัดได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอจนเกิดอาการเสพติดรุนเเรง
- ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่เสพ หากเป็นยาที่เสพติดง่าย เช่น เฮโรอีน ฝิ่น ยาบ้า ควรเข้ารับการบำบัดตั้งเเต่เริ่มเกิดการเสพติด
- ปริมาณการใช้สารเสพติด หากมีการใช้ยาเสพติดจำนวนมากถึงเเม้จะเป็นชนิดที่ความรุนเเรงไม่มากเท่าชนิดอื่น ก็ควรเข้ารับการบำบัดทันที
- ระยะเวลาในการเสพติด เเม้ว่าผู้ป่วยจะพึ่งเสพติด เเนะนำให้ควรเข้ารับการบำบัดตั้งเเต่อาการเสพติดยังไม่หนักเพื่อลดอาการบาดเจ็บของสมอง และฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
- ในผู้ป่วยที่เลิกยาเสพติดเองเเล้วเกิดอาการลงแดงจนร่างกายทนไม่ไหว ควรพาผู้ป่วยพบเเพทย์เเละอยู่ในการดูแลของเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไปจนหายเป็นปกติ
ทำไมจึงต้องเข้ารับการบำบัดกับสถานบำบัด?
ในผู้ป่วยที่เลิกยาเสพติดเองหรือหักดิบในระยะถอนพิษยาจะมีอาการอยากยา คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง มือสั่นตัวสั่น รู้สึกทรมาน ในรายที่อาการหนักอาจหัวใจเต้นเร็วจนเกิดอาการชักเป็นต้น ซึ่งในระยะนี้อาจทำให้เกิดผลเสียและเป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมากเพราะร่างกายอาจทนต่ออาการลงแดงไม่ไหว ส่งผลให้การเลิกยาเสพติดนั้นไม่สำเร็จและมีโอกาสสูงในการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอีก
การรักษาที่สถานบำบัดที่ได้รับมาตรฐานนั้นจะมีลำดับขั้นตอนในการรักษาที่ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในวิธีที่เหมาะกับผู้ป่วยรายนั้นๆ ในการบำบัดที่สถานบำบัดยาเสพติดเเพทย์จะมีการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการลงแดงเเละลดอาการอยากยาสำหรับผู้ป่วยเเต่ละรายโดยเฉพาะอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถช่วยให้ไม่เกิดอาการทรมานในระยะถอนพิษยา เพื่อให้การบำบัดรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทภาพ รวมถึงมีการบำบัดฟื้นฟูในส่วนของสภาพจิตใจ จนสามารถทำให้ผู้ป่วยเลิกยาได้สำเร็จ
ผลเสียจากการเข้ารับการรักษาไม่ตรงจุด
ผู้ป่วยทางจิตเวชกับผู้ป่วยที่เสพติดยาเสพติดต่างกันอย่างไร?
ในกรณีที่ผู้ป่วยยาเสพติดรักษาอาการไม่ตรงจุด เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตเพราะเกิดจากการเสพยาเสพติด ไปเข้ารับการรักษาเฉพาะโรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุดและเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เนื่องจากอาการป่วยจากโรคจิตเวชอันไม่ได้มาจากจากยาเสพติดนั้น เกิดจากสารเคมีสื่อในประสาทถูกรบกวน จนเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจมาจากการใช้ชีวิตประจำวันหรือสภาพเเวดล้อมที่ทำให้เกิดความเครียด กรรมพันธุ์ รวมถึงการติดเชื้อ ซึ่งกระบวนการรักษาเเละการใช้ยาจะต่างจากการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด และยารักษาทางจิตเวชนั้นออกฤทธิ์ต่อสารเคมีในสมอง เมื่อไปเจอกับฤทธิ์ของยาเสพติดที่ยังอยู่ในร่างกาย ยิ่งอาจเป็นสาเหตุให้อาการของผู้ป่วยเเย่ลง สิ่งสำคัญอีกอย่างในการรับประทานยารักษาทางจิตเวชนั้น จำเป็นต้องงดการใช้สารเสพติดหรือสิ่งมึนเมาทุกชนิด
การรักษาที่ไม่ตรงจุดนอกจากจะไม่ช่วยให้หายจากอาการที่เป็นอยู่เเล้วนั้น ยังทำให้เสียเวลา เสียทรัพย์สินและเสียกำลังใจ เเละอาจสูญเสียบุคคลที่คุณรักหากไม่สามารถรักษาอาการที่เป็นได้ทันเวลา ฉะนั้นการรักษาอาการทางจิตของผู้ป่วยเสพยาเสพติด จึงจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการบำบัดรักษากับสถานบำบัดยาเสพติดเสียก่อน
ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละรายนั้นต้องได้รับการประเมินการรักษาที่เหมาะกับสภาพร่างกายของเเต่ละบุคคลโดยเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงในเรื่องของสภาพเเวดล้อมให้ผู้ป่วยได้ออกจากบรรยากาศเดิมๆเพื่อให้ผู้ป่วยได้หลีกเลี่ยงความสนใจจากยาเสพติด เเละมีความตั้งใจกับการบำบัดได้เต็มที่
หากเข้ารับการบำบัดช้าเกินไป จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง?
ผู้ติดยาเสพติดคือผู้ป่วย เเน่นอนว่าอาการป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ยิ่งเร็วเท่าไหร่การรักษาฟื้นฟูย่อมให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าที่รอให้อาการหนักเเล้วมารักษาทีหลัง
ผลกระทบที่เกิดกับผู้ป่วยโดยตรง
หากไปบำบัดยาเสพติดช้า สมองของผู้ป่วยจะถูกฤทธิ์ของยาเสพติดทำลายไปเรื่อยๆ เซลล์สมองที่ถูกทำลายจำนวนมากอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียไปจนถึงอาการสมองพิการถาวร ถึงเเม้ว่าเลิกยาเเล้วในตอนหลังก็ไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ รวมถึงร่างกายที่จะทรุดโทรมลงตามกาลเวลาเนื่องจากยาเสพติดเข้าไปทำลายการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย อาจส่งผลให้พิการหรือเสียชีวิต
ผลกระทบกับครอบครัวหรือคนใกล้ชิด
ในระยะของการเสพติด ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดต้องรับมือในอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ของผู้ป่วย เเละผู้ป่วยจะมีสภาวะจิตใจไม่ปกติ ซึ่งหมายความว่ายาเสพติดได้เปลี่ยนพฤติกรรมของคนที่คุณรักไปแล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเเย่ลงเรื่อยๆ ในกรณีที่ปล่อยอาการเสพติดของผู้ป่วยเอาไว้นานจนถึงขั้นสมองพิการถาวร หรือร่างกายทรุดโทรมหนักจนถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผู้ป่วยจะไม่สามารถกลับใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ เช่น กลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถ เสียทรัพย์เเละเวลาในการรักษาตัวในระยะยาว ท้ายที่สุดอาจเกิดการสูญเสียคนที่คุณรักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาตลอดชีวิต
ทางออกที่ดีนั้น นอกจากการที่ต้องคุยด้วยความรักและความเข้าใจในตัวผู้ป่วยเเล้ว การเข้าใจในโทษภัยและอันตรายของยาเสพติดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักถึง ผู้ปกครองอาจใช้วิธีลองคุยโดยให้ผู้ป่วยประเมินตนเองในขณะที่ติดยาเสพติดทั้งในเรื่องสภาพร่างกายเเละจิตใจ ว่าตอนนี้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองเป็นอย่างไร เเล้วก่อนที่จะเสพยาเสพติดเป็นอย่างไร พร้อมทั้งบอกมุมมองของผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิดว่าตอนนี้ผู้ป่วยเปลี่ยนไปอย่างไร โดยอาจเเนะนำผู้ป่วยให้เข้ารับการตรวจสุขภาพก่อนในเบื้องต้น และหลังจากนั้นจึงอธิบายให้ผู้ป่วยฟังถึงการเข้ารับการบำบัดจะส่งผลดีอย่างไร โดยใช้ถ้อยคำที่ไม่รุนเเรง แสดงออกถึงความรักและความห่วงใย ใจเย็น เน้นการเเลกเปลี่ยนมุมมอง มิใช่การบีบบังคับ
ภูฟ้าเรสท์โฮม อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณสามารถไว้ใจได้ เราคือสถานบำบัดที่ถูกต้องตามกฏหมาย ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข จากการศึกษาพฤติกรรมผู้ป่วยมามากกว่า 10 ปีของเรา ทำให้เรามีศักยภาพในการบำบัดรักษาที่เป็นไปได้โดยง่าย อัตราความสำเร็จในการรักษาสูง มีการพัฒนากิจกรรมและกระบวนการบำบัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด ทำให้ผู้ป่วยไม่เกิดอาการเบื่อหน่ายในขณะที่บำบัดรักษา สถานที่ร่มรื่นเหมาะสมแก่การฟื้นฟู ดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยทุกรายดุจญาติมิตร ภูฟ้าเรสท์โฮมพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อเราตอนนี้ โทร. 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...