บุหรี่ไฟฟ้า พอต อันตรายแค่ไหน? มีโทษต่อร่างกายอย่างไร? - ภูฟ้าเรสท์โฮม
23 มกราคม 2566
บุหรี่ไฟฟ้า และพอต อันตรายแค่ไหน มีโทษต่อสุขภาพหรือไม่ คำถามที่เป็นข้อถกเถียงกันมากมายโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆกันในบทความนี้
บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายไหม ? และวิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้า
“สูบบุหรี่ 1 มวน อายุสั้นลง 7 นาที” – นพ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, 2557
บุหรี่มีสารเคมี สารพิษมากกว่า 7,000 ชนิด และยังมีสารก่อมะเร็งอีกกว่า 70 ชนิด ที่ทำลายทุก ๆ ส่วนของร่างกายตั้งแต่ สมอง หัว กระดูก กล้ามเนื้อ และส่วนอื่น ๆ นำมาซึ่งโรคร้ายอย่างมะเร็งปอด จากสถิติโรคมะเร็งปอดในประเทศไทยปี 2565 พบว่า ในวันหนึ่งมีคนตายด้วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ยมากถึง 40 คนต่อวัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการสูบบุหรี่ หรือการสูดดมควันบุหรี่
ด้วยเหตุนี้ คนจำนวนไม่น้อยจึงมองหาทางเลือกใหม่ อย่างบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาทดแทน ทั้งนำมาใช้เพื่อเลิกบุหรี่ และใช้แทนบุหรี่ แต่คำถามคือ แล้วบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยจริงหรือ? อันตรายมากแค่ไหน? ภูฟ้าจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับบุหรี่ไฟฟ้าพร้อม ๆ กันทั้งแบบ POD และแบบ MOD, บุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่แบบมวนต่างกันอย่างไร พร้อมวิธีเลิกบุหรี่ที่เห็นผล
บุหรี่ไฟฟ้า คือ อะไร
บุหรี่ไฟฟ้า คือ บุหรี่ที่ใช้วิธีจุดไฟโดยใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนทำให้น้ำยาสูบระเหย โดยไม่มีการลุกไหม้ (Heat-not-burn products) จากนั้นน้ำยาสูบจะกลายเป็นไอน้ำ นำพานิโคตินเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบผ่านละอองไอน้ำนั้น บุหรี่ไฟฟ้ามักถูกเรียกในหลายชื่อ เช่น พอด, เวป (Vapes), มอด, ฮุคก้า (e-Hookahs) เป็นต้น
โดยส่วนใหญ่แล้วตัวเครื่องของบุหรี่ไฟฟ้าจะประกอบไปด้วยสามส่วนหลัก คือ ตัวเครื่อง, แบตเตอรี่, ส่วนเก็บน้ำยาสูบ แต่จะมีการปรับโครงสร้างที่แตกต่างกันไปตามประเภทของบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้แล้วยังมีหลากหลายดีไซน์ทั้งที่เหมือนซิกการ์ หรือ ไปป์จริง ๆ ,แบบที่เป็นแท่งคล้าย USB, แบบที่มีขนาดใหญ่เป็นแทงก์เก็บน้ำยา
ส่วนภายในน้ำยาสูบมีสารประกอบหลัก ได้แก่
- นิโคติน: เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อสมอง และระบบประสาท เมื่อร่างกายได้รับจะหลั่งเอพิเนฟรีน (หรือที่เราคุ้นชื่อ อะดรีนาลีน นั่นเอง) และโดปามีน (ฮอร์โมนความสุข) ทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจ และเกิดอาการเสพติดนิโคติน ต้องการสูบเพิ่มอีก
- โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol): ถูกเรียกสั้น ๆ ว่า สาร PG ใช้เป็นตัวทำละลายในบุหรี่ไฟฟ้า และสร้างควัน ยิ่งมีสารนี้เยอะ จะยิ่งทำให้มีละอองไอน้ำเยอะ และมีกลิ่นที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- กลีเซอรีน (Glycerin): เป็นสารเพิ่มความชื้นที่จะผสมผสานกับสารโพรไพลีนไกลคอล
- สารแต่งรส แต่งกลิ่น: ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารทั่วไป การแต่งกลิ่น และรสมีความหลากหลาย ตั้งแต่กลิ่นทั่ว ๆ อย่าง สตรอเบอร์รี่ โคล่า ลิ้นจี่ ไปจนกลิ่นกลิ่นที่มีความซับซ้อน เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ไก่ทอด สายไหม ปาท่องโก๋ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการรับรองให้รับประทานได้ แต่การใช้สารแต่งกลิ่นและรสที่ถูกเปลี่ยนรูปให้เป็นไอน้ำ ยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีอันตรายต่อร่างกายหรือไม่
ประเภทของบุหรี่ไฟฟ้ามีอะไรบ้าง
บุหรี่ไฟฟ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
1. Cigalike
สามารถแปลได้ตรงตัว คือ เหมือนซิก้า พูดง่าย ๆ หน้าตาของบุหรี่ไฟฟ้าชนิดนี้จะมีลักษณะเหมือนบุหรี่มวนทั่ว ๆ ไป ต่างกันตรงที่จะมีตัวทำความร้อน และส่วนที่ทำให้เกิดไอเพิ่มขึ้นมา ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่มวน หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าหลายคน เริ่มจาก Cigalike เพราะรูปลักษณ์ที่เหมือนกัน ขนาดเล็ก ใช้งานง่าย สูบเข้าไปทันที ลมหายใจจะผ่านเซ็นเซอร์ที่กระตุ้นตัวทำความร้อนทำให้เกิดละอองจากน้ำยาสูบขึ้นมา
2. บุหรี่ไฟฟ้าแบบ Pod
ภาพจาก vapekulture
ถูกเรียกในอีกหลายชื่อ เช่น Pod Mods, Pod System, Pod Vapes คนไทยนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า Pod (พอด) เป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่จ่ายไฟน้อย ส่วนใหญ่มักจะไม่มีฟังก์ชันให้กำหนดกำลังไฟ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เน้นใช้รับสารนิโคตินเป็นหลัก และด้วยขนาดที่เล็กนี้ ทำให้การปรับแต่ง Pod ทำไม่ได้มากนัก
นอกจากนี้บุหรี่ไฟฟ้าแบบ Pod ยังสามารถแยกย่อยออกมาได้อีก 2 ระบบ
- ระบบปิด (Close System) จะไม่มีส่วนให้เติมน้ำยา แต่จะใช้เป็นการเปลี่ยนหัว Pod แทน โดยที่หัว Pod จะมีน้ำยาอยู่ และไม่สามารถปรับไฟได้ เน้นการใช้งานสะดวก ควันไม่เยอะเท่าแบบ Open System
- ระบบเปิด (Open System) จะเป็น Pod แบบที่สามารถเติมน้ำยาได้หลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันมีการพัฒนาให้บางรุ่นสามารถปรับกำลังไฟได้ ผู้ใช้จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับค่าไฟ และค่าโอห์ม เนื่องจากน้ำยาบางประเภทจะเหมาะกับ Pod ที่ปรับค่าโอห์มได้สูง เช่น น้ำยา Saltnic ที่มีนิโคตินมาก เหมาะกับเครื่องที่มีค่าโอห์มสูงกว่า 0.8 หากต่ำกว่านี้ สารจะมีความเข้มข้นและทำให้เกิดอันตรายต่อหัวใจได้
3. บุหรี่ไฟฟ้าแบบ Mod
Mod (มาจากคำว่า Modification อ่านว่า มอด) มีทั้งแบบที่ไม่มีแผงวงจรควบคุม ซึ่งแบบนี้จะเรียกว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบยิงสด และแบบมีแผงวงจรควบคุม ซึ่งจะเรียกว่า Regular Mod แผงวงจรสามารถควบคุมได้หลายส่วน แล้วแต่รุ่นของบุหรี่ไฟฟ้า หลัก ๆ คือ ควบคุมกำลังไฟ แรงดัน บางรุ่นอาจรวมไปถึงรวมไปถึงการควบคุมอุณหภูมิ
บุหรี่ไฟฟ้าแบบ Mod จะมีกำลังไฟสูงกว่า Pod ทำให้ใช้น้ำยาที่ให้ควันเยอะได้ มีขนาดของคอยล์ที่ใหญ่เพื่อรองรับสำลีที่ดูดซับน้ำยาไว้สำหรับทำไอระเหย ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่ใหญ่กว่าพอดด้วย เนื่องจากคอยล์ของพอดมีขนาดเล็ก ใช้ใยสังเคราะห์จึงไม่จำเป็นต้องมีคอยล์ใหญ่ ๆ ไว้แบบ Mod
ด้วยลักษณะตัวเครื่องที่มีกลไกปรับเองได้หลากหลายแบบ ทำให้น้ำหนักของบุหรี่ไฟฟ้าแบบ Mod มีน้ำหนักที่มากกว่า Pod พอสมควร ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า Mod จึงควรมีความรู้ความเข้าใจในการปรับ หรือมีประสบการณ์พอสมควร เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า
3 ประเภทนี้เป็นส่วนหลัก ๆ ให้เห็นความแตกต่างของแต่ละแบบ นอกจากนี้แล้ว ยังมีบุหรี่ไฟฟ้าอีกหลายประเภท เช่น IQOS (I Quit Ordinary Smoking), Vape Pen, หรือ Pod Mod ที่ผสมการใช้งานทั้งแบบ Pod และ Mod ไว้ด้วยกัน แต่โดยระบบแล้วไม่ได้ต่างจาก 3 ประเภทที่กล่าวมากนัก
บุหรี่ไฟฟ้า กับ บุหรี่มวน ต่างกันอย่างไร
จุดหลักบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนต่างกันที่ระบบการสร้างควัน โดยบุหรี่มวนนั้นจะเป็นการจุดไฟให้เกิดการเผาและลุกไหม้ของใบยาสูบ รวมถึงสารเคมีอื่น ๆ อีกหลายร้อยชนิดเพื่อลดการระคายเคืองจากการสูบ ซึ่งการลุกไหม้นี้ทำให้เกิดแก๊สที่มีพิษต่อร่างกาย เช่น คาร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ และเกิดสารพิษจากการลุกไหม้มากกว่า 7,000 ชนิด และยังมีสารก่อมะเร็งอีกกว่า 70 ชนิด
ส่วนบุหรี่ไฟฟ้านั้นใช้ตัวทำความร้อน แล้วส่งไปทำให้น้ำยาสูบระเหยเป็นไอน้ำ แล้วสูดเข้าสู่ร่างกาย โดยส่วนใหญ่มักเชื่อว่า ไอน้ำจากน้ำยาสูบนั้นปลอดภัยมากกว่าควันจากบุหรี่มวน
แล้วบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายจริงไหม
บุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่มีการเผาไหม้ ทำให้ไม่ต้องสูดดมควันไหม้ ทำให้หลาย ๆ คนเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย และได้รับสารพิษน้อยกว่า แต่จากการประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 19 มหาวิทยาลัยมหิดล ถอดความได้ว่า เมื่อเทียบบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวนทั่วไปนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1 ตัว เท่ากับ บุหรี่มวนถึง 6 ตัว* เนื่องจากในน้ำยาสูบนั้นมีปริมาณนิโคตินจำนวนมากกว่าบุหรี่ทั่วไป
นิโคตินนี้เอง คือ สารที่ทำให้เกิดอาการเสพติด เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ชีพจรเต้นเร็วขึ้น อาจมากขึ้นถึง 30 ครั้งต่อนาที ทำให้หัวใจทำงานหนัก ทำลายระบบย่อยอาหารและระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น และอาจเป็นเบาหวานได้
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม*: ในบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินสูงถึง 60 มิลลิกรัม แต่ในบุหรี่ 1 มวนจะมีนิโคตินประมาณ 10 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ต่างกัน 6 เท่า
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า “การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับภาวะก่อนเบาหวาน หรือ Prediabetes” โดยคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือมีภาวะก่อนเบาหวาน ถึง 22% ในรายที่ไม่เคยสูบบุหรี่มวน หรือบุหรี่ธรรมดามาก่อน สูงถึง 54%
ไม่เพียงแต่นิโคตินเท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ยังมีสารสร้างควัน โพรไพลีนไกลคอล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้า ควันอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ และควรระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง รวมถึงอาจก่อเป็นสารเกิดมะเร็งได้ หากมีการเผาไหม้และเกิดสารตกค้าง
และมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น สารโลหะหนัก สารหนู สารก่อมะเร็ง และมีงานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าไอน้ำมีอนุภาคเล็กกว่าควันจากบุหรี่ทั่วไป สูดได้ลึกลงไปในปอดมากกว่าทำให้จับเข้ากับเนื้อเยื่อปอด และซึมสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายขับออกได้ยาก
บุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จริงไหม
มีผลสำรวจโดย Cochrane ซึ่งเป็นองค์กรอิสระไม่แสวงผลกำไรที่ผลิตและเผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับทางด้านการแพทย์ ได้สรุปพบว่า เป็นไปได้ว่าจะมีคนเลิกบุหรี่อย่างน้อย 6 เดือนจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทน ทั้งแบบที่มีนิโคติน และไม่มีนิโคติน โดยใน 100 คน ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคตินจะเลิกสูบบุหรี่สำเร็จ 10-11 คน แบบไม่มีนิโคติน 7 คน และมีกลุ่มนี้ไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลยหรือใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเท่านั้น สามารถเลิกได้ 4 จาก 100 คน อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยได้เขียนสรุปไว้ว่านี่เป็นผลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างหลักพันคนเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังเป็นจำนวนที่ไม่มากพอ และไม่สามารถเชื่อถือได้ 100%
และยังมีงานวิจัยเรื่อง Quit Methods Used by US Adult Cigarette Smokers, 2014-2016 โดย Centers for Disease Control and Prevention พบว่า ผู้สูบบุหรี่หลายคนหันไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกบุหรี่ ผลลัพธ์ที่ได้นั้น คือ ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เลิกสูบบุหรี่มวน แต่กลับใช้ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่มวนไปพร้อม ๆ กัน
โดยสรุป ถึงแม้ว่าสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าจะมีจำนวนน้อยกว่าบุหรี่มวน แต่ไม่ได้ความว่าจะปลอดภัยมากกว่า หลายบทความที่พูดว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยมากกว่า เพราะบุหรี่ธรรมดามีสารเคมี และสารพิษกว่า 7,000 ชนิด ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้ามีองค์ประกอบหลักไม่กี่อย่างเท่านั้น อย่างไรก็ตามบุหรี่ธรรมดาอาจถูกจำกัดนิโคตินได้จากจำนวนมวน แต่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นหัวน้ำยาที่สูบได้หลายร้อยครั้ง ทำให้ควบคุมปริมาณของนิโคตินได้ยาก
อีกทั้งนิโคตินในน้ำยายังมีความเข้มข้นสูงกว่าปกติ ส่งต่อหัวใจ ความดันโลหิต เมื่อร่างกายได้รับนิโคตินอย่างเฉียบพลัน หรือในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมถึงส่งผลต่อปอดจากการได้รับละอองอณูไอน้ำขนาดเล็กที่ประกอบสารอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพ เช่น สารหนู ปรอท ตะกั่ว และซึมสู่กระแสเลือดอย่างว่องไว
จึงสามารถกล่าวได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้อันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนเลย และเป็นไปได้ว่าจะสูบมากขึ้นโดยสูบทั้งบุหรี่มวน และบุหรี่ไฟฟ้า หรือหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่มวน จึงไม่อาจถือได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: บุหรี่ไฟฟ้าสามารถเลือกปริมาณของนิโคตินได้ โดยค่อย ๆ ลด สำหรับคนที่สูบหนัก (1-2 ซองต่อวัน) มักนิยมสูบที่ 5% (นิโคติน 50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร) แล้วค่อย ๆ ลดลงมาเป็นนิโคตัน 3% 1.8% จนไม่มีนิโคตินเลย
บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ติดไหม แล้วนำไปสู่การใช้ยาเสพติดประเภทอื่นหรือไม่
อ้างอิงจาก Tobacco, Nicotine, and E-Cigarettes Research Report โดย National Institute on Drug Abuse การติดบุหรี่นั้นจัดว่าเป็นการติดยาเสพติดเช่นกัน ไม่ว่าจะบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่มวน ล้วนมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติด เป็นส่วนประกอบ อย่างที่ได้เกริ่นไปในส่วนประกอบของน้ำยาสูบเกี่ยวกับผลจากการใช้นิโคตินที่ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้ผ่อนคลาย อารมณ์ดี
เมื่อหยุดบุหรี่ ร่างกายก็ขาดนิโคตินไปด้วย ทำให้ซึมเศร้า และคิดว่าตัวเองไม่มีความสุข จนกลับไปสูบบุหรี่เพื่อรับนิโคตินอีก หรือเป็นอาการที่เราเรียกว่า “ติดบุหรี่” และมีแนวโน้มที่จะลองใช้สารเสพติดประเภทอื่น
นอกจากนี้ยังมีอีกงานวิจัย Cigarette Smoking Increases the Likelihood of Drug Use Relapse ของ National Institue on Drug Abuse โดย Dr. Andrea H. Weinberger, The Ferkauf Graduate School of Psychology, Yeshiva University และ Dr. Renee D. Goodwin, The Graduate School of Public Health and Health Policy, City University of New York
ในงานวิจัยนี้พบว่าการสูบบุหรี่หรือการได้รับสารนิโคตินเพิ่มโอกาสการกลับไปใช้ยาเสพติดของผู้บำบัดยาเสพติด (Substance Use Disorder หรือ SUD) และยังกล่าวว่า หากช่วยให้ผู้ป่วยเลิกสูบบุหรี่ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวจากการใช้ยาเสพติดประเภทอื่น ๆ ได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- บุหรี่ กับจุดเริ่มต้นสู่การเสพติด
- สาเหตุของการหันไปใช้ยาเสพติดและวิธีป้องกัน
- วิธีเลิกบุหรี่และยาอย่างถาวร ไม่กลับไปติดซ้ำ ทำอย่างไร
เลิกบุหรี่และยาเสพติดอย่างถาวรกับภูฟ้าเรสท์โฮม
ที่ภูฟ้าเรสท์โฮม เรามุ่งเน้นที่จะฟื้นฟูผู้ป่วยแบบบูรณาการหลายมิติ ตั้งแต่ดูแลการใช้ชีวิต, การสร้างจิตสำนึกที่เข้มแข็ง ปฏิเสธต่อยาเสพติด, ฟื้นฟูอารมณ์, ปรับทัศนคติ การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง, ปรับพฤติกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับสังคม พึ่งพาตัวเองได้, เสริมสร้างทักษะการปรับตัวไม่รู้สึกแปลกแยกหลังจากออกสถานบำบัด, และสร้างทักษะอาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดได้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลคุณดุจญาติมิตร ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ของทีมผู้ชำนาญการของภูฟ้าเรสท์โฮม
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบภายในสถานฟื้นฟูให้ผู้ป่วยไม่เบื่อ โดยมีการออกแบบจากผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติด ทำให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ทางกายและใจ
มาเลิกบุหรี่และยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับภูฟ้าเรสท์โฮม ติดต่อเราได้ที่นี่ หรือ โทร. 1522 เพื่อปรึกษาภูฟ้าเรสท์โฮมเกี่ยวกับการเข้ารับการบำบัด
Source: National Institue on Drug Abuse , Thai health , the active , สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข , Centers for Disease Control and Prevention , National Health Service UK , lnwpod, pobpad , LetsgetpodsTH , Trickster Chanel , siampods , buyv2cigs , Okvape , vaping360 , hodsusecig , bangkok biz news , bangkok hospitalsaranukrom thai , siampods , the children , Phyathai Hospital , relx by cake , Thai Health
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...