เจาะสาเหตุของอาการ "ฉี่ม่วง" เกิดได้จากสาเหตุใดบ้างและล้างสารเสพติดในร่างกายอย่างไร? - ภูฟ้าเรสท์โฮม
02 กุมภาพันธ์ 2567
รู้หรือไม่ ฉี่ม่วง หรือ ปัสสาวะมีผลเป็นบวก ไม่ใช่อาการที่ปัสสาวะออกมาเเล้วเป็นสีม่วง และไม่ได้เกิดขึ้นจากการเสพยาเสพได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ! มาเจาะลึกเกี่ยวกับปัสสาวะที่มีผลตรวจเป็นบวกพร้อมกับภูฟ้าได้ในบทความนี้
ฉี่ม่วง(ปัสสาวะมีผลเป็นบวก) เกิดจากอะไร?
ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า “ฉี่ม่วง” ที่เรียกกันจากการตรวจปัสสาวะคือการที่ปัสสาวะเเล้วของเหลวที่ออกมานั้นกลายเป็นสีม่วง แต่ในความเป็นจริงเเล้วนั้น ฉี่ม่วงหรือการที่ตรวจปัสสาวะเป็นผลบวก คือ การเก็บตัวอย่างปัสสาวะปกติไปทำการผสมกับสารเคมีที่ใช้ในการตรวจหายาเสพติดในชุดตรวจยาเสพติด หากในปัสสาวะมีสารเสพติด สารเคมีนั้นจะทำปฏิกิริยาทำให้ปัสสาวะที่นำไปตรวจเปลี่ยนเป็นสีม่วง
เรามักจะได้ยินคำว่าฉี่ม่วงมาจากการตรวจหาสารเสพติดเป็นส่วนใหญ่ เพราะการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะนั้นเป็นวิธีที่สะดวกกว่าวิธีอื่นเพราะสามารถเก็บตัวอย่างได้ง่าย ซึ่งในการตรวจปัสสาวะไม่ใช่เเค่การหาสารเสพติดเพียงอย่างเดียว อาจเป็นการตรวจหาสารพิษที่อันตรายต่อร่างกาย หรือตรวจเพื่อวินิจฉัยหรือติดตามการรักษาของแพทย์ การที่ผลตรวจปัสสาวะเป็นบวกจึงเกิดได้จากหลายสาเหตุ การใช้ยาหรือสารบางชนิดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลตรวจปัสสาวะออกมาเป็นบวก
โดย นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการกรรมการอาหารเเละยา(อย.) กล่าวว่า เนื่องจากยาเมตเเอมเฟตามีนนั้นมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายยาตัวอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ ยานอนหลับ ยารักษาไบโพลาร์ หรือเเม้เเต่ยาต้านอาการซึมเศร้า นอกจากยาเหล่านี้เเล้วก็ยังมียาอีกกว่า 40 ชนิดที่ทำให้เมื่อตรวจปัสสาวะเเล้วผลออกมาเป็นบวกหรือเป็นสีม่วง ดังนั้นในการคัดกรองผู้เสพยาเสพติดต้องคัดกรองอีกครั้งเพื่อเเยกตัวยาออกมา เป็นการตรวจยืนยันว่าตัวยาที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีดังกล่าวนั้นเป็นยาเสพติดจริง
ปัสสาวะสีม่วงจะถูกขับออกหมดภายในกี่วัน?
อย่างที่ได้กล่าวในข้างต้นว่า ปัสสาวะสีม่วงคือการนำตัวอย่างปัสสาวะปกติไปทำการตรวจสอบหาสารเสพติด ไม่ใช่การปัสสาวะออกมาเเล้วเป็นสีม่วงเเต่อย่างใด เพราะฉะนั้นหากดูด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าสารเสพติดที่อยู่ในร่างกายนั้นถูกขับออกจนหมดไปแล้ว หรือยังคงเหลือตกค้างในร่างกายอยู่
การตรวจสารเสพติดจากปัสสาวะนั้นเป็นการวัดค่าสารเสพติดในกระเเสเลือดผ่านการกรองปัสสาวะ ซึ่งในผู้เสพรายที่เสพติดเรื้อรังหรือเสพเป็นประจำ ระยะเวลาที่สารเสพติดจะคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เสพประจำ สารเสพติดที่ถูกเสพเข้าไปอย่างต่อเนื่องจะยังคงอยู่ในกระเเสเลือดอย่างต่อเนื่องและตกค้างในร่างกายยาวนานกว่า
โดยสารเสพติดที่อยู่ในร่างกายจะถูกขับออกทางปัสสาวะตามกลไกการขับของเสียของร่างกาย ตามระยะเวลาขึ้นอยู่กับปริมาณสารเสพติด ชนิดของสารเสพติดที่เสพ ความถี่ในการเสพ รวมไปถึงสภาพร่างกายของผู้เสพ ยกตัวอย่างเช่น เมตแอมเฟตามีน จะสามารถตรวจพบโดยการตรวจปัสสาวะได้ 1-3 วันหลังจากเสพในผู้ที่ไม่ได้เสพประจำ และตรวจพบได้ 2-6 วันในผู้ที่เสพประจำ และในผู้ที่เสพเรื้อรังสามารถตรวจพบได้นานถึง 2-3 สัปดาห์ เป็นต้น
มีวิธีใดที่ช่วยเร่งขับปัสสาวะสีม่วงออกจากร่างกาย?
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่สามารถขับสารเสพติดออกจากร่างกายได้หมดภายในเวลาสั้นๆ 1-2 วัน โดยปกติร่างกายจะมีการขับสารพิษหรือของเสียออกจากร่างกาย โดยทั่วไปเเล้วจะถูกขับออกทางปัสสาวะประมาณ 3-4 วัน และยาเสพติดเเต่ละชนิดนั้นมีระยะเวลาที่ตกค้างอยู่ในร่างกายแตกต่างกัน
ดังนั้นการจะเร่งให้สารเสพติดถูกขับออกมาผ่านปัสสาวะให้หมดในระยะเวลาอันสั้นยิ่งกับผู้เสพที่เสพยาเสพติดเป็นประจำเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากถึงเเม้ว่าจะทำการขับปัสสาวะออกมามากเท่าไหร่ผลตรวจปัสสาวะก็ยังมีโอกาสออกมาเป็นบวกอยู่ เนื่องจากยาเสพติดถูกสะสมอยู่ภายในร่างกายอยู่เรื่อยๆ หากยังมีการใช้สารเสพติดอยู่ไม่ว่าจะในปริมาณที่มากหรือน้อย
วิธีเบื้องต้นที่จะช่วยให้สารเสพติดถูกขับออกไปจากร่างกาย คือ การหยุดเสพสารเสพติดเข้าไปในร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม และออกกำลังกาย ร่างกายจะค่อยๆกำจัดสารเสพติดออกมาทางสารคัดหลั่ง แต่หากเกิดอาการผิดปกติจากการหยุดยาเสพติดหรือมีอาการถอนยา ควรเข้ารับการบำบัดรักษากับเเพทย์เเละผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ
ตรวจพบปัสสาวะมีผลบวกมีโทษทางกฎหมายอย่างไร?
จากประมวลกฏหมายยาเสพติด มาตรา 114 หากผู้เสพยาเสพติด(ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด)ถูกค้นพบโดยเจ้าหน้าที่พนักงาน ป.ป.ส หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ แล้วผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัด หากให้ความร่วมมือในการบำบัดเป็นอย่างดีจนสำเร็จลุล่วงได้รับการรับรองการบำบัด จะถือว่าไม่มีความผิดทางกฏหมาย และหลังจากการบำบัดจะต้องเข้าร่วมสถานฟื้นฟูสภาพทางสังคม และจะมีการติดตาม ดูแล และรายการผลการบำบัด
มาตรา 162 หากผู้ใดไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามเงื่อนไขมาตรา 114 จะถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 104 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตามการไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นหนทางที่ดีที่สุดแต่หากเกิดพลั้งพลาดด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แทนที่จะหาทางหลบหนีไปเรื่อยๆแบบไม่รู้จบ การเผชิญหน้าเเละยอมรับผล ทำตามเงื่อนไขที่ถูกต้องตามกฎหมายย่อมส่งผลดีมากกว่า
หรือหากมีความคิดที่ต้องการจะหยุดเสพด้วยตัวเอง อยากกลับตัวกลับใจเพื่ออนาคตที่ดี ท่านสามารถเข้ารับการบำบัดได้ที่สถานบำบัดยาเสพติดเอกชนได้ด้วยตัวเอง ภูฟ้าเรสท์โฮมเป็นอีกทางเลือกกับผู้ที่อยากจะเริ่มชีวิตใหม่ สถานบำบัดของเราได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เลิกยาเสพติดแบบไม่ทรมาน ด้วยสถานที่ที่ร่มรื่น จึงทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่น เเละสะดวกสบาย ไม่รู้สึกเหมือนถูกกักบริเวณ การบำบัดทุกขั้นตอนของภูฟ้าเรสท์โฮมอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้ชำนาญการเฉพาะด้านที่ดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ติดต่อเราได้ที่นี่ หรือ โทร. 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...
5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...