ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

"โปรฯ" ยาเสพติดสูตรผสมสุดฮิตในวัยรุ่น!

05 กุมภาพันธ์ 2568

อันตรายจากการ 'กินโปรฯ' ยาแก้แพ้-แก้ไอ ที่ถูกนำมาผสมใช้ผิดวัตถุประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่นเพื่อความมึนเมา โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบร้ายแรงที่ตามมาซึ่งไม่ต่างอะไรกับการเสพยาเสพติด!

"โปรฯ" ยาเสพติดสูตรผสมสุดฮิตในวัยรุ่น!

กินโปรฯ ที่มักได้ยินจากวัยรุ่นคืออะไร?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินคำว่า “กินโปรฯ” ผ่านหูกันมาบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นจากข่าวหรือจากแวดวงวัยรุ่น “โปรฯ” ที่เหล่าวัยรุ่นพูดถึงนั้น เป็นคำเรียกติดปากที่ผู้เสพมักจะใช้เรียกเครื่องดื่มที่ถูกนำมาผสมกับยาที่มีชื่อว่า “โปรโคดิล” หรือยาที่มีส่วนประกอบของ “โปรเมทาซีน” รวมกันกับเครื่องดื่มและยาชนิดอื่นๆ เช่น ทรามาดอล อัลปาโซแลม เพื่อหวังผลให้เกิดความมึนเมา เคลิบเคลิ้ม คล้ายกับการใช้ยาเสพติด นิยมใช้ในการดื่มสังสรรค์แทนเหล้าเบียร์ เครื่องดื่มผสมยาในลักษณะนี้ยังถูกเรียกอีกชื่อว่า "4x100"

ยา “โปรโคดิล”(Procodyl Syrup) ที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมนำไปใช้ผสมกับเครื่องดื่มนั้นเป็นชื่อยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการแพ้ทั่วไป เช่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้อากาศ แก้เมารถ จัดเป็นยาอันตรายตาม พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 โดยตัวยาสำคัญที่ประกอบอยู่ในยาโปรโคดิลคือ “โปรเมทาซีน”(Promethazine) ซึ่งออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ยับยั้งสารฮีสตามีนเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ในร่างกาย และยังมีฤทธิ์ช่วยเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาทางเคมีในสมอง ตัวยาโปรเมทาซีนนี้จึงมีการถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการนอนไม่หลับ หรือเป็นยาระงับประสาทอีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งตัวยาที่ออกฤทธิ์เหมือนดังที่กล่าวมานั้นยังมีอีกหลายประเภทที่ถูกนำมาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์



ทำไมยาโปรฯ จึงถูกนำมาใช้ผิดจุดประสงค์

รูปภาพประกอบ

เนื่องจากยาโปรโคดิลนั้นมีตัวยาสำคัญอย่างโปรเมทาซีน ที่มีฤทธิ์คล้ายยารักษาอาการทางจิตเวช ทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือ ง่วง ซึม เมื่อนำไปผสมกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือยาชนิดอื่นที่มีฤทธิ์ทำให้ตื่นตัว ทำให้วัยรุ่นที่กินโปรฯนั้นมีอาการคล้ายกับการดื่มสุรา โดยอาการที่เกิดขึ้นเมื่อกินโปรฯ เช่น ง่วง มึนงง สลึมสะลือ มึนเมา คล้ายอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น เหมือนกันกับการเมาสุรา

อีกสาเหตุที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมเลือกใช้ยาโปรโคดิลมาจากเรื่องรสชาติเป็นหลัก เนื่องจากยาโปรโคดิลไซรัปนั้นมีลักษณะเป็นน้ำเชื่อมเนื้อใสสีน้ำตาล มีรสชาติหวานที่มาจากการแต่งรส แต่งกลิ่น เพื่อให้ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยานั้นทานได้ง่าย ทั้งยังมีราคาที่ถูก แต่คนกลุ่มหนึ่งกลับนำข้อดีในส่วนนี้ไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์

ถึงแม้ว่าการกินโปรฯจะให้ฤทธิ์คล้ายกับการดื่มสุราหรือการใช้ยาเสพติด เเต่หากมีการตรวจสารเสพติดในผู้ที่กินโปรฯ ผลจะไม่เป็นบวก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ยาเสพติดสูตรผสมดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น



อันตรายจากการ "กินโปรฯ"

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาโปรโคดิล

การใช้ยาที่มีตัวยาอย่างโปรเมทาซีน อาจส่งผลให้ผู้ใช้มีอาการข้างเคียงโดยทั่วไป ได้แก่

  • มีอาการปากแห้ง คอแห้ง เห็นภาพไม่ชัด
  • ง่วงซึม อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  • ได้ยินเสียงเเว่วในหู
  • กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ

หากมีการใช้เกินขนาดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง ดังต่อไปนี้

  • กดประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการซึม
  • กดระบบหัวใจและหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะความดันต่ำ หัวใจเต้นเร็ว
  • กดการหายใจ หายใจลำบาก
  • เสี่ยงเกิดโรคต้อหิน
  • ปัสสาวะติดขัด ท้องผูก ตัวแดง ปวดศีรษะ

อันตรายเมื่อนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์

วัยรุ่นที่กินโปรฯมักจะผสมโปรโคดิลกับยาอื่นที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เช่น ทรามาดอล หรืออัลปาโซแลม โดยปกติเพียงแค่รับประทานโปรโคดิลหรือตัวยาโปรเมทาซีนเข้าไปก็ส่งผลให้เกิดอาการซึมอยู่แล้ว การผสมกันของสารออกฤทธิ์เหล่านี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายรุนแรงต่อร่างกาย หากรับประทานร่วมกันในปริมาณมากอาจมีอาการไข้ขึ้น กล้ามเนื้อกระตุก และเพิ่มโอกาสการชักสูงขึ้น อันตรายสูงสุดคืออาจเสียชีวิตได้ หากกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท เกิดความเชื่องช้าลง และที่สำคัญตัวยาเหล่านี้ทำให้ “เกิดการเสพติดได้”

ที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินข่าวความเสียหายและปัญหาที่เกิดจากการกินโปรฯของวัยรุ่น อย่างที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันนี้ที่ 2 กรกฎาคม 2558 โดยมีเนื้อหาข่าวว่า นักเรียนกินยาโปรโคดิลผสมยาทรามาดอลจำนวน 40 เม็ด ทำให้เกิดอาการชักเกร็ง ก่อนพลัดตกตลิ่งใต้สะพานภูมิพลที่เป็นโคลน

รายงานจาก โรงพยาบาลวชิระ ในปี 2558 มีผู้ป่วยวัยรุ่นชักจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากถึงปีละประมาณ 50 ราย จากกรณีที่เกี่ยวกับการใช้ยาลักษณะดังกล่าว

พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ กล่าวว่า เคยได้รับผู้ป่วยเป็นเยาวชนต่ำกว่า 15 ปี เข้าห้องฉุกเฉินด้วยภาวะชักหมดสติถึง 4 ราย จากการใช้ยาในกลุ่มนี้ผสมกับน้ำอัดลม และที่ผ่านมาจะพบผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเดียวกันถึงปีละประมาณ 10 ราย

ซึ่งด้วยปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันจึงได้มีการควบคุมการขายยาโปรโคดิล โดยกำหนดให้ร้านขายยาแผนปัจจุบันสามารถขายได้ไม่เกินเดือนละ 300 ขวด และไม่เกิน 3 ขวดต่อคน โดยต้องขายให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผู้ที่มีอาการ เช่น มีน้ำมูกไหล หรือเมารถ เมาเรือ ควบคุมการขายโดยเภสัชกรเท่านั้น

หากได้รับรายงานว่ามีการขายโปรโคดิลในทางที่ผิด ทาง อย. จะมาการดำเนินการล่อซื้อ โดยถ้าตรวจพบว่าร้านขายยาได้มีการประพฤติผิดจริงจะมีคำสั่งการพักใช้ใบอนุญาตร้านขายยาเป็นเวลา 120 วัน



ทำอย่างไรหากมีอาการเสพติดโปรฯ

รูปภาพประกอบ

อย่างที่กล่าวว่าการกินโปรฯนั้นสามารถทำให้เกิดการเสพติดได้ เนื่องจากมีตัวยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากพบว่ามีอาการเสพติด ควรรีบเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หรือศูนย์บำบัดยาเสพติด การเลิกโปรฯ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้วิธีลดปริมาณยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการถอนยา โดยในขั้นตอนเริ่มต้นสามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านที่มีแผนกจิตเวชหรือศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ได้รับมาตรฐานเพื่อปรึกษาในเบื้องต้นก่อน

การเข้าพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญมากในการเริ่มต้นกระบวนการเลิกโปรฯในรายที่มีการเสพติด เนื่องจากแพทย์จะต้องทำการประเมินอาการเสพติด รวมถึงสุขภาพของผู้เสพ เพื่อกำหนดแผนในการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยเพื่อลดอาการความเสี่ยงของอาการถอนยา หรืออาการทางจิตที่อาจเกิดขึ้น และอาจมีการใช้ยาอื่นเพื่อช่วยการบรรเทาอาการถอนยา

การเข้ารับการบำบัดจากสถานบำบัดไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเห็นผลที่สุด แต่ยังเป็นวิธีที่ยั่งยืน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญจะมีการตรวจประเมินเพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเริ่มใช้ยา นอกจากการรักษาในด้านร่างกายแล้ว ในด้านจิตใจผู้ป่วยจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการรับมือกับสิ่งกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้นอีกได้อย่างถูกต้อง ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้นและลดโอกาสในการกลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง ต้องการเลิกยาเสพติด โทร 1522 เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดของเรา


"โปรฯ" ยาเสพติดสูตรผสมสุดฮิตในวัยรุ่น!
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษา

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...