รู้จัก "ทรามาดอล" ยารักษาอาการปวดกับอันตรายจากการใช้ผิดวัตถุประสงค์ - ภูฟ้าเรสท์โฮม
08 มกราคม 2567
ทรามาดอล หรือ ยาเขียวเหลือง ยาแก้ปวดมากประโยชน์ในทางการเเพทย์ ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดในรูปแบบของการเสพติดอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่น แต่จะมีสักกี่คนที่ตระหนักถึงโทษภัยของการใช้ที่อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต!
ยาทรามาดอลคืออะไร?
ยาแก้ปวด “ทรามาดอล” หรือที่นิยมเรียกกันในหมู่วัยรุ่นว่า “ยาเขียวเหลือง” เป็นยาแก้ปวดที่อยู่ในกลุ่มโอปิออยด์(Opioids) ใช้บรรเทาอาการปวดในขั้นปานกลางไปจนถึงขั้นรุนแรงทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังที่ยาแก้ปวดชนิดอื่นๆไม่สามารถบรรเทาอาการได้ เช่น อาการเจ็บจากการเกิดบาดแผล กระดูกหัก อาการปวดจากโรคมะเร็ง ซึ่งการใช้ทรามาดอลนั้นไม่ควรใช้ในการบรรเทาอาการปวดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียงสูง
กลไกในการออกฤทธิ์ของทรามาดอลนั้น มี 2 อย่างที่สำคัญ ได้แก่
1.กระตุ้น µ(mu) receptors (มิวรีเซปเตอร์)
เมื่อได้รับการกระตุ้นจะมีฤทธิ์ลดความปวด และกดการทำงานของระบบประสาท ส่งผลให้มีอาการเคลิบเคลิ้มเช่นเดียวกันกับการออกฤทธิ์ของมอร์ฟีน แต่ความเเรงของทรามาดอลจะน้อยกว่ามอร์ฟีนประมาณ 10 เท่า จึงไม่ถูกจัดอยู่ในยาเสพติดให้โทษ
2.ยับยั้งการเก็บกลับของ เซโรโทนิน(serotonin) และนอร์อีพิเนฟริน(norepinephrine) ซึ่งเป็นสารในสื่อประสาท เมื่อสารสองชนิดนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดการออกฤทธิ์ระงับอาการปวดปลายประสาท
ยาทรามาดอลมีทั้งในรูปแบบชนิดเม็ด ชนิดแคปซูล ยาเหน็บ และชนิดยาฉีด จัดอยู่ในประเภทยาอันตราย และเป็นยาที่สั่งจ่ายภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ทำไมวัยรุ่นนิยมนำไปผสมเพื่อเสพ?
อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า ยาทรามาดอลมีฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีน สามารถทำให้เกิดอาการเคลิ้มสุขได้ ในกลุ่มวัยรุ่นจึงนิยมนำมาใช้ในวัตถุประสงค์ของการเสพ ชนิดของทรามาดอลที่นิยมใช้ในการเสพคือชนิดเเคปซูล มีลักษณะเป็นสีเขียวเเละสีเหลือง ที่นิยมเรียกกันว่า “ยาเขียวเหลือง”
ถึงเเม้ว่าจะจัดอยู่ในประเภทยาอันตราย เเต่ก็เป็นยาที่สามารถขายในร้านขายยาได้ โดยร้านขายยาทั่วไปจะมีพนักงานที่ไม่ใช่เภสัชกรเพื่อมาสับเปลี่ยนในการดูแลร้านชั่วคราวในเวลาที่เภสัชกรพักหรือไม่อยู่ ทำให้ช่วงเวลานั้นอาจเกิดช่องโหว่ในการจำหน่ายและเกิดการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ การเข้าถึงยาทรามาดอลจึงเป็นเรื่องที่ง่ายและเกิดการแพร่หลายในกลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษา
โดยวิธีการที่นิยมใช้ในรูปแบบของการเสพคือ การนำตัวยาทรามาดอลข้างในแคปซูลสีเขียวเหลืองมาผสมกับน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้กระทั่งแอลกอฮอล์ ใช้ดื่มเพื่อให้เกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้ม ส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการอยากเสพต่อไปเรื่อยๆ จนเกิดการเสพติด
ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง และไม่เป็นอันตราย
Tramadol คือยาบรรเทาอาการปวดได้จริงเมื่อแพทย์เป็นผู้พิจารณาจ่าย แต่เส้นแบ่งระหว่างการใช้เพื่อรักษากับการใช้ที่เป็นอันตรายนั้นบางกว่าที่หลายคนคิด ทั้งปริมาณยา ระยะเวลาที่ใช้ และยาหรือสารอื่นที่ใช้ร่วมกัน ล้วนมีผลต่อความปลอดภัย ส่วนนี้จะอธิบายหลักการใช้ที่ถูกต้อง และสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องปรึกษาแพทย์
มาตรการทางกฎหมาย
ตามมาตรการของสำนักกรรมการอาหารและยา(อย.) ทรามาดอลจัดอยู่ในประเภทยาอันตราย สามารถจำหน่ายได้ในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ได้รับอนุญาต ต้องส่งมอบยาโดยเภสัชกรเท่านั้น โดยห้ามจ่ายยาให้กับผู้ที่ไม่มีข้อบ่งใช้ทางการเเพทย์ การจ่ายยาต้องไม่เกิน 20 เม็ดต่อการซื้อหนึ่งครั้ง และห้ามจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี เพื่อป้องกันการนำไปใช้เเบบผิดวัตถุประสงค์ ที่สำคัญร้านขายยาต้องทำบัญชีสำหรับการขายยาชนิดนี้อย่างถูกต้อง เป็นจริง และเป็นปัจจุบัน
หากร้านขายยาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว จะได้รับโทษตามกฎหมายและมีการพิจารณาพักการใช้ใบอนุญาตขายยาเป็นเวลา 120 วัน หรือในกรณีที่เภสัชไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ จะมีการส่งเรื่องไปยังสภาเภสัชกรรมเพื่อพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
วิธีใช้อย่างถูกต้องเเละปลอดภัย
ขนาดยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดในผู้ใหญ่คือ 50-100 มิลลิกรัม รับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง โดยในหนึ่งวันไม่ควรรับประทานเกิน 400 มิลลิกรัม สามารถรับประทานได้ทั้งก่อนหรือหลังอาหารเนื่องจากไม่กัดกระเพาะเหมือนกับยาแก้ปวดชนิดอื่น แต่หากรับประทานแล้วรู้สึกคลื่นไส้ควรรับประทานพร้อมหรือหลังอาหาร ห้ามแบ่งยาหรือบดเพื่อรับประทาน ไม่ควรใช้ร่วมกับยาแก้เเพ้ อย่างไรก็ตามทางที่ดีที่สุดในการใช้ยาทรามาดอลนั้นควรใช้เมื่อได้รับคำสั่งยาจากเเพทย์ และอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น
อันตรายจากการใช้ผิดวัตถุประสงค์
เนื่องจากทรามาดอลออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท การใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจึงสามารถทำให้เกิดพฤติกรรมอยากยา หรือเกิดการเสพติดได้ ส่งผลให้อาจเกิดการนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ในปริมาณที่สูงกว่าปกติหรือเกินขนาด ซึ่งผลข้างเคียงจากการที่ใช้ยาทรามาดอลเกินขนาดมีตั้งเเต่อาการไม่รุนแรงไปจนถึงอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต
ผลข้างเคียงที่ไม่รุนเเรง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ง่วงซึม
- เฉื่อยชา
- ปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ
- ท้องผูก
- มือสั่น ใจสั่น
- ความดันโลหิตแปรปรวน
ผลข้างเคียงรุนเเรง
- ชัก โคม่า
- หัวใจเต้นเร็ว
- กล้ามเนื้อเกร็งตัว
- รูม่านตาหด
- ประสาทหลอน
- ระบบหายใจและหลอดเลือดล้มเหลว
- ระบบหายใจทำงานช้าจนถึงขั้นเสียชีวิต
อาการที่พบได้บ่อยเมื่อถอนยาทรามาดอล
หากร่างกายได้รับยาติดต่อกันเป็นเวลานานและหยุดยาทันที อาจเกิดอาการถอนยาตามมา ซึ่งอาการถอนยาทรามาดอลนั้นเเบ่งเป็น 2 ลักษณะ ดังต่อไป
1.typical opioid withdrawal เป็นรูปแบบการถอนยาที่เกิดขึ้นสูงถึง 90% ของผู้ป่วยที่มีอาการถอนยาทรามาดอล โดยจะมีอาการอยากยา ท้องเสีย ปวดท้อง ปวดกระดูก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กังวล ซึมเศร้า เป็นต้น
2.atypical opioid withdrawal การถอนยารูปแบบนี้เกิดขึ้นเพียง 10% ของผู้ป่วยที่มีอาการถอนยาทรามาดอล โดยจะมีอาการหวาดระเเวง ตื่นตระหนก ประสาทหลอน วิตกกังวล ซึมเศร้า สับสน
โดยอาการถอนยาทรามาดอลนั้นสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการเดียวกับอาการถอนยาในกลุ่มโอปิออยด์ โดยการค่อยๆลดขนาดยาลง และให้ยารักษาตามอาการ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
หากกำลังมองหาวิธีเลิกยาเสพติดที่ไม่ทรมาน เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่อาเจียน และเห็นผล เลิกได้จริง ภูฟ้าเรสท์โฮมสามารถตอบโจทย์เหล่านั้นของคุณได้ ด้วยบริการของเราที่เต็มไปด้วยความใส่ใจในผู้ป่วยทุกรายดูแลดุจญาติมิตร การบำบัดยาเสพติดของภูฟ้าเรสท์โฮมทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะเเขนงที่คอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง สามารถติดต่อเพื่อเข้าชมสถานที่ล่วงหน้าได้ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, หัวหิน, และเชียงราย ติดต่อเราได้ที่นี่ โทร. 1522 เพื่อปรึกษาเรา
เรียบเรียงโดย
คุณภูผา ภูวดลอานนท์
กรรมการ บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
ผู้ผ่านการรับรอง ICAP I (International Certified Addiction Professional) และ Universal Treatment Curriculum (UTC) Modules 1–8 ด้านการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด พร้อมผ่านการอบรม Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์
ความรักของพ่อแม่คือแรงผลักดันที่ดีที่สุด ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู
Tel 1522
LINE @phufaresthome
Email contact@phufaenterprise.com
คำถามที่พบบ่อย
Tramadol คืออะไร?
Tramadol (ทรามาดอล) เป็นยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ ใช้บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ปวดจากมะเร็งหรือปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ เมื่อใช้ถูกวิธี ยานี้มีประโยชน์ แต่เมื่อนำไปใช้เกินความจำเป็นหรือใช้โดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจนำไปสู่การพึ่งพาและเป็นอันตรายต่อชีวิต
อาการของคนใช้ Tramadol เกินขนาดมีอะไรบ้าง
อาการที่พบได้ ได้แก่ ง่วงซึมมาก ม่านตาหรี่ กระสับกระส่าย หัวใจเต้นเร็ว ความดันสูง คลื่นไส้ อาเจียน และเหงื่อออก ในรายรุนแรงอาจชัก ความดันต่ำ หรือหมดสติ Tramadol เป็นยากลุ่มโอปิออยด์ที่พบอาการชักได้บ่อยกว่าตัวอื่น และบางรายชักได้แม้ใช้ไม่มาก หากพบอาการเหล่านี้ ให้โทร 1669 ทันที ไม่ล้วงคอให้อาเจียน และไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว
อาการถอนยา Tramadol เป็นอย่างไร?
เมื่อใช้ต่อเนื่องแล้วหยุดทันที อาจเกิดอาการถอนยา ส่วนใหญ่คล้ายการถอนโอปิออยด์ทั่วไป เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดกระดูก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย อยากยา และมีอาการคล้ายไข้หวัด บางรายมีอาการที่แตกต่างออกไป เช่น วิตกกังวลรุนแรง ตื่นตระหนก สับสน ประสาทหลอน หรือหวาดระแวง เพราะอาการหลากหลายและอาจรุนแรง จึงไม่ควรหักดิบเองที่บ้าน
ถ้าลูกติด Tramadol ควรพาเข้ารับการฟื้นฟูเมื่อไหร่?
ยิ่งเร็วยิ่งดี และไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการชัก ประสาทหลอน หรือเหตุที่ควบคุมไม่ได้ก่อน หลายครอบครัวเลือกรอเพราะลูกยังไปเรียนหรือทำงานได้ปกติ ซึ่งเป็นช่วงที่ปัญหากำลังสะสมเงียบ ๆ เหมือนระเบิดเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
แหล่งอ้างอิง
บทความที่คุณอาจสนใจ
โทษของกัญชาต่ออนาคตบุตรหลาน และความเสี่ยงที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
ข้อเสียของกัญชา มีอะไรบ้าง? ทำความเข้าใจผลกระทบของกัญชาต่อร่างกายและจิตใจ พร้อมรู้เท่าทันความเสี่ยงจ...
โอปิออยด์ คืออะไร (Opioid)? ประเภท และอันตรายที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
โอปิออยด์เป็นยาที่มีทั้งคุณและโทษ หากใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินขนาด ก็สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ แล...
สัญญาณที่ครอบครัวต้องรู้ อาการเมากัญชา สังเกตยังไง? วิธีรักษา
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
เมื่อลูกมีท่าทางแปลกไป พูดช้าลง ตาแดง หรือหัวเราะกับเรื่องที่ไม่ได้ตลก นี่อาจไม่ใช่แค่เหนื่อยหรือนอน...