ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

ไขความลับเห็ดขี้ควาย หรือ Magic Mushroom - ภูฟ้าเรสท์โฮม

12 เมษายน 2566

เห็ดขี้ควาย หรือ Magic Mushroom พืชสายเคลิ้ม ออกฤทธิ์เร็วและนาน ต่างประเทศวิจัยรักษาโรคซึมเศร้า ปรับสมดุลสมองผู้ป่วย แต่ในไทยยังคงถือเป็นยาเสพติดให้โทษ

ไขความลับเห็ดขี้ควาย หรือ Magic Mushroom - ภูฟ้าเรสท์โฮม

ไขทุกข้อสงสัย เห็ดวิเศษ Magic mushroom พืชสายเคลิ้ม กลุ่มหลอนประสาท


นอกจากกฎหมายปลดล็อค “กระท่อม” และ “กัญชา” ออกจากยาเสพติดให้โทษแล้ว ยังมียาเสพติดอีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงในการนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกในต่างประเทศเช่นกัน


วันนี้ภูฟ้าเรสท์โฮมจะพามาไขข้อสงสัย “เห็ดวิเศษ” มีความเป็นมาอย่างไร มีประโยชน์หรือโทษมากน้อยแค่ไหนและเพราะอะไรเห็ดนี้จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งกับบุคคลทั่วไป วงการแพทย์ สาธารณสุข และเหล่านักท่องราตรี


เห็ดวิเศษ เห็ดเมา เห็ดขี้ควาย หรือที่รู้จักในนาม Magic mushroom มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Psylocybe Cubensis มีรูปร่างลักษณะคล้ายหมวก สีเหลืองปนน้ำตาล ความยาวก้าน 5-8 เซนติเมตร โคนมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย พบได้ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย มักขึ้นตามทุ่งหญ้า บนมูลสัตว์ จึงเป็นที่มาของชื่อ เห็ดขี้ควาย นั่นเอง


ความเป็นมาของเห็ดวิเศษ/เห็ดขี้ควาย


จากหลากหลายงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า เห็ดวิเศษนี้ถูกค้นพบและใช้มาอย่างยาวนานนับพันปีโดยชนกลุ่มพื้นเมือง Aztec ทางตอนกลางของประเทศเม็กซิโกรวมถึงอเมริกาใต้และอเมริกากลาง มักนำไปใช้ในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ การสรรเสริญพระเจ้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเห็นภาพหลอน ความเคลิบเคลิ้มและมึนเมาไปกับการเข้าร่วมพิธี ว่ากันว่า เป็นเห็ดศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งถูกขนานนามว่า ‘Flesh of the Gods’ หรือ ‘เลือดเนื้อเชี้อไขของพระเจ้า’


นอกจากนี้ยังพบว่ามีการใช้ในแถบอเมริกาเหนือสำหรับกระตุ้นประสาทเพื่อให้เกิดความฮึกเหิม กระปรี้กระเปร่า มีแรงออกไปสู้รบในศึกสงครามอีกด้วย


สำหรับในประเทศไทย เห็ดวิเศษ หรือ เห็ดขี้ควาย สามารถพบได้โดยทั่วไปตามท้องทุ่งหญ้า เป็นที่รู้จักกันดีของหมอยาโบราณสมัยก่อน ในตำราไทยเรียกกันว่า ‘สุขไสยาสน์’ มีสรรพคุณช่วยผ่อนคลาย แก้นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย จึงนิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับ นอกจากนี้ยังนิยมนำมาประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการปิ้ง ย่าง หรือผสมลงไปในเมนูต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติในการทานอาหาร คล้าย ๆ กับการใช้กัญชานั่นเอง


กลไกการออกฤทธิ์ของเห็ดขี้ควาย


เห็ดขี้ควายจัดอยู่ในหมวด Hallucinogens หรือสารหลอนประสาท ประกอบไปด้วยสารที่เรียกว่า ไซโลไซบิน (Psilocybin) และ ไซโลซิน (Psilocin) ที่ออกฤทธิ์ไปกระตุ้นเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ สภาพจิตใจ การแสดงออกของมนุษย์ เรียกอีกอย่างนึงว่าสารเคมีแห่งความสุข เห็ดขี้ควายจะออกฤทธิ์ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้ม เห็นแสงสีต่างๆผิดไปจากความจริง นำไปสู่ภาวะ High หรือ Euphoria นั่นเอง ผู้ใช้จะมีลักษณะอาการคล้ายๆกับผู้ที่เสพ LSD


วิธีการใช้

มีทั้งรูปแบบสดและแบบแห้ง แบ่งออกเป็นวิธีการต่างๆ อาทิ

  • การสูบ
  • การนำเห็ดมาผสมกับอาหาร
  • การนำเห็ดมาผสมกับเครื่องดื่มรวมถึงแอลกอฮอล์ เช่น การปั่น


เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายได้ดี การนำเห็ดขี้ควายมาผสมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะยิ่งเร่งให้เครื่องดื่มออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงมากขึ้น เห็ดชนิดนี้จึงเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวตามแหล่งสถานบันเทิง


ทั้งนี้เห็ดขี้ควายจะออกฤทธิ์ประมาณ 20 นาทีหลังจากการบริโภคไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม และสามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว นับว่าเป็นสารที่ใช้เวลาออกฤทธิ์ไม่นาน รวมถึงมีวิธีการบริโภคหลากหลายรูปแบบเช่นกัน


อาการโดยทั่วไปของผู้ใช้เห็ดขี้ควายในระยะสั้นจะสังเกตได้ดังนี้

อาการทางประสาทสัมผัส

  • ตื่นเต้น กระปรี้กระเปร่า
  • มีประสาทสัมผัสไวขึ้น
  • มองเห็นสิ่งต่าง ๆ เคลื่อนไหวได้ทั้ง ๆ ที่อยู่กับที่
  • มองเห็นและรับรู้อะไรที่ไม่มีอยู่จริง


อาการทางกายภาพ

  • หัวใจเต้นแรง หัวใจสูบฉีดผิดปกติ
  • เวียนหัวคลื่นไส้
  • หายใจถี่ขึ้น
  • เหงื่อออกมาก
  • ปากแห้ง


เนื่องจากเห็ดขี้ควายจัดอยู่ในหมวดหลอนประสาท แน่นอนว่าการใช้อย่างต่อเนื่องย่อมทำให้เกิดผลเสียระยะยาวต่อระบบประสาท สมอง และร่างกาย


อาการของผู้ใช้เห็ดขี้ควายในระยะยาวมีดังนี้


อาการทางประสาทสัมผัส

  • หวาดระแวง
  • ไม่สามารถควบคุมสติได้
  • การตอบสนองและการรับรู้ผิดปกติ
  • ประสาทหลอนขั้นรุนแรงถึงถาวร

อาการทางกายภาพ

  • สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ
  • หายใจติดขัด
  • อาการชักที่อาจนำไปสู่อันตรายถึงชีวิต


เห็ดขี้ควาย กับ กฎหมายไทย

สำหรับประเทศไทย ยังไม่พบการวิจัยเกี่ยวกับเห็ดขี้ควายและสารสกัดที่ได้จากเห็ดขี้ควายมากนัก ประกอบกับหลากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมการแพทย์ ที่ออกมาเตือนถึงอันตรายของการบริโภคเห็ดชนิดนี้ เนื่องจากเห็ดขี้ควายจัดอยู่ในหมวดสารหลอนประสาท เมื่อใช้ในปริมาณมาก จะนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตได้

เห็ดขี้ควายปัจจุบันถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522


โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด กระทรวงสาธารณสุข จำแนกบทลงโทษตามลักษณะความผิดดังต่อไปนี้


ลักษณะความผิด

บทลงโทษ

  • 1. ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ
    โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
  • 2.ผู้เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5
    โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
  • 3.ผู้ใช้อำนาจชักจูง ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท 5
    โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
  • 4.โฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยไม่ได้รับอนุญาต
    โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ



เห็ดขี้ควาย ปลดล็อคการแพทย์ต่างประเทศ รักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า


ข้อมูลอ้างอิงจากองค์การอนามัยโลกพบว่า โรคซึมเศร้าเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ทางสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก และพบอัตราการเสียชีวิตหลักแสนรายต่อปี

ยาต้านอาการซึมเศร้าและการบำบัดพฤติกรรมทางความคิดอาจะได้ผลดีกับผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตามยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา ดังนั้น การใช้สารซิโลไซบินจากเห็ดขี้ควายจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบดั้งเดิม

เห็ดขี้ควายขึ้นชื่อว่ามีส่วนประกอบของไซโลไซบินที่มีฤทธิ์ช่วยกล่อมประสาท ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึกและการรับรู้ของผู้ใช้ การทำงานของไซโลไซบินต่อสมอง จะไปกระตุ้นเซโรโทนินหรือสารความสุขที่คอยควบคุมอารมณ์และความรู้สึกต่างๆของมนุษย์เราให้เพิ่มมากขึ้น

ในทางกลับกัน ผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า วิตกกังวลมักจะมีปริมาณเซโรโทนินต่ำกว่าคนทั่วไป การใช้สารไซโลไซบินจึงเหมือนเป็นการกระตุ้นสมองผู้ป่วย รวมถึงเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทให้เปิดรับการบำบัดและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น

ในต่างประเทศที่นิยมใช้ไซโลไซบินแบบเปิดกว้างมากขึ้น อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีการอนุญาตให้ใช้ สารไซโลไซบิน สำหรับการแพทย์ทางเลือก โดยได้รับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (The Food and Drug Administration-FDA) จัดอยู่ในหมวดหมู่ ‘Breakthrough Therapy’ หรือ ‘การบำบัดแบบก้าวหน้า’ ในปี 2018 ซึ่งบ่งชี้ว่า ตัวยาชนิดนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในกระบวนการรักษาสุขภาวะทางจิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคทางจิตประสาท อาทิ โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) โรควิตกกังวล (Anxiety) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) รวมไปถึง ความกลัวที่เกิดขึ้นจากภาวะความเจ็บป่วยทางร่างกาย


จากงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่โดย The new England Journal of Medicine วารสารการแพทย์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า การทดลองรักษาภาวะซึมเศร้าด้วย ไซโลไซบิน ปริมาณ 25 มิลลิกรัม หรือเพียงแค่ 1 โดส ควบคู่ไปกับการบำบัดด้วยจิตวิทยา ส่งผลให้ผู้ป่วยแสดงความรุนแรงของอาการลดลง

การออกฤทธิ์เห็นผลรวดเร็วภายในเวลา 1 วัน หลังจากได้รับการรักษาซึ่งตรงกันข้ามกับการรักษาด้วยยาต้านอาการซึมเศร้าทั่วไปที่มักใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นผล

นอกจากจะได้รับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไซโลไซบินยังถูกจดสิทธิบัตรโดยบริษัท COMPASS Pathways เพื่อใช้ใน โปรแกรมการบำบัดด้วยไซโลไซบิน ซึ่งมีขั้นตอนการรักษาดังนี้

1. การเตรียมการ

นักบำบัดและผู้ป่วยทำความรู้จักกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดการไว้เนื้อเชื่อใจ ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย


2. การใช้ไซโลไซบินบำบัด

ผู้ป่วยเอนกายนอนพักบนเตียง หลังจากนั้นจะได้รับตัวยาไซโลไซบินในรูปแบบเคปซูล ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ป่วยจะต้องสวมผ้าปิดตาและใส่หูฟังเพื่อช่วยสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กัยการบำบัด โดยมีนักบำบัดคอยสำรวจพฤติกรรมและการแสดงออกของผู้ป่วยอยู่ด้วย


3. การประเมินผล

ผู้ป่วยจะได้พูดคุยถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึก รวมถึงความคิดต่าง ๆ ระหว่างที่ไซโลไซบินออกฤทธิ์ เพื่อให้นักบำบัดได้ประเมิณการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ พบว่า 80% ของปฏิกิริยาของผู้เข้าร่วมการบำบัดชนิดนี้มีความวิตกกังวลลดลง มองโลกในแง่ดีมากขึ้น รู้สึกผ่อนคลายและจิตใจสงบขึ้น

อีกทั้ง งานวิจัยจาก John Hopkins Medicine ยังพบว่าการทดลองรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยไซโลไซบิน ให้ผลดีในระยะยาว ผู้ป่วยจากกลุ่มทดลองจำนวน 24 คน จะได้รับการติดตามผลการรักษาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับยา ไปจนสัปดาห์แรก จากนั้นติดตามผลต่อในช่วงหนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน และครบปี พบว่าผู้ป่วยมีระดับค่าอาการโรคซึมเศร้าลดลงอย่างต่อเนื่องจนครบหนึ่งปีหลังจากการบำบัดอาการด้วยไซโลไซบิน

อย่างไรก็ตามพบผลค้างเคียงจากการใช้สารไซโลไซบินเพียงเล็กน้อย โดยผู้ป่วยที่ได้รับสารไซโลไซบินส่วนมากจะพบอาการ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งนับว่าเป็นลักษณะอาการโดยทั่วไปที่พบได้จากการใช้สารซิโลไซบินนั่นเอง


ประเทศไทยเตรียมวิจัยทดลองเพาะเห็ดขี้ควาย ต่อยอดประโยชน์ทางการแพทย์


จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดพบว่า เมื่อปลายปี 2565 ได้มีการจัดทำพ.ร.ฎ.กำหนดพื้นที่ทดลองเพาะปลูกเห็ดขี้ควายเพื่อประโยชน์ในการศึกษาและวิจัยในการต่อยอดการแพทย์และสาธารณสุขไทย โดยในขณะนี้มีมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมมือทำการวิจัยและทดลองศึกษาการใช้สารไซโลไซบินจากเห็ดขี้ควาย


ทั้งนี้จะมีการขยายขอบเขตการวิจัยออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้การวิจัยเห็ดขี้ควายและสารสกัดจากเห็ดขี้ควายนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อประโยชน์แก่การแพทย์และสาธารณสุขไทยในอนาคตนั่นเอง

เลิกยาเสพติดปลอดภัย ไม่ทรมาน ติดต่อภูฟ้าเรสท์โฮมได้ที่ โทร. 1522








Baugh, L. S. (2023, March 10). Psilocybin mushroom | Description, Species, Uses, Hallucinogen, & Facts. Encyclopedia Britannica. https://www.britannica.com/science/psilocybin-mushroom


Busby, M. (2022, September 2). “Flesh of the Gods”: The Trippy History of Magic Mushrooms. https://www.vice.com/en/article/epzx4p/magic-mushrooms-history


มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมพืชเสพติด : เห็ดขี้ควาย. (n.d.). https://www.senate.go.th. Retrieved April 2, 2023, fromhttps://www.senate.go.th/assets/portals/93/fileups/272/files/S่ub_Jun/3journal/b234.pdf


เห็ดเมา : Magic mushroom. (n.d.). https://pcog.psu.ac.th. Retrieved April 2, 2023, from https://pcog.psu.ac.th/images/Article/2563/08/magic-mushroom.pdf


@neurochallenged. (n.d.). Magic mushrooms and the amygdala. @Neurochallenged. https://neuroscientificallychallenged.com/posts/magic-mushrooms-and-the-amygdala


Tweedy, C. (2022, June 23). How psychedelic drugs might treat depression. BBC Future. https://www.bbc.com/future/article/20220606-psilocybin-how-psychedelic-drugs-might-treat-depression


About psilocybin therapy | COMPASS Pathways. (n.d.). COMPASS Pathways. https://compasspathways.com/our-work/about-psilocybin-therapy/


Psilocybin Treatment for Major Depression Effective for Up to a Year for Most Patients, Study Shows. (2022, February 15). Johns Hopkins Medicine Newsroom. https://www.hopkinsmedicine.org/news/newsroom/news-releases/psilocybin-treatment-for-major-depression-effective-for-up-to-a-year-for-most-patients-study-shows


บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...