ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

รู้จัก "เฟนทานิล" สารสุดอันตรายใน "ยาซอมบี้"

25 กันยายน 2568

มาทำความรู้จักกับ “เฟนทานิล” สารโอปิออยด์สังเคราะห์ที่ผสมใน “ยาซอมบี้” ระบาดหนักในอเมริกา พรากชีวิตผู้เสพไปแล้วเป็นแสนราย!

หน้าปก รู้จัก "เฟนทานิล" สารสุดอันตรายใน "ยาซอมบี้"

ยาเฟนทานิล (Fentanyl) คืออะไร?

เฟนทานิล(Fentanyl) เป็นยาระงับอาการปวดที่อยู่นในกลุ่มโอปิออยด์(Opioid) ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาออกฤทธิ์โดยจับกับตัวรับโอปิออยด์ชนิด mu (Mu Receptors) ในระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะที่สมองและไขสันหลัง มีฤทธิ์ในการระงับปวดมากกว่ามอร์ฟีนประมาณ 50-100 เท่า และแรงกว่าเฮโรอีนประมาณ 50 เท่า

เฟนทานิลถูกสังเคราะห์และพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย Dr. Paul Janssen ในปีพ.ศ. 2502 ภายใต้สิทธิบัตรที่ถือครองโดยบริษัท Janssen Pharmaceutica โดยมีจุดประสงค์ในการใช้ทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดอย่างรุนแรงเมื่อยาแก้ปวดชนิดอื่นๆใช้ไม่ได้ผล ช่วยบรรเทาอาการปวดทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรังรุนแรง เช่น ในการผ่าตัดใช้เป็นยาระงับปวดระหว่างและหลังการผ่าตัดใหญ่, ใช้ระงับอาการปวดรุนแรงจากโรคมะเร็ง เป็นต้น และเฟนทานิลที่มีการใช้ในทางการแพทย์ของประเทศไทยจะอยู่ในรูปแบบของแผ่นแปะผิวหนังและยาฉีด



ทำไม "ยาซอมบี้" ถึงอันตรายกว่ายาเสพติดชนิดอื่น?

เข็มฉีดยาวางอยู่บนผงสีขาว

ในปัจจุบันหลายคนคงเคยได้ยาเสพติดชนิดหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “ยาซอมบี้” และอาจจะเคยเห็นลักษณะอาการของผู้ใช้ยาเสพติดชนิดนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียในเมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะย่าน Kensington Avenue ที่กลายเป็นจุดศูนย์กลางของวิกฤตยาซอมบี้ โดยผู้คนเหล่านั้นจะมีอาการคล้ายกับคนไร้เรี่ยวแรง เคลื่อนไหวช้า ไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว มีแผลอยู่ตามร่างกาย ซึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีอาการดังกล่าวก็คือยาเสพติดที่ได้ชื่อเรียกว่า “ยาซอมบี้” ซึ่งมีเฟนทานิลเป็นหนึ่งในส่วนผสม

โดยยาซอมบี้หรือที่อาจรู้จักกันในชื่อว่า “ทรานค์" (Tranq) นั้นเป็นการผสมกันระหว่างเฟนทานิล(Fentanyl) กับไซลาซีน(Xylazine) ซึ่งเป็นยาสลบสัตว์ที่ใช้ในการนำสลบเพื่อรักษาสัตว์ มีฤทธิ์รุนแรง นอกจากนี้อาจมีการผสมเฮโรอีนหรือยาเสพติดชนิดอื่นเข้าไปอีกด้วย เนื่องจากฤทธิ์ของเฟนทานิลที่แรงกว่ายาแก้ปวดในกลุ่มโอปิออยด์ทั่วไปเป็นอย่างมาก การใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเพียง 2 มิลลิกรัม หรือเท่ากับปลายดินสอ ก็อาจทำให้เสี่ยงเสียชีวิตได้ เหตุผลที่เฟนทานิลถูกนำมาผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นเพราะว่าสามารถช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างมาก มีการเสพติดได้ง่าย โดยผลข้างเคียงจากการผสมเฟนทานิลทำให้ผู้เสพรู้สึกมีความสุขอย่างสุดขีด ง่วงซึม สับสน เป็นต้น

เเต่การที่นำสารออกฤทธิ์รุนแรง ทั้งยังผสมในปริมาณที่ไม่แน่นอนมาผสมกันอย่างเฟนทานิลและไซลาซีน นับว่าเป็นส่วนผสมที่ทวีคูณความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิตยิ่งขึ้นไปอีกทำให้เกิดอันตรายต่อระบบต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น

  • หายใจช้าลงหรือหยุดหายใจ
  • หายใจได้ไม่เต็มปอด จนอาจหมดสติ
  • หัวใจเต้นช้า ความดันโลหิตต่ำอย่างรุนเเรง
  • สูญเสียความทรงจำ เกิดความผิดปกติทางระบบประสาท
  • ในรายที่เสพโดยการฉีดอาจทำให้เกิดบาดแผลรุนแรง เกิดภาวะเนื้อตาย(necrosis) หรือเกิดการเน่าเปื่อย นำไปสู่การต้องผ่าตัดเพื่อตัดขาหรือแขนที่ฉีดส่งผลให้พิการอย่างถาวร
  • สมองเกิดภาวะขาดออกซิเจน จนถึงขั้นโคม่า ทำให้สมองถูกทำลายอย่างถาวร อาจถึงแก่ชีวิตได้

โดยส่วนมากสาเหตุของการเสียชีวิตในผู้ใช้เฟนทานิลมักมาจากการใช้ยาเกินขนาด อีกทั้งในผู้ที่เสพยาซอมบี้หรือทรานค์นั้น จะมีอาการถอนยาที่รุนแรงกว่าและบำบัดรักษายากกว่ายาชนิดอื่นๆ ซึ่งมีรายงานว่ามีเเนวโน้มที่จะอาการรุนแรงกว่าอาการถอนยาเฮโรอีน ผู้เสพจะมีอาการถอนยาในช่วง 6-12 ชั่วโมงหลังจากเสพครั้งสุดท้าย โดยอาการถอนยาของผู้ที่เสพเฟนทานิลผสมไซลาซีนมักจะมีดังต่อไปนี้

  • หงุดหงิด วิตกกังวล
  • อารมณ์แปรปรวน มีอาการทางประสาท
  • เหงื่ออกมาก ปวดเมื่อยและกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง
  • อาเจียนบ่อยและรุนแรง อาจเกิดอันตรายต่อหลอดอาหาร
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูง

และเนื่องจากไซลาซีนไม่ตอบสนองต่อยาต้านพิษโอปิออยด์ (Naloxone/Narcan) ทำให้การบำบัดผู้เสพยาที่เกิดอาการใช้ยาเกินขนาดนั้นทำได้ยากมาก



ปัจจุบัน "ยาซอมบี้" ระบาดในประเทศใดบ้าง?

รูปภาพประกอบ

สำหรับประเทศที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของการที่ประชากรใช้เฟนทานิลในผิดวัตถุประสงค์มากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มีรายงานการระบาดของเฟนทานิลในหลายพื้นที่พบการระบาดใน 43 รัฐจาก 50 รัฐ ทั่วประเทศ เช่น ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ลอสแอนเจลิส หรือซานฟรานซิสโก พบผู้คนที่มีลักษณะคล้ายซอมบี้หรือผู้คนมักเรียกกันว่าศพเดินได้อยู่ตามท้องถนนเป็นจำนวนมาก อเมริกานั้นได้เผชิญกับวิกฤตเฟนทานิลมาอย่างยาวนานและส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสังคมในอเมริกาเป็นอย่างมาก เช่น การเพิ่มจำนวนขึ้นของคนไร้บ้าน การเพิ่มขึ้นของอัตราความเสี่ยงการเกิดอาชญากรรม รวมไปถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของภาระงานบุคลากรณ์ทางการแพทย์และความยากลำบากในการบำบัดรักษา

ในปี 2021 การวิเคราะห์ของทำเนียบขาวในปี 2021 เคยคาดการณ์ว่าอัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดอาจพุ่งสูงถึง 165,000 รายต่อปี ผลการสำรวจจาก CDC (Centers for Disease Control and Prevention) รายงายว่าในปี 2023 มีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดมากถึงเกือบ 73,000 ราย ลดลงจากในปี 2022-2023 เพียง 2% และ 69% มาจากการใช้โอปิออยด์สะท้อนให้เห็นว่าการเสียชีวิตมาจากการใช้เฟนทานิลเป็นหลัก และในปี 2025 มีรายงานว่าการเสียชีวิตจากการใช้สารโอปิออยด์สังเคราะห์ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ยาเฟนทานิลเกินขนาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลง 33% เหลือ 52,400 ราย ซึ่งมาจากมาตรการปราบปรามการลักลอบขนและการผลิตยาเสพติดของแก๊งค้ายา และเพิ่มภาษีการขนส่งเฟนทานิลเข้าสู่สหรับอเมริกา

นอกจากนี้ยังมีรายงานการเสียชีวิตจากการใช้โอปิออยด์ใน แคนาดา ตั้งแต่ปี 2016-2024 ทั้งหมด 52,544 ราย โดยในปี 2024 พบว่า 74% มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฟนทานิล

สถานการณ์ในประเทศไทย

ประเทศไทยเคยมีการตรวจยึดพัสดุต้องสงสัยที่ถูกส่งมาจากอเมริกาพบว่ามีการซุกซ่อนสารเสพติดหลายชนิด รวมถึงเฟนทานิล 4 กรัม นับเป็นการพบครั้งแรกในไทย ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของเฟนทานิลในวงกว้าง


ในประเทศไทยเฟนทานิลผิดกฎหมายหรือไม่?

สำหรับในประเทศไทยนั้น เฟนทานิล(Fentanyl) ถูกควบคุมอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยสถานพยาบาลทั่วประเทศที่ใช้ในทางการแพทย์จะได้รับการจัดหาและจำหน่ายจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเท่านั้น และสถานพยาบาลที่สามารถใช้เฟนทานิลได้ต้องได้รับใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ไม่สามารถจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไปและประชาชนไม่สามารถซื้อหรือมีไว้ในครอบครองได้

ยาเสพติดในปัจจุบันนับวันยิ่งมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและมีวิธีหลีกเลี่ยงจากการตรวจสอบได้เเนบเนียนขึ้นในหลายชนิด แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่เผชิญกับวิกฤตเฟนทานิล แต่การรับรู้ข่าวสารและมีความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของสารเสพติดเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งทางที่จะสามารถป้องกันตนเอง รวมถึงคนที่เรารักจากยาเสพติดได้ในเบื้องต้น หากพบว่าคนที่คุณรักกำลังเผชิญปัญหายาเสพติด อย่าลังเลที่จะขอคำปรึกษาจากเรา โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษายาเสพติด

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...