ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

วิกฤตเศรษฐกิจกับปัญหายาเสพติด เมื่อความกดดันทางการเงินผลักคนสู่วงจรอันมืดมิด - ภูฟ้าเรสท์โฮม

01 ตุลาคม 2567

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาการใช้สารเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากความเครียดทางการเงิน เช่น แรงงานและวัยรุ่น บทความนี้อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิกฤตเศรษฐกิจกับการใช้สารเสพติด พร้อมวิธีหาทางออกอย่างเหมาะสมก่อนที่จะเดินผิดเส้นทาง

 วิกฤตเศรษฐกิจกับปัญหายาเสพติด เมื่อความกดดันทางการเงินผลักคนสู่วงจรอันมืดมิด

ความเครียดทางการเงินส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างไร?

เรื่องของรายได้เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต ปัญหาทางการเงินไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางด้านการเงินของคนๆนึงเท่านั้น เเต่ยังกระทบไปถึงสภาพจิตใจร่วมด้วย เนื่องจากเมื่อมีปัญหาทางด้านการเงินนั้นย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต อาจทำให้การใช้ชีวิตนั้นมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเพราะคำนึงถึงแต่เรื่องการเงินอยู่ตลอดเวลา ในบางคนอาจถึงขั้นเก็บตัวเพื่อให้ตัวเองใช้จ่ายได้น้อยที่สุด ที่เรียกว่าภาวะ “Financial Insecurity” หรือภาวะไม่มั่นคงทางการเงิน อันเป็นความรู้สึกทางด้านจิตใจที่มีผลมาจากจำนวนเงินที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะตอบสนองกับความต้องการพื้นฐานได้

ซึ่งการใช้ชีวิตด้วยการจำกัดเงื่อนไขนั้นก่อให้เกิดทั้งความเศร้า ความเครียด ความกดดัน และความวิตกกังวล ยิ่งเมื่อต้องเผชิญปัญหาทางด้านการเงินเป็นประจำนั้นนำไปสู่การเกิดความเครียดสะสม เกิดความหมดกำลังใจในการใช้ชีวิต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่นๆ

และการที่บุคคลหนึ่งต้องแบกรับความกดดันและความเครียดจากปัญหาในเรื่องการเงิน ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีหาทางออกที่ดีหรือเหมาะสมกับตัวเองได้ มีหลายคนที่เมื่อชีวิตถึงทางตันแล้วหันไปพึ่งพายาเสพติดเพื่อหวังให้ตนเองได้หลีกหนีความทุกข์เพียงชั่วคราว โดยไม่ได้ไตร่ตรองถึงผลเสียระยะยาว ซึ่งการเริ่มต้นเหล่านี้ล้วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เป็นบ่อเกิดของการติดยาเสพติดในระยะยาว ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะเมื่อฤทธิ์ของยาเสพติดหมดไป ความทุกข์ทางด้านการเงินก็จะหวนกลับมา ส่งผลให้เข้าไปวงจรของการใช้สารเสพติดจนกลายเป็นผู้ป่วยยาเสพติดในที่สุด



สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลให้มีการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้นหรือไม่?

เศรษฐกิจในปัจจุบันเรียกได้ว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ “Lost decade” หรือ “ทศวรรษที่สูญหายทางเศรษฐกิจ” ตั้งเเต่หลังการระบาดของโควิด-19 เศรษฐกิจมีการเติบโตที่ชะลอตัว อุปสงค์ภายในประเทศชะลอตัวลง ถึงแม้การการท่องเที่ยวจะทยอยกลับมาฟื้นตัวแล้วก็ตาม แต่ในอุตสาหกรรมอื่นยังคงอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง

ซึ่งด้วยสถานการณ์นี้ที่ส่งกระทบต่อทุกภาคส่วน เช่น การปิดตัวของโรงงาน หรือลดกำลังการผลิต ส่งผลต่อภาคเเรงงานที่รายได้ลดลง กระทบไปถึงกำลังในการซื้อ เมื่อกำลังซื้อน้อยลง การผลิตก็น้อยลง และวนไปกระทบถึงการยกเลิกการจ้างงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงานและหนี้สิน นำไปสู่ความเครียดจากปัญหาทางด้านการเงิน ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการหันไปเริ่มต้นใช้ยาเสพติด

สอดคล้องกับข้อมูลจากหลายแหล่งที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของวิกฤตเศรษฐกิจกับการเพิ่มขึ้นของการใช้สารเสพติด เช่น

องค์การสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม UNODC World Drug Report 2023 มีข้อมูลที่เกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจต่อการใช้ยาเสพติด รายงานระบุว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาการว่างงานและความไม่แน่นอนของรายได้ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้มีการใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เปราะบาง เช่น แรงงานรายได้น้อยหรือผู้ที่ตกงาน นอกจากนี้ การระบาดของโควิด-19 ยังทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เป็นสาเหตุของความเครียดหรือปัญหาด้านจิตใจเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีการใช้ยาเสพติดมากขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ได้ให้ข้อมูลว่าการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด โดยเฉพาะจากสารเสพติด เช่น เฟนทานิล ได้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำ

NIDA (National Institute on Drug Abuse) ได้รายงานว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจการใช้สารเสพติดมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้คนหันไปพึ่งพาสารเสพติดเพื่อจัดการกับความเครียดและแรงกดดันที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ เช่น วิกฤตการณ์การเงินในปี 2008 มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่เผชิญปัญหาว่างงานหรือรายได้ลดลง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังชี้ให้เห็นว่าปัญหาการว่างงานและความยากจนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตและการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น แรงงานที่ขาดความมั่นคงทางการเงิน หรือวัยรุ่นที่ขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม



คนกลุ่มใดมีแนวโน้มที่จะใช้ยาเสพติดมากที่สุดในสถานการณ์นี้?

ในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจ กลุ่มคนที่มีแนวโน้มสูงในการใช้สารเสพติดมากที่สุด คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างรุนแรงหรือที่เรียกว่ากลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มคนที่ว่างงาน กลุ่มคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน และกลุ่มคนที่มีปัญหาหนี้สิน โดยกลุ่มคนเหล่านี้มักเผชิญกับความเครียดที่สูงและอาจเริ่มหันไปใช้ยาเสพติดเป็นทางออกชั่วคราวเพื่อลดความกดดันจากชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ในกลุ่มวัยรุ่นที่ยังมีทักษะในการจัดการกับปัญหาไม่มากพอก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการใช้ยาเสพติด เนื่องจากอาจถูกกดดันจากครอบครัวหรือสังคมรอบข้างในเรื่องของปัญหาการเงิน

โดยมีการวิจัยที่ชี้ว่าอัตราการใช้ยาเสพติดในกลุ่มคนว่างงานสูงกว่าคนที่มีงานทำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การว่างงานเพิ่มขึ้นจะทำให้การใช้ยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าคนว่างงานมีเวลาว่างมากขึ้นและเผชิญกับปัญหาความเครียดจากการไม่มีงานทำ เกิดความกดดันทางปัญหาด้านการเงิน จึงส่งผลต่อการหันไปใช้สารเสพติดเพื่อหาทางออก

จากการสำรวจและวิจัยนี้ยังชี้ให้เห็นว่าในช่วงปี 2005-2011 กลุ่มผู้ว่างงานมีอัตราการใช้สารเสพติดที่สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มที่ทำงานเต็มเวลา หรือกลุ่มคนที่เกษียณแล้ว



มีวิธีป้องกันการใช้ยาเสพติดในกลุ่มคนเหล่านั้นได้อย่างไร?

การป้องกันการใช้สารเสพติดในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงหรือกลุ่มเปราะบาง ต้องอาศัยหลายปัจจัยเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางด้านจิตใจที่แข็งแรงให้กลุ่มคนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

1. การสนับสนุนทางจิตใจจากครอบครัว

รูปภาพประกอบ

ครอบครัวถือเป็นด่านปราการแรกและสำคัญที่จะสร้างเกราะป้องกันทางด้านจิตใจให้แก่คนในครอบครัวได้ อย่างเช่น การเปิดใจพูดคุยระหว่างสมาชิกในครอบครัวอยู่เป็นประจำ รับฟังปัญหาของสมาชิกในครอบครัวด้วยความเข้าใจ การสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว สามารถช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลที่อาจนำไปสู่การใช้สารเสพติดได้

2. การเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์

รูปภาพประกอบ


การเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำและแนวทางการจัดการความเครียด และการหาทางออกของปัญหาที่เหมาะสม ถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีความเครียดสูงที่อาจเป็นปัจจัยนำให้หันไปใช้สารเสพติด

3. ผ่อนคลายความเครียดด้วยการดูแลตัวเอง

รูปภาพประกอบ

อีกหนึ่งวิธีผ่อนคลายความเครียดเพื่อเบี่ยงเบนความคิดจากการหมกมุ่นอยู่กับปัญหา คือการดูแลตัวเองในด้านสุขภาพกายซึ่งจะส่งผลดีต่อด้านจิตใจอีกด้วย สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการใช้ยาเสพติดได้ เพราะช่วยให้มีทัศนคติความคิดในจัดการกับปัญหาในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น

  • การออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดความเครียด ร่างกายจะผลิตสารเคมีที่เรียกว่า เอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งช่วยให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลระบบประสาท ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยให้หลับสนิทขึ้น เป็นการช่วยลดระดับความเครียดและส่งผลดีต่อสุขภาพจิต
  • การทำสมาธิ หรือ การฝึกหายใจลึกๆ ช่วยให้จิตใจสงบและลดอาการเครียดได้โดยตรง การหายใจลึกจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนคลาย การทำสมาธิเป็นการฝึกจิตใจให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ลดการคิดฟุ้งซ่าน ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย
  • การเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนหลับให้เพียงพอและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ จะช่วยรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี แมกนีเซียม และโอเมก้า 3 จะช่วยบำรุงระบบประสาทและลดความเสี่ยงของการเกิดความเครียดเรื้อรัง อีกทั้งการนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยให้สมองฟื้นฟูและทำให้เราจัดการกับความเครียดในระหว่างวันได้ดียิ่งขึ้น


ในช่วงเวลาที่เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและความกดดันในชีวิตเพิ่มสูงขึ้น การป้องกันการใช้สารเสพติดในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนจากครอบครัว การรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือการหาแนวทางผ่อนคลายความเครียด วิธีเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันการก้าวเข้าสู่วงจรอันตรายของการใช้สารเสพติด และการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุยังช่วยลดปัญหายาเสพติดในสังคมได้

สถานบำบัดยาเสพติดภูฟ้าเรสท์โฮมมากด้วยประสบการณ์ในการดูแลและฟื้นฟูผู้ที่ประสบปัญหายาเสพติด ด้วยทีมผู้ชำนาญการเฉพาะด้านและบริการที่มุ่งเน้นการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และได้รับการสนับสนุนในการฟื้นฟูจิตใจเพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกครั้ง นอกจากนี้ภูฟ้าเรสท์โฮมยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติดในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนเพื่อให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย ห่างไกลจากยาเสพติด อย่างเช่น การจัดงานเดินรณรงค์ในวันต่อต้านยาเสพติดของทุกปี

รูปภาพประกอบ


หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด อย่ารอช้า ติดต่อภูฟ้าเรสท์โฮม เพื่อรับคำปรึกษาและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม โทร.1522

วิกฤตเศรษฐกิจกับปัญหายาเสพติด เมื่อความกดดันทางการเงินผลักคนสู่วงจรอันมืดมิด - ภูฟ้าเรสท์โฮม
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษา

บทความที่คุณอาจสนใจ

ภาพหน้าปก ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...

รูปปก 5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...