ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

เลิกยาด้วยตัวเอง vs บำบัดที่สถานบำบัด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเห็นผลเร็วกว่า? - ภูฟ้าเรสท์โฮม

10 เมษายน 2567

เลิกยาเสพติดด้วยตัวเองก็สำเร็จได้ ไม่จำเป็นต้องไปสถานบำบัด จริงไหม? แล้วการบำบัดที่สถานบำบัดกับเลิกยาเสพติดด้วยตัวเองมีข้อแตกต่างกันอย่างไร แบบไหนที่ช่วยให้เลิกยาเสพติดได้ไว ปลอดภัย และยั่งยืน สองเส้นทางสู่จุดหมายเดียวกัน มาร่วมไขข้อแตกต่างระหว่างสองแนวทางนี้ไปพร้อมกันกับบทความนี้

เลิกยาด้วยตัวเอง vs บำบัดที่สถานบำบัด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเห็นผลเร็วกว่า?

การเลิกยาเสพติดถือเป็นอีกหนึ่งในบททดสอบที่ยากลำบาก ผู้ป่วยต้องต่อสู้กับวังวนของยาเสพติด เปรียบเสมือนเส้นทางการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรคที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ ผู้ติดยาเสพติดที่ไม่ได้รับทำการบำบัดรักษามีความเสี่ยงต่อการกลับไปใช้สารเสพติดสูงเมื่อต้องรับมือกับสถานการณ์ชีวิตที่ยากลำบาก ดังนั้น การที่ผู้ป่วยจะสามารถเลิกยาเสพติดได้อย่างยั่งยืนจำเป็นที่จะต้องอาศัยหลายปัจจัยทั้งในด้านร่างกายและสภาพจิตใจ โดยการเลิกยาด้วยตัวเองและเข้ารับการบำบัดที่สถานบำบัดยาเสพติดจะได้ประสิทธิภาพที่แตกต่างกันดังที่จะกล่าวในหัวข้อต่อไปนี้



การบำบัดที่สถานบำบัดมีประสิทธิภาพต่างจากการเลิกยาด้วยตัวเองอย่างไร?

ความเเตกต่างในการเริ่มประเมินสุขภาพ

รูปภาพประกอบ
  • สถานบำบัดยาเสพติด

ก่อนเริ่มทำการบำบัดที่สถานบำบัดนั้นจะมีการประเมินผู้ป่วยเเละระดับอาการเสพติดโดยประเมินจาก
- ชนิดของสารเสพติดที่ผู้ป่วยเสพ

- ปริมาณในการเสพ

- ระยะเวลาในการเสพ

- สภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ปูมหลัง เเละพูดคุยกับครอบครัวของผู้ป่วย วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เเท้จริงของการเริ่มใช้ยาเสพติด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับวิธีบำบัดยาเสพติดที่เหมาะสมกับตนเองเเละปลอดภัยกับร่างกายมากที่สุด

  • เลิกยาเสพติดด้วยตัวเอง

การที่ผู้ป่วยเริ่มเลิกยาเสพติดเองที่ผู้ป่วยนั้นไม่สามารถประเมินได้ว่าร่างกายของตนสามารถทนต่อการหักดิบไหวเพียงใด หรือตนมีอาการเสพติดอยู่ในระดับใด รวมถึงระหว่างการเลิกยาเสพติดอาจเกิดอาการแทรกซ้อนทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ เช่น ใจสั่น ปวดท้อง อาเจียน ซึมเศร้า กระสับกระส่าย มีอาการอยากยา อาจส่งผลให้ร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยทนอาการทรมานของการถอนยาไม่ไหว ซึ่งด้วยเหตุผลนี้อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดไม่สำเร็จในที่สุด


ความแตกต่างในการฟื้นฟูทางอารมณ์และจิตใจ

รูปภาพประกอบ

เนื่องจากผู้ป่วยยาเสพติดนั้นจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูทางด้านอารมณ์เเละจิตใจไปพร้อมๆกับการฟื้นฟูร่างกาย การเสพยาเสพติดส่งผลอย่างมากต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ป่วย เพราะยาเสพติดเข้าไปทำให้สารสื่อเคมีในสมองนั้นผิดปกติ จนในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย

และในการเลิกยาเสพติดมีระยะที่เรียกว่า “ระยะอุปสรรค” ในช่วง 6-20 สัปดาห์ ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด มีอารมณ์ที่แปรปรวนง่าย และอาจเกิดอาการอยากยาขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นระยะที่สามารถทำให้ผู้ป่วยอาจทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับไปใช้ยาเสพติดอีกครั้ง การฟื้นฟูทางอารมณ์และจิตใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเลิกยาเสพติดเช่นกัน

  • สถานบำบัดยาเสพติด

ผู้ป่วยจะได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจอย่างเป็นกลาง ไม่มีอคติ จากทีมเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จิตแพทย์ และทำกิจกรรม ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยได้ผ่อนคลายเเละเสริมสร้างการฟื้นฟูทางด้านอารมณ์และจิตใจที่ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ อย่างเช่น กิจกรรมเกม กีฬา ดนตรี นั่งสมาธิ เป็นต้น

  • เลิกยาเสพติดด้วยตัวเอง

ผู้ป่วยอาจเกิดอาการเครียดหรือกดดันจากความคาดหวังของตนเองจนส่งผลให้สภาพจิตใจแย่ลงกว่าเดิม หรือไม่ได้รับกำลังใจหรือการสนับสนุนทางด้านจิตใจที่เหมาะสม ก็อาจมีความยากลำบากในการเอาตัวรอดเพียงคนเดียวจากความเครียดและความกดดันที่เกิดขึ้น


ความเเตกต่างด้านสิ่งแวดล้อม

รูปภาพประกอบ

ในการเลิกยาเสพติด สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือสภาพแวดล้อม ผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่เอื้อต่อการเลิกยาเสพติด

  • สถานบำบัดยาเสพติด

สถานบำบัดมีสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นมาให้เหมาะสมแก่การบำบัดรักษายาเสพติด ไม่มีสิ่งที่กระตุ้นให้อยากเสพยาเสพติดอีก และบุคคลรอบข้างที่คอยช่วยผลักดันผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยนั้นได้ออกมาจากบรรยากาศเดิมๆ ช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเสพสารเสพติดอีกครั้ง

  • เลิกยาเสพติดด้วยตัวเอง

หากผู้ป่วยเลิกยาเสพติดด้วยตนเองโดยอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม เจอกับกลุ่มเพื่อนเดิมๆที่อาจเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการอยากเสพยาเสพติด สิ่งแวดล้อมเหล่านั้นอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วยยังนึกคิดและอยากที่จะทำในสิ่งเดิมๆอยู่ ซึ่งส่งผลให้การเลิกยาเสพติดนั้นไม่สำเร็จและมีโอกาสที่จะกลับไปใช้ยาเสพติดได้อีก


ความเเตกต่างด้านความมีวินัย

รูปภาพประกอบ
  • สถานบำบัดยาเสพติด

การบำบัดรักษายาเสพติดที่สถานบำบัดนั้นได้รับการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ มีการจัดตารางชีวิตประจำวันช่วยให้การใช้ชีวิตของผู้ป่วยเกิดวินัยและเป็นระบบได้มากขึ้น ทั้งยังมีเพื่อนๆในสถานบำบัดที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ไม่โดดเดี่ยว และพร้อมที่จะสู้ต่อ ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นให้ผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการเลิกยาเสพติดได้มากยิ่งขึ้น

  • เลิกยาเสพติดด้วยตัวเอง

การที่ต้องพยายามทำในสิ่งที่ยากด้วยตนเองเพียงคนเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทน ใช้เวลา และมีวินัยต่อตนเองสูงเป็นอย่างมาก การที่จะเลิกยาเสพติดผู้ป่วยจำเป็นต้องมีวินัยทั้งในด้านการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารที่ดีและตรงเวลา การออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถควบคุมได้ยากด้วยคนเดียวในระยะยาว


การบำบัดที่สถานบำบัด ไม่ทรมานเหมือนเลิกยาเองจริงหรือ?

สิ่งที่ผู้ป่วยต้องเผชิญระหว่างการเลิกยาเสพติดด้วยตัวเองนั้นคืออาการ “ลงแดง” หรือ “อาการถอนพิษยาเสพติด” ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีปริมาณยาเสพติดที่เคยใช้ลดลง ผู้ป่วยจะมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว นอนไม่หลับ เครียด หงุดหงิด ชัก ในผู้ป่วยเเต่ละรายจะมีความรุนเเรงของอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของสารเสพติด หรือระดับอาการเสพติด

เป็นเรื่อง “จริง” ที่กระบวนการบำบัดของสถานบำบัดนั้นผู้ป่วยจะไม่รู้สึกทรมานในระหว่างการเลิกยาเสพติด โดยเหตุผลที่การบำบัดยาเสพติดของสถานบำบัดไม่ทรมานเหมือนกับเลิกด้วยตัวเองนั้นมาจาก

การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ: ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ประเมินอาการ และจัดโปรแกรมการบำบัดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดรู้สึกปลอดภัย มั่นใจ และพร้อมเผชิญกับอุปสรรค
การบรรเทาอาการถอนพิษ: ทางสถานบำบัดมีวิธีบำบัดรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการถอนพิษที่รุนแรงจากทีมเเพทย์และผู้เชี่ยวชาญ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดความทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยจึงไม่ต้องเผชิญความทรมานจากอาการต่างๆในการถอนพิษยา


บำบัดยาเสพติดกับสถานบำบัด เห็นผลเร็วกว่าเลิกด้วยตัวเองไหม?

หากเปรียบการเลิกยาเสพติดเป็นการเดินทาง สถานบำบัดยาเสพติดก็เปรียบเสมือนแผนที่ที่ช่วยนำทางผู้ป่วยเดินทางไปสู่จุดหมายได้รวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น

การที่บำบัดรักษาที่สถานบำบัดสามารถเห็นผลได้เร็วกว่านั้น เนื่องจากผู้ป่วยได้รับการดูแลจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้การถอนพิษและฟื้นฟูร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และโปรแกรมการบำบัดที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล ช่วยแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ รวมถึงเทคนิคทางจิตวิทยาที่ช่วยในเรื่องของการเยียวยาจิตใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น บำบัดยาเสพติดที่สถานบำบัดมักจะเห็นผลได้เร็วกว่าการเลิกยาด้วยตัวเอง เนื่องจากมีการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งช่วยสนับสนุนและเสริมสร้างกระบวนการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ในทุกด้านของผู้ป่วย


ส่งผลแตกต่างในการฟื้นตัวและความยั่งยืนในอนาคตอย่างไร?

รูปภาพประกอบ


ในผู้ป่วยที่มีการเลิกยาเสพติดเองสำเร็จเเล้วนั้นยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะกลับไปใช้สารเสพติดอีก เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่มีตัวกระตุ้นให้เกิดอาการอยากยา และไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรม หรือเรียนรู้ถึงกลไกการป้องกันตนเองเมื่อเจอกับปัญหาและอุปสรรค

แต่การเข้ารับการบำบัดรักษาที่สถานบำบัดนั้นเป็นการบำบัดที่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างภูมิคุ้มกันต่อการกลับไปเสพซ้ำ รวมถึงการจัดการตนเองได้เมื่อต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้ในระยะยาวรวมถึงในอนาคตผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ และเป็นบุคคลที่ดีของสังคมต่อไป


หากเปรียบเทียบวิธีเลิกยาเสพติดระหว่างสองวิธีนี้เเล้วนั้น การเลิกยาด้วยตัวเองเปรียบเสมือนการเดินทางด้วยตัวคนเดียวในที่ที่ไม่คุ้นเคย ต้องเผชิญความท้าทาย ใช้ความมุ่งมั่นสูงและมี ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรค ส่วนการบำบัดโดยสถานบำบัดเปรียบเสมือนการเดินทางร่วมกับผู้ที่ชำนาญเส้นทาง ที่สามารถนำทางผู้ป่วยไปสู่เป้าหมายได้อย่างปลอดภัย ทั้งสองทางเดินนี้มีสิ่งสำคัญที่เหมือนกันในจุดเริ่มต้นคือความพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับโอกาส และทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

ขอเพียงคุณพร้อมที่จะก้าวออกจากความมืดมิด และมุ่งมั่นที่จะหันหลังให้ยาเสพติด ภูฟ้าเรสท์โฮมเป็นผู้ชำนาญเส้นทางเเละเข้าใจในทางสายนี้เป็นอย่างดี เราจะนำคุณเดินทางไปสู่ปลายทางอย่างราบรื่นและมั่นคง เราบำบัดด้วยวิธีการปรับนิสัยที่ไม่ใช่วิธีการดัดนิสัยคนติดยา ด้วยกระบวนการแบบ Cognitive Behavioural Therapy (CBT) เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาที่เน้นผลลัพธ์ในระยะสั้น และมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน ภายใต้การดูแลของภูฟ้าเรสท์โฮมผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการดูแลครอบคลุมไปถึงอาการเเทรกซ้อนทางร่างกายจากทีมแพทย์และพยาบาลที่มีประสบการณ์ ให้ผู้เข้ารับการบำบัดและครอบครัวมั่นใจว่า เมื่อการบำบัดสำเร็จแล้วจะสามารถกลับใช้ชีวิตด้วยสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ปรึกษาเรา โทร. 1522

เลิกยาด้วยตัวเอง vs บำบัดที่สถานบำบัด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเห็นผลเร็วกว่า? - ภูฟ้าเรสท์โฮม
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษา

บทความที่คุณอาจสนใจ

ภาพหน้าปก ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...

รูปปก 5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...