รู้จักไซทิซีน ทางเลือกยาเลิกบุหรี่ - ภูฟ้าเรสท์โฮม
12 กันยายน 2566
ไซทิซีนถูกนำมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเลิกบุหรี่ในหลากหลายประเทศแถบยุโรปตะวันออกตั้งแต่ช่วงปลายปี 1960 จนกระทั่งปัจจุบัน มีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายสารสื่อประสาท ออกฤทธิ์ต่อสมอง โดยจะเข้าไปทำให้ตัวรับที่จับกับนิโคตินมีปริมาณลดลง
รู้จักไซทิซีน ทางเลือกยาเลิกบุหรี่
บุหรี่นับเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่น่ากังวลมากที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคเรื้อรังหลากหลายชนิด อีกทั้งยังนำไปสู่ปัญหาการใช้ยาเสพติดชนิดอื่น ๆ ที่ตามมา
โดยจากข้อมูลรายงานขององค์กรอนามัยโลกเปิดเผยว่า ในแต่ละปี มีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่กว่า 8 ล้านคน ซึ่งใน 1.2 ล้านคนจากจำนวนดังกล่าวเป็นผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง หรือที่เราเรียกว่า Secondhand smoke นั่นเอง
ในส่วนของประเทศไทย พบว่าเด็กและเยาวชนมีอัตราการสูบบุหรี่ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากรไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้า ผู้สูบไม่จำเป็นต้องหาสถานที่สูบบุหรี่โดยเฉพาะ ประกอบกับกลิ่นสังเคราะห์มากมาย ทำให้ผู้สูบสามารถสูบที่ใดก็ได้ แม้แต่สถานที่ปิดหรือสถานที่ในร่ม จึงยิ่งทำให้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก
รายงานการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากรไทยในปี 2564 พบว่า สถิติผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป มีจำนวนเกือบ 10 ล้านคนจากทั่วประเทศ โดยกลุ่มอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่มากที่สุด หรือเทียบเท่าร้อยละ 21 และเพศชายยังมีอัตราการสูบบุหรี่ที่สูงกว่าเพศหญิงถึง 27 เท่า
จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย ยังพบว่า ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกในช่วงอายุ 18-22 ปี โดยเมื่อพิจารณาอายุเฉลี่ยของผู้ที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกในภาพรวมของทั้งประเทศ คือ 18.5 ปี
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีเทรนด์ของบุหรี่ไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เด็กและเยาวชน ทั้งการใช้กลยุทธ์ทางการตลาด ปรับปรุงและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น สร้างความล่อตาล่อใจ รวมถึงการปรับแต่งกลิ่นและรสชาติให้หลากหลาย อาทิ รสผลไม้ต่าง ๆ รสช็อกโกแลต วานิลลา และอื่น ๆ ที่ทำให้กลุ่มเยาวชนสนใจ อยากรู้และอยากลอง อีกทั้ง ด้วยความสะดวกในการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ผู้สูบไม่จำเป็นต้องหาสถานที่สูบบุหรี่โดยเฉพาะ ประกอบกับกลิ่นสังเคราะห์มากมาย ทำให้ผู้สูบสามารถสูบที่ใดก็ได้ แม้แต่สถานที่ปิดหรือสถานที่ในร่ม จึงยิ่งทำให้บุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก
กฎหมายไทยกับบุหรี่
ประเทศไทยริเริ่มมาตรการควบคุมยาสูบมาตั้งแต่สมัยสามสิบกว่าปีก่อน ด้วยพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 หลังจากนั้นจึงค่อยๆปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความก้าวหน้าของตลาดบุหรี่และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคนไทย รวมถึงปรับปรุงให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างเช่นบุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น จึงนำมาสู่พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ พ.ศ. 2560 ที่ถูกใช้ในปัจจุบันนั่นเอง
สำหรับ พ.ร.บ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ให้คำนิยามยาสูบที่ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ ๆ ด้วย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า บารากุ เป็นต้น โดยมีสาระสำคัญดังนี้
- ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
- ห้ามแบ่งขายบุหรี่ (ต้องขายทั้งซอง)
- ห้ามโฆษณาหรือทำสื่อการตลาด
- ห้ามสนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องกับการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีการปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการสูบบุหรี่ในประเทศไทยแล้ว จำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องจับตามองและดูแลเอาใจใส่
อันตรายของบุหรี่
บุหรี่ผลิตมาจากใบยาสูบ ซึ่งมีสารสำคัญที่เรียกว่า ‘นิโคติน’ เป็นสารพิษที่จัดอยู่ในหมวดสารก่อมะเร็ง ออกฤทธิ์ที่เมื่อมีการสูบบุหรี่มากขึ้น สมองก็จะเคยชินกับความรู้สึกดี เคลิบเคลิ้ม อย่างไรก็ตามเมื่อมีการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำแล้วเกิดการหยุดสูบ หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือ หากวันใดที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ก็จะเกิดอาการอยาก รู้สึกกระสับกระส่าย ร่างกายจะเริ่มต่อต้าน หงุดหงิดและกระวนกระวาย จึงเป็นเหตุให้ผู้สูบต้องยังคงต้องสูบบุหรี่ต่อไปเรื่อย ๆ นั่นเอง
นอกจากสารพิษสำคัญอย่างนิโคตินแล้ว ในการสูบบุหรี่ยังมีสารพิษชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย ได้แก่
1.) ทาร์หรือน้ำมันดิน (Tar) จัดเป็นสารเคมีจำพวกไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ที่ได้จากธรรมชาติ นับเป็นสารก่อมะเร็งตัวสำคัญ และยังส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูง
2.) คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) เป็นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ชนิดเดียวกับท่อไอเสียรถยนต์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้ผู้ที่สูบบุหรี่มีปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ร่างกายก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นตามไปด้วย
3.) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide) เป็นก๊าซที่เข้าไปสร้างความระคายเคืองให้เยื่อบุทางเดินหายใจ ส่งผลให้ผู้สูบหายใจลำบาก เกิดอาการไอซึ่งจะนำไปสู่อาการหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้
4.) แอมโมเนีย (Ammonia) เป็นสารที่ใช้ในการปรุงแต่งรสชาติ ช่วยให้นิโคตินสามารถดูดซึมเข้าสู่สมองได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่จะออกฤทธิ์ทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้มีอาการแสบตา แสบจมูก เป็นต้น
5.) ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) เป็นก๊าซพิษที่ก่อให้เกิดอาการไอ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
ขึ้นชื่อว่าบุหรี่ เมื่อสูบและดูดควันเข้าสู่ร่างกายแล้ว ย่อมก่อให้เกิดแต่ผลเสีย ซึ่งเป็นผลเสียที่ไม่ได้เกิดแค่กับตัวผู้สูบ แต่ยังทำให้คนรอบข้างที่ได้รับควันเข้าสู่ร่างกาย ได้รับผลกระทบตามมาด้วย โดยโทษของควันบุหรี่แบ่งออกเป็นสามชนิด ดังนี้
1.) ควันบุหรี่มือหนึ่ง คือควันที่ผู้สูบดูดเข้าสู่ร่างกายด้วยตัวเอง
2.) ควันบุหรี่มือสอง คือควันที่ผู้สูบพ่นออกมาและยังฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ โดยทำให้ผู้คนรอบข้างได้รับควันเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย
3.) ควันบุหรี่มือสาม คือควันที่ยังคงตกค้างอยู่ตามสถานที่ หรือสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า
ความรุนแรงและโรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ให้ความสุขเพียงแค่ชั่วคราว แต่ผลกระทบและสารตกค้างที่เกิดขึ้นหลังจากการสูบบุหรี่นั้นถือว่าร้ายแรงถึงชีวิต โดยในบุหรี่ 1 มวน พบว่ามีปริมาณสารนิโคตินราวๆ 10-12 มิลลิกรัม ในขณะที่ร่างกายดูดซึมได้เพียง 1-1.5 มิลลิกรัมเท่านั้น เนื่องจากนิโคตินส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้ไปกับใบยาสูบ จึงเป็นที่มาว่าทำไมคนส่วนมากมักสูบบุหรี่ครั้งละมากกว่า 1 มวน เพราะรู้สึกว่ายังไม่อิ่ม หรือร่างกายยังหลังโดพามีนออกมาไม่เพียงพอนั่นเอง
เนื่องจากในการสูบบุหรี่แต่ละครั้ง ควันบุหรี่จะปล่อยออกมาพร้อมกับสารพิษและสารก่อมะเร็งเป็นจำนวนมาก การสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคร้ายตามมา อาทิ
- โรคมะเร็ง สารพิษในควันบุหรี่เป็นตัวการสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งทุกชนิด โดยเฉพาะมะเร็งปอด ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1
- โรคหัวใจและหลอดเลือด สารพิษในบุหรี่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ หลอดเลือดหัวใจหดตัว การลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงช้าลง ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง หัวใจก็ทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เลือดจับตัวกันเป็นก้อนมากขึ้น อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงตีบหรืออุดตันเฉียบพลันได้
- โรคถุงลมโป่งพอง เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ โดยควันบุหรี่จะเข้าไปทำลายการทำงานของถุงลม ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดลดลง ผู้ป่วยหายใจลำบากมากขึ้น มีอาการหอบ เหนื่อย
- โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เนื่อจากได้รับแก๊สหรือสารพิษที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อปอด ส่งผลให้หลอดลมค่อย ๆ ตีบลงและนำไปสู่การอุดตันในที่สุด
- วัณโรคปอด การสูบบุหรี่แต่ละครั้ง สารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่จะค่อย ๆ ทำลายเนื้อปอด ลดประสิทธิภาพการทำงานของปอดในการทำลายเชื้อโรค ร่างกายจึงอ่อนแอง่าย เสี่ยงต่อการรับเชื้อวัณโรคได้ง่ายขึ้น
ไซทิซีน ทางเลือกยาเลิกบุหรี่
ปัจจุบันมีการพูดถึงวิธีการเลิกบุหรี่ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนปัจจุบันที่ใช้การล้างพิษเพื่อเลิกบุหรี่
การแพทย์แผนจีนโดยการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่อยากสูบบุหรี่ลดลง รวมไปถึงการใช้สมุนไพรต่าง ๆ ในการถอนพิษบุหรี่ นอกจากนี้อีกทางเลือกที่เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นก็คือ การใช้ไซทิซีนเพื่อเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยบำบัดและเลิกบุหรี่อย่างปลอดภัย
ไซทิซีน (Cytisine) เป็นสารอัลคาลอยด์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด เช่น เมล็ดจามจุรีสีทอง หรือ มะรุมป่า มีสรรพคุณเพื่อช่วยบรรเทาอาการถอนนิโคติน ทำให้เกิดความผ่อนคลาย ไม่เครียดและไม่หงุดหงิด
สำหรับในต่างประเทศไซทิซีนถูกนำมาใช้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการเลิกบุหรี่ในหลากหลายประเทศแถบยุโรปตะวันออกตั้งแต่ช่วงปลายปี 1960 จนกระทั่งปัจจุบัน
ในบางประเทศเช่น แคนนาดา สามารถหาซื้อยาไซทิซีนได้ตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ต้องขอใบสั่งยา
ในขณะที่ประเทศไทยเอง เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การเภสัชกรรมร่วมกับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ มีการศึกษาและพัฒนายาเม็ดไซทิซีน จีพีโอ (1.5 มิลลิกรัม) เพื่อนำมาใช้สำหรับการช่วยบำบัดอาการเสพติดการสูบบุหรี่ ให้ผู้ที่ติดบุหรี่ได้เข้าถึงยาเลิกบุหรี่อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยราคาที่จับต้องได้ โดยหากเทียบกับตัวยาชนิดอื่น ๆ ถือว่ามีราคาถูกกว่าค่อนข้างมาก ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงขึ้นทะเบียนยาจากคณะกรรมการอาหารและยา โดยคาดว่าจะได้เริ่มจำหน่ายช่วงต้นปีหน้า นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการยาไทยและการเลิกบุหรี่สำหรับคนไทย
วิธีการใช้ไซทิซีน
ไซทิซีนขนาด 1.5 มิลลิกรัม ในสามวันแรก จะต้องกิน 6 เม็ดต่อวัน หลังจากนั้นจึงลดขนาดลงเรื่อย ๆ เป็น 5 เม็ดต่อวัน 4 เม็ดต่อวัน 3 เม็ดต่อวัน และ 2 เม็ดต่อวัน จนกว่าจะครบ 25 วัน
กลไกการออกฤทธิ์ของไซทิซีน
เมื่อไซทิซีนเข้าสู่ร่างกาย จะถูกดูดซึมสู่กระแสเลือดภายใน 15 นาที มีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายสารสื่อประสาท ออกฤทธิ์ต่อสมอง โดยจะเข้าไปทำให้ตัวรับที่จับกับนิโคตินมีปริมาณลดลง ส่งผลต่อเนื่องให้ผู้ป่วยอยากสูบบุหรี่น้อยลง และอาจรู้สึกว่าการสูบบุหรี่มีรสชาติน้อยลง หรือไม่มีรสชาติเลย
ผลข้างเคียงของการใช้ไซทิซีน
- อาการทางกระเพาะอาหารและลำไส้
- ปวดท้อง
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- อาหารไม่ย่อย
นอกจากไซทิซีนแล้ว ก็ยังมีตัวยาอื่น ๆ ที่ถูกใช้ในต่างประเทศเพื่อเป็นทางเลือกในการบำบัดรักษาผู้ติดบุหรี่ ได้แก่สารนิโคตินทดแทน (Nicotine Replacement Therapy : NRT) เป็นการใช้นิโคตินทดแทนการสูบบุหรี่แบบมวนจริง หรือที่เรารู้จักกันโดยทั่วไปในรูปแบบของหมากฝรั่งนิโคตินและแผ่นแปะนิโคติน ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมาสารนิโคตินทดแทนในระดับต่ำ ซึ่งจะช่วยลดความอยากบุหรี่ ได้แก่
- บูโพรพิออน (Bupropion) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้า อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของอาการขาดนิโคตินในผู้ที่ติดบุหรี่ได้
- วาเรนิคลิน (Varenicline) เป็นยาที่มีกลไกการออกฤทธิ์ไปทำปฏิกิริยารบกวนตัวรับสารนิโคตินในสมอง ด้วยการลดความสุขในการสูบบุหรี่รวมถึงลดอาการลงแดงเมื่อสมองขาดสารนิโคตินได้
แม้จะมีตัวยาและรูปแบบการรักษาผู้ติดบุหรี่ที่หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาด้วยยาก็คือการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของผู้สูบบุหรี่นั่นเอง
การรักษาแบบ CBT หรือ Cognitive Behavioral Therapy คือการบำบัดพฤติกรรมและความคิดของผู้ป่วย เพื่อสร้างความแข็งแรงทางจิตใจ โดยจะเป็นการปรับเปลี่ยนความคิดในแง่ลบ เพื่อหาทางออก และสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีความคิดที่ดี ร่วมกับพฤติกรรมที่ดี ควบคู่ไปกับการใช้ยารักษา ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
รู้จักภูฟ้าเรสท์โฮม ศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนชั้นนำของประเทศไทย
ภูฟ้าเรสท์โฮมเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนชั้นนำมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้บริการเลิกยาเสพติดทุกชนิดด้วยประสบการณ์การทำงานจากทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการเลิกยาเสพติดกว่า 37 ปี ตั้งอยู่ 3 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ หัวหิน และเชียงราย
ภูฟ้าสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบผสมผสานทั้งทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด เราพร้อมให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณและคนที่คุณรัก รู้จักภูฟ้าเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือ โทร. 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...