ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

น้ำมันกัญชา คืออะไร สรรพคุณทางการแพทย์ และข้อควรระวังที่ต้องรู้

13 สิงหาคม 2569

การใช้งานน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษาและบรรเทาโรคต่าง ๆ อย่างปลอดภัย ควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้องและคำแนะนำจากแพทย์เสมอ

น้ำมันกัญชา

ถึงแม้ว่า น้ำมันกัญชา จะเป็นหนึ่งในสารสกัดจากพืชที่ได้รับความสนใจจากวงการแพทย์ทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่อาจช่วยบรรเทาอาการของโรคหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นการลดความเจ็บปวดเรื้อรัง ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น หรือบรรเทาอาการคลื่นไส้จากการรักษามะเร็ง แต่การใช้น้ำมันกัญชาโดยไม่ได้รับการควบคุมจากแพทย์อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่รุนแรงโดยไม่คาดคิด

น้ำมันกัญชาสกัด

บ้านที่อบอุ่นของครอบครัวคุณ เริ่มต้นได้ที่การตัดสินใจครั้งนี้ ติดต่อเรา

น้ำมันกัญชา (Cannabis Oil) คืออะไร?

น้ำมันกัญชา (Cannabis Oil) คือสารสกัดจากต้นกัญชาส่วนต่าง ๆ เช่น ใบ ดอก และลำต้นโดยมีสารออกฤทธิ์มากกว่า 400 ชนิด แต่สารที่มีข้อมูลทางการแพทย์มากที่สุดมีสองชนิด ได้แก่ CBD (Cannabidiol) และ THC (Tetrahydrocannabinol)

ในวงการแพทย์ น้ำมันกัญชาถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) และช่วยบรรเทาอาการของโรคบางชนิดที่ดื้อต่อการรักษาทั่วไป และการใช้น้ำมันกัญชาทุกครั้งจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ความแตกต่างระหว่าง CBD และ THC ในน้ำมันกัญชา

CBD และ THC เป็นสารจากน้ำมันกัญชากลุ่มเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันหลายส่วน ทั้งในการออกฤทธิ์ การนำไปใช้ และผลข้างเคียงที่มักพบได้

ฤทธิ์ต่อจิตประสาท

CBD ไม่ทำให้มึนเมาหรือเคลิบเคลิ้ม

THC ทำให้เกิดอาการเมากัญชา

การนำไปใช้ทางการแพทย์

CBD รักษาโรคลมชัก ลดอาการวิตกกังวล ประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย

THC บรรเทาคลื่นไส้จากเคมีบำบัด เพิ่มความอยากอาหาร ลดอาการปวด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย

CBD ง่วงซึม ปากแห้ง อาจมีผลต่อตับหากใช้ปริมาณมาก

THC มึนเมา วิตกกังวล อัตราการเต้นหัวใจเพิ่ม

กฎหมายการใช้น้ำมันกัญชาสกัดในประเทศไทย

ประเทศไทยอนุญาตให้ใช้กัญชาและสารสกัดจากกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ภายใต้กฎหมายและประกาศของกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันมีการควบคุมการผลิต การแปรรูป การจำหน่าย และการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC ในระดับที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการใช้เพื่อการรักษาที่ควรอยู่ภายใต้การประเมินและติดตามโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ

ผู้ป่วยไม่ควรเลือกใช้น้ำมันกัญชาหรือสารสกัดกัญชาด้วยตนเอง เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียง ปฏิกิริยาระหว่างยา หรือได้รับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การใช้กัญชาเพื่อการรักษาจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายไทย

น้ํามันกัญชา สรรพคุณ

คนที่คุณรักสามารถเลิกได้ ถ้าได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทาง ที่นี่

สรรพคุณของน้ำมันกัญชา ที่ได้รับการยืนยันทางการแพทย์

น้ำมันกัญชามีสรรพคุณที่ผ่านการศึกษาวิจัยและได้รับการยอมรับในวงการแพทย์หลายด้าน อย่างไรก็ตาม ทุกการใช้งานต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

1. ช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง

ช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง สารแคนนาบินอยด์ในน้ำมันกัญชาทำงานผ่านระบบ Endocannabinoid ซึ่งเป็นระบบที่ร่างกายใช้ควบคุมการรับรู้ความเจ็บปวด เพื่อช่วยลดการส่งสัญญาณประสาทที่ทำให้รู้สึกปวด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดจากโรคมะเร็ง และภาวะปวดเส้นประสาท โดยงานวิจัยจาก Journal of Experimental Medicine พบว่า CBD สามารถลดทั้งอาการปวดและการอักเสบในผู้ใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

2. ลดอาการคลื่นไส้จากเคมีบำบัด

หนึ่งในประโยชน์ของน้ำมันกัญชาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการแพทย์คือ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ในผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด โดยสาร THC ในน้ำมันกัญชาจะเข้ามาช่วยลดการส่งสัญญาณที่กระตุ้นอาการคลื่นไส้ พร้อมกระตุ้นความอยากอาหารในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานได้ตามปกติ

3. ลดความวิตกกังวลและช่วยการนอนหลับ

CBD ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางผ่านตัวรับเซโรโทนิน (Serotonin Receptor 5-HT1A) ช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ ลดความวิตกกังวล โดยไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมา ซึ่งต่างจากยานอนหลับทั่วไปที่อาจทำให้เกิดการพึ่งพายาและผลข้างเคียงด้านความจำ และการใช้น้ำมันกัญชาภายใต้คำแนะนำของแพทย์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับที่เกิดจากความเครียดหรือความเจ็บปวด CBD อาจช่วยให้หลับได้ง่ายและลึกขึ้น

4. ประโยชน์ต่อโรคลมชัก

ประโยชน์ต่อโรคลมชัก เป็นหนึ่งในสรรพคุณที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยน้ำมันกัญชาประเภท CBD ถูกนำมาใช้รักษาโรคลมชักบางประเภท เช่น โรคลมชักที่ดื้อต่อยา หรือโรคลมชักในเด็กที่ควบคุมได้ยาก ซึ่งผู้ป่วยที่สนใจใช้น้ำมันกัญชาในการรักษาโรคควรปรึกษาประสาทแพทย์โดยตรงก่อนรับยา

5. สรรพคุณอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับศักยภาพของน้ำมันกัญชาต่อโรคอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น โรคอัลไซเมอร์ เบาหวานชนิดที่ 2 และความดันโลหิตสูง ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการทดลอง และต้องการงานวิจัยในมนุษย์ที่กว้างขึ้นก่อนที่จะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการในวงการแพทย์

3 ประเภทน้ำมันกัญชา ที่หลายคนเลือกใช้

น้ำมันกัญชาในปัจจุบันมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย เหมาะกับวัตถุประสงค์และความต้องการของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน และต้องใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์เสมอ ดังนี้

  • น้ำมันกัญชาสำหรับหยดใต้ลิ้น ตัวยาจะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 30–60 นาที และจะออกฤทธิ์สูงสุด (Peak Effect) ในช่วงเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงหลังใช้งาน ดังนั้นผู้ใช้จึงห้ามรีบร้อนหยดซ้ำในทันทีเพราะอาจเสี่ยงต่อการได้รับสารเกินขนาด (Overdose)
  • น้ำมันกัญชาสำหรับนวด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ตัวสารจะซึมเข้าสู่ผิวหนัง ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและอาจช่วยบรรเทาความไม่สบายบริเวณที่ใช้งาน
  • น้ำมันกัญชาสำหรับทาบนผิวหนัง มักพบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลายชนิด ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ลดการผลิตซีบัมส่วนเกิน และบรรเทาอาการผิวหนังแห้ง

น้ํามันกัญชา ผลข้างเคียง

Phufa Enterprise เราพร้อมรับฟังและเข้าใจความกังวลของคุณ คลิก

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของน้ำมันกัญชา

แม้น้ำมันกัญชาจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ที่น่าสนใจ แต่ก็มีข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจใช้ เช่น

  • ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการง่วงซึม ปากแห้ง ความดันโลหิตต่ำ วิงเวียนศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อใช้ CBD ในปริมาณสูงเป็นเวลานาน และมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในตับกลุ่ม Cytochrome P450 (CYP450) ส่งผลให้ตับขับยาชนิดอื่น ๆ ได้ช้าลง จนเกิดการสะสมของยาในร่างกายในระดับที่เป็นอันตรายร้ายแรง
  • การพึ่งพาและความเสี่ยงในระยะยาว เพราะสาร THC อาจก่อให้เกิดการดื้อยา และนำไปสู่วงจรการเสพติด โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องในปริมาณมาก
  • อันตรายจากการซื้อสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาจมีปริมาณ THC เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ควบคุมคุณภาพไม่ได้ หรืออาจปนเปื้อนสารอื่น ๆ ซึ่งต่างจากน้ำมันกัญชาเกรดทางการแพทย์ (Medical Grade) ที่ควบคุมสัดส่วนสารสำคัญ
  • ความเสี่ยงของการใช้เกินขนาด ผู้ที่ใช้งานโดยไม่ได้รับการควบคุมจากแพทย์ อาจได้รับสารในระดับที่สูงเกินไป และนำมาซึ่งผลข้างเคียงรุนแรง
  • การใช้เพื่อการแพทย์อาจนำไปสู่การพึ่งพา ผู้ป่วยหลายคนเริ่มต้นด้วยวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เปลี่ยนเป็นการใช้เพื่อความเคยชิน เกิดอาการเมากัญชา และนำไปสู่การพึ่งพาสารระยะยาวได้

สัญญาณเตือนเสพติดและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากพบผู้มีอาการข้างเคียงรุนแรงหรือ "เมากัญชาเฉียบพลัน" (เช่น หัวใจเต้นเร็วมาก แน่นหน้าอก วิตกกังวลขั้นรุนแรง หรือเกิดอาการภาพหลอน หูแว่ว) ให้รีบปฏิบัติดังนี้:

  • สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด ห้ามล้วงคอให้อาเจียนโดยเด็ดขาด เพราะหากผู้ป่วยเริ่มสูญเสียสติสัมปชัญญะ อาจทำให้เกิดการสำลักน้ำย่อยและสารสกัดลงสู่ปอดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • วิธีจัดการในนาทีวิกฤต หากผู้ป่วยหมดสติหรืออาเจียน ให้จัดท่านอนตะแคง (Recovery Position) ทันทีเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง และรีบโทรแจ้งสายด่วนกู้ชีพ 1669 หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ทันที

ใครไม่ควรใช้น้ำมันกัญชา?

สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์อย่างรอบคอบเป็นพิเศษก่อนเริ่มใช้งานน้ำมันกัญชา

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร อาจส่งผ่านทางรกและน้ำนมแม่ไปสู่ทารกได้โดยตรง
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการทางจิตจากยาเสพติด เช่น โรคจิตเภท
  • เด็กและวัยรุ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสมองที่กำลังพัฒนา และนำไปสู่ปัญหาการเรียนรู้ หรือความจำ
  • ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดร่วมด้วย เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยากันชัก และยาต้านเชื้อรา เนื่องจากกัญชาจะไปรบกวนกลไกของยาเหล่านี้

น้ำมันกัญชาไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด Phufa Enterprise พร้อมดูแล

น้ำมันกัญชาอาจมีบทบาทในการรักษาและบรรเทาอาการของผู้ป่วยบางกลุ่มได้ แต่การใช้งานอย่างปลอดภัยควรอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้องและคำแนะนำจากแพทย์เสมอ เพราะถ้าหากคุณเลือกใช้น้ำมันกัญชาอย่างผิดวัตถุประสงค์หรือใช้ต่อเนื่องโดยไม่มีการติดตามที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การพึ่งพาสารได้ จนกลายเป็นสารเสพติดธรรมชาติที่ส่งผลกระทบทั้งต่อตัวผู้ใช้และคนรอบข้าง

หากคุณหรือคนที่คุณรักเริ่มมีสัญญานของการพึ่งพาน้ำมันกัญชาจนไม่สามารถหยุดใช้ได้ หรือได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสาร THC Phufa Enterprise เราเชื่อว่า การฟื้นฟูยาเสพติดไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองด้วยความตำหนิ แต่เป็นเรื่องที่ต้องได้รับความเข้าใจ การดูแล และแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม เราจึงมุ่งเน้นการดูแลทั้งการให้ความรู้ การประเมินสภาพปัญหา และการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาจากการใช้สารเสพติดได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และคืนคนที่คุณรักกลับสู่ครอบครัว


Phufa Enterprise ให้คำปรึกษาผู้ใช้น้ำมันกัญชา

เรียบเรียงโดย

คุณภูผา ภูวดลอานนท์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด

ผู้ผ่านการรับรอง ICAP I (International Certified Addiction Professional) และ Universal Treatment Curriculum (UTC) Modules 1–8 ด้านการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด พร้อมผ่านการอบรม Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์


ความรักของพ่อแม่คือแรงผลักดันที่ดีที่สุด ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู

Tel 1522

LINE@phufaresthome

Emailcontact@phufaenterprise.com


คำถามที่พบบ่อย

น้ำมันกัญชาซื้อได้ที่ไหนในไทย?

ในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่ถูกกฎหมายสามารถรับได้ผ่านสถานพยาบาลและโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตจ่ายยากัญชาเท่านั้น การซื้อจากร้านค้าทั่วไปหรือออนไลน์โดยไม่ผ่านแพทย์เสี่ยงทั้งในแง่กฎหมายและความปลอดภัย เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบคุณภาพและปริมาณสารได้

น้ำมันกัญชาทำให้เสพติดได้ไหม?

ความเสี่ยงในการเสพติดของน้ำมันกัญชาขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณสารที่มีอยู่ โดยน้ำมันกัญชา CBD ในปริมาณที่เหมาะสมมีความเสี่ยงต่อการเสพติดต่ำ แต่สำหรับ THC กลับมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้ในปริมาณมากหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ใช้อาจเริ่มต้องการปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม

ใช้น้ำมันกัญชาแล้วขับรถได้ไหม?

สาร CBD และ THC อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมและการตอบสนองช้าลง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจและการทรงตัว การขับรถหลังใช้น้ำมันกัญชาจึงเป็นอันตรายต่อทั้งตัวเองและผู้อื่นบนท้องถนน

น้ำมันกัญชามีสรรพคุณช่วยรักษามะเร็งได้จริงหรือไม่?

ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าน้ำมันกัญชามีสรรพคุณช่วยรักษามะเร็งได้จริง แม้จะมีงานวิจัยในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองสารสกัดจากกัญชาอาจยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งบางชนิดได้ แต่หลักฐานที่มาจากการใช้งานในมนุษย์ก็ยังคงมีจำกัดมาก ปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการข้างเคียงจากการรักษา เช่น ลดคลื่นไส้ บรรเทาปวด และเพิ่มความอยากอาหารเท่านั้น


แหล่งอ้างอิง

บทความที่คุณอาจสนใจ

ghb คือ

GHB คืออะไร ? "ความอันตรายที่ควบคุมไม่ได้ด้วยตัวเอง"

โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2569

GHB คือสารที่มีฤทธิ์กดประสาทรุนแรง การได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อร่างกายหลายส่วน ทั้งมึ...

คาร์เฟนทานิล

คาร์เฟนทานิล ยาอันตรายที่สุดในโลก สิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้เพื่อช่วยลูก

โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2569

การเสพติดคาร์เฟนทานิลเป็นปัญหาที่อาจรุนแรงขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะยังส่งผลต่อสุขภาพ...

ยาเสียสาว คืออะไร

ยาเสียสาว คืออะไร มีกี่ประเภท พร้อมวิธีสังเกตและป้องกันตัว

โพสต์เมื่อ 13 สิงหาคม 2569

ยาเสียสาว อันตรายใกล้ตัวที่ทิ้งบาดแผลลึกกว่าที่คุณคิด ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญในการอยู่ข้าง ๆ รับฟังโ...