เมื่อกัญชา "ไม่เสรี" อีกต่อไป! สรุปกฎหมายใหม่กัญชาประเทศไทยปี 2568
13 สิงหาคม 2568
หมดเวลาของกัญชาเสรี! อัปเดตกฎหมายกัญชา 2568 สรุปกระชับ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบในด้านธุรกิจ
หลังจากที่ประเทศไทยปลดล็อกกัญชาให้เป็น "กัญชาเสรี" ไปเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565 ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นกระแสความสนใจเรื่อง “กัญชาเสรี” ก็เพิ่มสูงขึ้นและการแสดงความคิดเห็นที่ผ่านมาก็มีเสียงแตกออกเป็นสองฝ่ายทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับกฎหมายกัญชาก็กลับมาอีกครั้ง
กัญชาไม่เสรีแล้วจริงหรือ?
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามประกาศควบคุม ทำให้กัญชาไม่เสรีอีกต่อไป
ย้อนกลับไปดูในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกฎหมายของกัญชาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่มีการประกาศให้ “กัญชาเสรี” เพื่อหวังในการผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย โดยแนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นว่าไทยมีภูมิอากาศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกกัญชา ได้เปรียบในเรื่องของศักยภาพด้านสายพันธุ์ แต่ในภายหลังเมื่อปลดล็อคกัญชาได้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะสุญญากาศ” คือการที่มีร้านขายช่อดอก เครื่องดื่ม อาหารผสมกัญชา หรือจำพวกธุรกิจกัญชาเพื่อสันทนาการ เกิดขึ้นจำนวนมากทำให้ไม่สามารถควบคุมได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา
- ปัญหาเยาวชนใช้ผลิตภัณฑ์กัญชา
- ปัญหาคุณภาพของกัญชา
- ปัญหาการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์
- ปัญหากัญชาที่ก่อความรำคาญกับผู้อื่น
ในปี 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชากัญชง ฉบับกระทรวงสาธารณสุข ห้ามใช้เชิงนันทนาการ
ต่อมาในปี 2567 หลังจากมีการปรับ ครม. ได้มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งได้ประกาศว่าจะมีการดึงกัญชากลับไปสู่บัญชียาเสพติด และมีการรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายแพทย์-นักวิชาการ หลายครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 นำมาสู่การร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำกัญชากลับไปเป็นพืชยาเสพติดแบบอ่อน และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการนำไปสู่การยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) พ.ศ.2565 ลงวันที่ 11 พ.ย.2565 หรือ ประกาศ “ยกเลิกกัญชาเสรี” มีผลให้ส่วนของช่อดอกกัญชา “เป็นสมุนไพรควบคุม”“เป็นสมุนไพรควบคุม”
โดยประกาศนี้นั้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป
กฎหมายใหม่กัญชา 2568 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
สำหรับประกาศฉบับใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่การพลิกผันเปลี่ยนกฎหมายทั้งหมด แต่เป็นการแก้ไขและเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อควบคุมอย่างรัดกุมกว่าเดิมไม่ให้นำไปสู่การใช้ช่อดอกกัญชาอย่างผิดวัตถุประสงค์ โดยสิ่งที่เพิ่มเติมมาในประกาศใหม่ มีดังนี้
- สมุนไพรควบคุม
ให้กัญชาซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis วงศ์ Cannabaceae เป็นสมุนไพรควบคุม
- การจำหน่ายระหว่างผู้ได้รับใบอนุญาต
ผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า สามารถจำหน่ายได้เฉพาะให้กับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 เท่านั้น เพื่อควบคุมการจำหน่ายกัญชาเพื่อการค้าภายในประเทศ
- มาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์
การจำหน่ายและส่งออกสมุนไพรควบคุมต้องมาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้กัญชาที่มีคุณภาพและปลอดภัยจากสารปนเปื้อน
- ข้อยกเว้นสำหรับการใช้ทางการแพทย์
กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ โดยการจำหน่ายที่ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 46 ไม่รวมถึงการจำหน่ายกัญชาให้กับผู้ที่มีใบสั่งจ่ายจากแพทย์ผู้มีใบอนุญาต
- หลักเกณฑ์การสั่งจ่าย
การสั่งจ่ายต้องระบุจำนวนหรือปริมาณที่จำเป็นสำหรับการรักษาเท่านั้น ใช้ได้ไม่เกิน 30 วัน และต้องใช้แบบสั่งจ่ายตามที่อธิบดีกำหนด
- ข้อจำกัดที่ยังคงมีผลบังคับใช้ตามฉบับเดิม
ยังคงห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุมหรือสินค้าแปรรูปจากสมุนไพรควบคุมผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติและช่องทางออนไลน์ ห้ามโฆษณาในทุกช่องทางเพื่อการค้า รวมถึงห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุมหรือสินค้าแปรรูปจากสมุนไพรควบคุมในสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัด หอพัก สวนสาธารณะ สวนสนุก และสวนสัตว์
ในขณะเดียวกันประกาศกระทรวงสาธารณะสุขฉบับนี้ก็มีสิ่งที่ขาดหายไปจากฉบับเดิม ได้แก่
- การจำหน่ายให้แก่บุคคล
โดยในฉบับเดิมจะมีข้อห้ามในการ ห้ามจำหน่ายสมุนไพรควบคุม หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์หรือสตรีให้นมบุตร รวมถึงห้ามจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าให้กับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ไว้อย่างชัดเจน แต่ในฉบับใหม่นี้นั้นยังไม่พบการระบุข้อห้ามในข้อนี้
อย่างไรก็ตามถึงไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจน แต่ในวันที่ 4 ก.ค. 2565 เคยมีประกาศกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเรื่องกัญชาและกัญชงภายในสถานศึกษา หน่วยงานราชการ และหน่วยงานในสังกัดหรือกำกับดูแล โดยมีระเบียบข้อกำหนดที่ครอบคลุมในเรื่องดังกล่าว ดังนี้
- ข้อ 1 สถานศึกษา ส่วนราชการ หรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการห้ามใช้กัญชาหรือกัญชงกับนักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากรโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีผลต่อการพัฒนาสมองของนักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากร
- ข้อ 2 ห้ามมิให้นักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากร ของสถานศึกษา ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ใช้กัญชาหรือกัญชง เพื่อการนันทนาการใด ๆเพราะอาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น อาการทางจิต และระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย
มีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจกัญชา?
แน่นอนว่าเมื่อกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาเปลี่ยนแปลง ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคงจะหนีไม่พ้นผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจกัญชา ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้ากัญชารายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวบีบีซีไทย กล่าวว่า “เหมือนพลิกกระดานใหม่หมดเลย” เนื่องจากไม่รู้ว่าใบอนุญาตที่ขอมาอย่างถูกต้องจะยังสามารถใช้ได้หลังจากประกาศฉบับล่าสุดบังคับใช้ได้หรือไม่ และเขายังกล่าวอีกว่า หากประกาศฉบับล่าสุดถูกบังคับใช้แล้ว คาดว่ากลุ่มลูกค้าหลักที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ อาจจะหายไปราว 70% สิ่งที่เขาเป็นกังวลคือเรื่องระยะเวลาในการเตรียมตัวเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบของกิจการซึ่งมีเวลาน้อย ทำให้ไม่สามารถรับมือได้ทัน
ในส่วนของกิจการฟาร์มปลูกกัญชาหลายแห่งอาจเสี่ยงจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต หากมาตรฐานการปลูกไม่ได้ถูกต้องตรงตามระเบียบกฎหมายใหม่ เมื่อกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม ทางฟาร์มกัญชาที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วอาจโดนรื้อตรวจสอบใหม่ในทุกขั้นตอนเพื่อให้พื้นที่ปลูกตรงตามมาตรฐาน ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์กับทางบีบีซีไทยอีกรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ประกอบการและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาและกัญชง ได้กล่าวว่า “การรักษามาตรฐานฟาร์มปลูกกัญชาจะเป็นเรื่องที่ดี แต่การบังคับใช้กฎดังกล่าวชั่วข้ามคืนก็จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างมาก”
สรุปได้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาตั้งเเต่ฟาร์มกัญชาจนถึงร้านค้ากัญชาล้วนได้รับผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เนื่องจากระยะเวลาที่ประกาศใช้และการเข้าตรวจสอบใหม่ที่กระชั้นชิด ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่ถึงแม้จะมีใบอนุญาตครอบครองแล้วมีเวลาไม่มากพอที่จะปรับตัวเข้ากับมาตรฐานระเบียบใหม่ได้ทัน
ภาพรวมสถานการณ์กัญชาในไทยที่ผ่านมาหลังจากปลดล็อคกัญชา ถึงแม้ร้านต่างๆจะมีใบอนุญาต แต่ไม่ใช่ทุกร้านที่จะทำตามกฎทุกข้อได้ เช่น การขอดูบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบอายุของผู้ซื้อ อีกทั้งในผลิตภัณฑ์จากกัญชา เช่น บราวนี่ คุ๊กกี้ หรือเครื่องดื่ม มีการถูกตรวจพบว่ามีค่า THC สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือไม่ตรงกับที่ฉลากระบุบ้าง ทำให้ที่ผ่านมาหลังจากกัญชาถูกปลดล็อค
การสำรวจจาก ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด(ศศก) ในปี พ.ศ. 2565 พบว่าเด็กและเยาวชนที่มีอายุในช่วง 18-19 ปี มีการใช้กัญชาเพิ่มสูงขึ้น10 เท่า จากร้อยละ 1-2 ในปี 2562 เป็นร้อยละ 9.7 ในระยะเวลาเพียง 3 ปี ในปี 2565 อีกทั้งข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข (MOPH Health Data Center) ระบุหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าหลังการปลดล็อกกัญชาเสรี จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากอาการเป็นพิษจากกัญชาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
แต่ในปี พ.ศ. 2566-2567 ปัญหากัญชาในช่วงอายุ 18-65 ปี มีแนวโน้มดีขึ้น มีการใช้เพื่อสันทนาการน้อยลงถึงแม้จะลดลงเพียงเล็กน้อย
ท้ายที่สุดเเล้วปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นมักมาจากการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามการใช้กัญชาเพื่อหวังผลในด้านสันทนาการย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดีแก่ผู้เสพ หากพบว่าคนใกล้ชิดหรือตนเองมีพฤติกรรมเสพกัญชาจนเกิดผลเสียต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดโดยเร็ว ปรึกษาผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติดของภูฟ้าเรสท์โฮม โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...