วิธีเลิกยาอี/ยาเลิฟ
ยาอีออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท
ยาอีออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเหมือนกันกับเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ทำลายเซลล์สมองที่เกี่ยวกับความคิดรวมถึงความจำ
ประสาทส่วนกลางจะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง และมีฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อเสพยาอีจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น หายใจเร็ว นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อกระตุก มีอาการอยู่ไม่สุข เมื่อยาหมดฤทธิ์จะมีอาการซึมเศร้ามาก
มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย หากใช้ติตต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคจิต (psychosis) เช่นเดียวกับสารกระตุ้นประสาทตัวอื่นๆ
อาการขาดยาจากยาอี
ผู้เสพที่มีการเสพติดยาอีเมื่อหยุดเสพจะเกิดอาการถอนยาภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือในสองสามวันหลังจากการใช้ครั้งล่าสุดและอาการจะยังคงอยู่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ โดยมักจะมีอาการดังต่อไปนี้
- การกินการนอนเปลี่ยนไป
- หัวใจเต้นเร็ว ผิดจังหวะ
- ส่งผลต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
- ความดันโลหิตสูง ส่งผลต่อการเกิดอาการเส้นเลือดแตกในสมองได้
- ชัก
- มีไข้สูง
- ประสาทหลอน หวาดระแวงกลัวอย่างรุนแรง
- หูแว่ว เกิดภาพหลอน
- ซึม
วิธีบำบัดรักษาผู้ป่วยยาอี/ยาเลิฟ
ในการบำบัดผู้เสพติดยาอีนั้น มีหลายวิธีที่ต้องใช้ร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพของการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดและความปลอดภัยของสุขภาพผู้ป่วย โดยจะคำนึงถึงอาการและปัญหาของผู้ป่วยที่ตรวจประเมินพบเป็นหลัก เนื่องจากอาการลงแดงของผู้ป่วยแต่ละคนจะแสดงออกมาต่างกัน
เช่น หากผู้ป่วยมีอาการ หูแว่ว ภาพหลอน จะมีการรักษาโดยยาต้านอาการทางจิตร่วม หากมีภาวะซึมเศร้าจำเป็นต้องรักษาอาการทางจิตเวชร่วมด้วย
การรักษาในทุกขั้นตอนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ยังจำเป็นที่ต้องใช้กระบวนการจิตบำบัดเพื่อช่วยปรับความคิดและพฤติกรรม
และสร้างความเข็มแข็งทางจิตใจ