ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

รู้จัก "ฝิ่น" อดีตยารักษาทางการแพทย์สู่ยาเสพติดอันตราย

10 มีนาคม 2568

"ฝิ่น" จากพืชที่มีสรรพคุณทางยาที่ถูกใช้ในทางการแพทย์ กลับกลายมาเป็นยาเสพติดอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อสมองและร่างกาย จุดเปลี่ยนของเหตุการณ์นี้มีความเป็นมาอย่างไร เรียนรู้ไปพร้อมๆกันในบทความนี้

รู้จัก "ฝิ่น" อดีตยารักษาทางการแพทย์สู่ยาเสพติดอันตราย

ฝิ่นคืออะไร?

“ฝิ่น (Opium)” ที่หลายคนคุ้นเคยกันในรูปแบบของยาเสพติดผิดกฎหมายนั้น เป็นสารที่ถูกสกัดมาจากยางของต้นฝิ่นซึ่งเป็นพืชล้มลุก โดยการปลูกฝิ่นเพื่อใช้ในการรักษาโรคและเพื่อเสพนั้นมีมานานราว 3,400 ปี ตามคำบอกเล่าในประวัติศาสตร์ ในปัจจุบันฝิ่นจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

เนื้อ “ฝิ่นดิบ” ที่ได้มาจากยางที่กรีดมาจากผลของฝิ่นนั้นมีลักษณะเป็นสีน้ำตาล มีกลิ่นเหม็นเขียว มีรสชาติขม ส่วนเนื้อฝิ่นที่ผ่านการต้ม เคี่ยว หรือหมัก จะมีสีน้ำตาลไหม้ปนดำ มีรสชาติขม เรียกว่า “ฝิ่นสุก”

เนื้อของฝิ่นที่ได้จากยางนั้นมีสารประกอบอยู่มากมายซึ่งสารหลักคือแอลคาลอยด์(Alkaloid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ตั้งต้นของยาเสพติดหลายชนิด เช่น มอร์ฟีน(Morphine) เฮโรอีน(Heroine) และโคเดอีน(Codeine) โดยสารแอลคาลอยด์ในเนื้อฝิ่นนั้นมีคุณสมบัติในการระงับปวดและกดประสาท ในทางการแพทย์ฝิ่นจึงถูกใช้เพื่อเป็นยาระงับอาการปวด แก้ไอ แก้ท้องเสีย อย่างไรก็ตามการใช้ฝิ่นในปริมาณสูงนำไปสู่ภาวะเสพติดได้ ทำให้หลายประเทศจำกัดการใช้และออกกฎหมายควบคุมการใช้ฝิ่นอย่างเข้มงวด



ทำไมฝิ่นจึงกลายเป็นยาเสพติด?

Alt

จากการบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ฝิ่นถูกใช้ในทางการแพทย์แผนตะวันตกมาอย่างเนิ่นนาน จนกระทั่งกลางศตวรรษที่ 19 การใช้สารที่สังเคราะห์ได้จากฝิ่น เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน เริ่มได้รับความนิยมในทางการแพทย์ไปทั่วโลก ซึ่งจากสถานการณ์นี้นำไปสู่เหตุการณ์ที่หลายคนอาจเคยได้ยินนั่น คือ "สงครามฝิ่น" ระหว่างอังกฤษและจีน

นักวิทยาศาสตร์ในประเทศอินเดียและออสเตรเลียได้ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ในการพัฒนาพันธุ์ฝิ่น เน้นไปที่การให้ฝิ่นพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมานั้นเพิ่มปริมาณการผลิตสารอัลคาลอยด์เฉพาะ เช่น มอร์ฟีนและโคเดอีน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการระงับปวดและกดประสาทเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยาโดยเฉพาะ ส่วนเฮโรอีนนั้นถูกสังเคราะห์จากฝิ่นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1874 และถูกนำมาใช้เป็นยาระงับปวด แต่ภายหลังพบว่าสามารถทำให้เกิดการเสพติดสูง ทำให้เกิดปัญหาการเสพติดอย่างรุนแรง ในต้นศตวรรษที่ 20 หลายประเทศจึงเริ่มออกกฎหมายห้ามการใช้ฝิ่นอย่างเสรี

ในประเทศไทยเองการซื้อขายหรือใช้ฝิ่นนั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายมานับหลายสมัย โดยมีข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ระบุว่า

  • พ.ศ. 2354 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงสั่งห้ามการขายและการสูบฝิ่น
  • พ.ศ. 2382 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกําหนดโทษประหารชีวิตสําหรับผู้ลักลอบค้าฝิ่นรายใหญ่

ทั้งนี้ยังมีการพัฒนาสารโอปิออยด์สังเคราะห์เพื่อใช้เป็นยาระงับปวดในทางการแพทย์ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้สารสกัดจากต้นฝิ่น และลดการปลูกฝิ่น เช่น เฟนทานิล (Fentanyl) และทรามาดอล (Tramadol) อย่างไรก็ตามยาโอปิออยด์สังเคราะห์เหล่านี้ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเสพติดและการนำไปใช้ในทางที่ผิด การใช้ยาจึงควรอยู่ภายใต้การควบคุมและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

จะเห็นได้ว่าปัญหาฝิ่นนั้นได้เกิดขึ้นมานานเเละได้มีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ปัจจุบันฝิ่นจึงถูกจัดเป็นยาเสพติดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งกฎหมายครอบคลุมการห้ามผลิต ครอบครอง และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต



ฝิ่นออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างไร?

ฝิ่นออกฤทธิ์โดยการกดประสาทส่วนกลาง โดยไประงับความรู้สึกเจ็บปวดซึ่งมีผลข้างเคียงทำให้ในขณะที่ฝิ่นออกฤทธิ์นั้นผู้เสพจะมีอาการใจลอย ง่วง ซึม การตอบสนองช้า พูดจาวกไปวนมา และอารมณ์ดีผิดจากปกติ วิธีการเสพฝิ่นนั้นนิยมเสพโดยการสูบดมควันจากไปป์ฝิ่น หรือรับประทานโดยการเคี้ยวฝิ่นในรูปแบบก้อน โดยฝิ่นจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 10-15 นาที หลังจากเสพแบบวิธีสูดดมควัน และใช้เวลาประมาณ 90-120 นาที สำหรับการเสพแบบวิธีการรับประทาน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการย่อยก่อนเข้าสู่กระแสเลือด



อันตรายจากการเสพฝิ่นมีอะไรบ้าง?

รูปภาพประกอบ

ผลข้างเคียงของการเสพฝิ่นนั้นมีหลายประการ ในการเสพระยะสั้นผู้เสพอาจมีการเกิดภาพหลอน อารมณ์แปรปรวน มีอาการวิตกกังวล กระสับกระส่าย ในผู้ที่เสพฝิ่นปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการหายใจหรือการเต้นของหัวใจช้าลงเนื่องจากเกิดอาการเสพยาเกินขนาด(Overdose) โดยอาจมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • หน้าซีด เหงื่อออกมาก
  • เล็บหรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
  • เริ่มมีการอาเจียน
  • หมดสติ ไม่สามารถพูด หรือตอบสนองได้

ซึ่งหากเกิดอาการดังกล่าวถือว่าอันตรายเป็นอย่างมาก หากผู้เสพหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้

ในส่วนของผู้ที่เสพฝิ่นติดต่อกันเป็นเวลานานยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบต่างๆของร่างกายได้ อย่างเช่น

  • โรคหยุดหายใจขณะหลับ
  • ความต้องการทางเพศลดลง มีบุตรยาก
  • ปัสสาวะไม่ออก
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ร่างกายทรุดโทรม ซีดเหลือง ซูบผอม



อาการถอนฝิ่นเป็นอย่างไร?

รูปภาพประกอบ

สำหรับผู้ที่เสพฝิ่นเป็นเวลานานนั้นการเลิกเสพฝิ่นอย่างฉับพลันอาจทำให้เกิดอาการถอนยาอย่างรุนแรง โดยระดับความรุนแรงนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่เสพ อาจมีอาการได้เร็วที่สุดตั้งแต่ 4 ชั่วโมงแรกหลังจากการเสพครั้งสุดท้าย และมีอาการรุนแรงในช่วง 48-72 ชั่วโมง จากนั้นจะค่อยๆทุเลาลงหลังจากหนึ่งสัปดาห์ โดยผู้ที่มีอาการถอนฝิ่นมักจะพบอาการ ดังต่อไป

  • หงุดหงิด ฉุนเฉียว วิตกกังวล
  • กระวนกระวาย
  • มีน้ำมูก
  • น้ำตาไหล
  • เหงื่อออก
  • รูม่านตาขยายผิดปกติ
  • ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • มีไข้ ขนลุก หนาวสั่น
  • เบื่ออาหาร

อาการที่เกิดขึ้นนั้นหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องอาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วย วิธีเลิกฝิ่นอย่างถูกต้องและปลอดภัยนั้นจำเป็นที่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการบำบัดที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยทั้งการบำบัดทางด้านร่างกายและการสนับสนุนทางด้านจิตใจของผู้ป่วย อีกทั้งเมื่อสามารถหยุดยาได้แล้วยังคงต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการข้างเคียงหลังจากเลิกยาเรื้อรังในระยะยาว อย่างเช่น มีอาการท้องผูกเรื้อรัง ทั้งนี้การติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยยังเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้กลับไปเสพฝิ่นอีกครั้ง ปรึกษาภูฟ้าเรสท์โฮมเพื่อเลิกยาเสพติดิย่างมีประสิทธิภาพ ไม่อาเจียน ไม่ทรมาน และยั่งยืน โทร. 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษาที่ภูฟ้า

บทความที่คุณอาจสนใจ

ภาพหน้าปก ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...

รูปปก 5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...