เคล็ดลับในการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกหลังเลิกยา เส้นทางสู่การเลิกยาเสพติดอย่างยั่งยืน - ภูฟ้าเรสท์โฮม
10 กรกฎาคม 2567
การเลิกยาเสพติดนั้นไม่ใช่แค่เพียงการหยุดใช้สารเสพติดได้ แต่ยังรวมไปถึงการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังเลิกยา ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จในการเลิกยาในระยะยาว บทความนี้จะเปิดเคล็ดลับในการจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกหลังเลิกยา เพื่อให้ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดไปสู่เส้นทางในการเลิกยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
ถึงแม้ว่าผู้ป่วยยาเสพติดจะหยุดใช้ยาเสพติดสำเร็จแล้ว แต่หลังจากการบำบัดรักษาหรือเลิกยาเสพติดนั้น ผู้ป่วยอาจเกิดอาการทางด้านอารมณ์ที่ไม่แน่นอนซึ่งถูกกระตุ้นจากความรู้สึกภายในหรือสิ่งเล็กๆน้อยๆจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งการที่อาการเหล่านี้หากปล่อยให้หายไปเองอาจต้องอาศัยระยะเวลานับปีเนื่องจากสมองต้องใช้เวลาในการปรับระดับสื่อเคมีในสมองที่เสียหายในตอนที่ใช้ยาเสพติดเพื่อให้กลับสู่สภาพปกติหลังจากเลิกยา
อาการทางด้านอารมณ์ที่พบบ่อยหลังเลิกยาเสพติดมีอะไรบ้าง?
หลังจากที่ผู้ป่วยยาเสพติดเลิกยาเสพติดได้หรือได้รับการบำบัดยาเสพติดมาแล้ว ในบางรายอาจจะมีอาการ ดังนี้ :
- ฟุ้งซ่าน
- กระวนกระวายใจ
- ซึมเศร้า
- ตื่นตกใจง่าย
จากการบอกเล่าของผู้ป่วยในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ได้กล่าวว่า “ผมอยู่บำบัดรักษาในโรงพยาบาลอยากออกไปข้างนอกแต่พอได้สิทธิ์ลาเยี่ยมบ้าน ผมกลับรู้สึกว่า ไม่มีความสุข เบื่อ วันๆไม่รู้ทำอะไร อยากกลับเข้ามาในโรงพยาบาล” เนื่องจากผู้ป่วยยังไม่เคยชินกับการไม่ได้ใช้ยาเสพติดในสิ่งแวดล้อมเดิม
และถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง หรือยาวนาน แต่การที่ผู้ป่วยต้องกลับมาเผชิญกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆที่เป็นสิ่งกระตุ้น เช่น อยู่ในที่ที่หายาเสพติดมาเสพได้ง่าย เจอกับปัญหาเดิมในครอบครัว สถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเกิดความเครียด ถูกสังคมตราหน้า รังเกียจ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้อาการทางด้านอารมณ์ของผู้ป่วยที่เลิกยาเสพติดนั้นแย่ลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่สถานการณ์ที่เกิดความเสี่ยงสูงทางด้านอารมณ์ ซึ่งจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท
1. สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องระหว่างบุคคล เช่น ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ความหึงหวง ความไม่ลงรอยกัน การทะเลาะ ความละอายใจ
2. สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล
- ด้านอารมณ์ เช่น ความโกรธ ความกังวล ความกลัว
- ด้านความรู้สึก เช่น ความเหนื่อย ความเหงา ความเศร้า ความเสียใจ
การที่ผู้ป่วยยาเสพติดที่เลิกยาเสพติดได้แล้วเกิดสถานการณ์เสี่ยงทางด้านอารมณ์เหล่านี้อยู่บ่อยๆ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รู้สึกอยากกลับไปเสพซ้ำขึ้นได้
อาการแบบไหนควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต?
สำหรับผู้ป่วยยาเสพติดที่เลิกยาเสพติดได้แล้วหรือผ่านการบำบัดมาแล้ว จำเป็นต้องมีการติดตามผล เฝ้าระวัง และสังเกตอาการในเรื่องของสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วยต้องติดตามดูแลทั้งในด้านการแพทย์ เช่น การรับประทานยาครบและตรงเวลาตามแพทย์สั่ง การเข้าพบจิตแพทย์ตรงตามนัดทุกครั้ง เพื่อป้องกันกลับไปเสพยาและป่วยซ้ำ
สัญญาณเตือนอาการผิดปกติที่ควรเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
1. แยกตัวจากผู้คน เริ่มเก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่อยากสุงสิงกับใคร
2. โกรธ เครียด เบื่อ จนรู้สึกกระวนกระวายใจ ฉุนเฉียว หงุดหงิด
3. พฤติกรรมการกินและการนอนผิดปกติ
4. เริ่มนึกถึงบุคคล หรือสถานที่และสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดในอดีต
5. มองหาโอกาสกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ
หากพบว่ากำลังเกิดอาการที่กล่าวมาในข้างต้นถึงแม้อาจเกิดขึ้นเพียงข้อเดียวหรือครั้งเดียว ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะละเลยหรือปล่อยผ่านไป ควรติดต่อขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บำบัดที่เคยดูแลในทันที เพื่อป้องกันการสะสมของปัญหาในระยะยาว ที่อาจส่งผลให้กลับไปเกิดอาการทางจิตเวชหรือกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำอีก
มีเทคนิคการผ่อนคลายและการจัดการทางอารมณ์หลังเลิกยาเสพติดอย่างไร?
วางแผนการกลับไปใช้ชีวิตหลังจากการบำบัดยาเสพติดสำเร็จ
มีการสร้างเป้าหมาย การจัดตารางชีวิตให้สมดุลเพื่อที่จะเริ่มดำเนินชีวิตใหม่หลังจากบำบัดยาเสพติด กำหนดตารางกิจกรรมในแต่ละวัน และใส่กิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมเข้าไป เช่น การออกไปพบปะกับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆที่ไม่ได้เสพยา การเรียนรู้เพิ่มเติม ออกกำลังกาย เล่นกีฬา ช่วยครอบครัวทำงาน ทำงานจิตอาสา เป็นต้น เมื่อสามารถลดช่องว่างของความรู้สึกนึกคิดต่อยาเสพติดลงได้ จะช่วยให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาไม่มีเวลาที่จะนึกถึงยาเสพติดได้
การโทรหาหรือพูดคุยกับบุคคลที่ให้กำลังใจได้ดี
เพื่อเป็นการระบายความรู้สึกในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ ให้เกิดความสบายใจ คลายกังวลไปได้ ป้องกันการเกิดสถานการณ์เสี่ยงทางด้านอารมณ์
การนอนหลับอย่างเพียงพอ
การพักผ่อนเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ การพักผ่อนที่ดีและเพียงพออย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดภาวะความเครียด และช่วยให้สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ในทางกลับกันหากอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการฉุนเฉียวและร่างกายอ่อนล้า ประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์ลดลง
การสวดมนต์
การสวดมนต์ก่อนเข้านอนเป็นเวลา 10-15 นาที จะทำให้ร่างกายได้หลั่งสารซีโรโทนิน (serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยในการเรียนรู้ ลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ทั้งยังในเรื่องของการนอนหลับได้ดี
การฝึกกำหนดลมหายใจ
หายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ ผ่านจมูก กลั้นไว้สักครู่ แล้วหายใจออกทางปาก ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง เทคนิคนี้ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสงบลง ลดความเครียดและความวิตกกังวล
โยคะ
ประโยชน์ของโยคะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลและฟื้นฟูได้ดีแล้วนั้น ยังเป็นการฝึกสมาธิและช่วยในผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย
การเขียนบันทึก
หากมีหลายสิ่งภายในใจที่ต้องการระบายออกมา การเขียนบันทึกความคิดและความรู้สึก หรือเหตุการณ์ในแต่ละวัน ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่สามารถจัดการกับอารมณ์และความคิด ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ได้ทบทวนความรู้สึกของตนเอง รวมถึงได้บันทึกความคืบหน้าของตนเองหลังจากเลิกยาเสพติด
ครอบครัวและคนใกล้ชิดมีวิธีการช่วยสนับสนุนด้านจิตใจของผู้ป่วยหลังเลิกยาเสพติดอย่างไร?
ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม
- กำจัดสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น อุปกรณ์การเสพ ยาเสพติด แม้กระทั่งเส้นทางการเงินที่ผู้ป่วยเคยใช้ซื้อยาเสพติด
- พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ป่วยที่เลิกยาเสพติดเผชิญกับสถานที่ บุคคล หรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกลับไปเสพยาอีกครั้ง
- สร้างบรรยากาศในบ้านให้อบอุ่น ปลอดภัย และสะอาดอยู่เสมอ
สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
รับฟังผู้ป่วยอย่างตั้งใจ แสดงความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจ ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนนั้นได้รับความสำคัญอยู่เสมอ
ดูแลเรื่องโภชนาการอาหาร
เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของสุขภาพจิตที่ดี ผู้ป่วยเลิกยาเสพติดควรได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและถูกตามหลักโภชนาการ
ใส่ใจในการติดตามดูแล
หลังจากการบำบัด ผู้ป่วยบางรายอาจต้องมีการรับประทานยาเพื่อรักษาอาการทางจิตเวชต่อ ครอบครัวและคนใกล้ชิดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคอยดูการรับประทานยา หรือคอยดูตารางนัดพบแพทย์อย่างไม่ให้คลาดเคลื่อน
สังเกตอารมณ์และพฤติกรรมของผู้ป่วย
หากผู้ป่วยเริ่มมีพฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนอาการที่ผิดปกติ เช่น เก็บตัวอยู่เดียว ไม่สุงสิงกับใคร ผู้ดูแลควรปรึกษาและขอความช่วยเหลือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะได้รับมือกับสถานการณ์นั้นได้อย่างถูกต้อง
วางแผนเที่ยวพักผ่อน
การที่ได้พาผู้ป่วยออกไปเที่ยวนั้นนอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้วยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวได้
ดูแลตัวเอง
การที่ต้องเฝ้ามองดูแลหลังจากผู้ป่วยเลิกยาเสพติดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความใส่ใจและความเข้าใจในผู้อื่นสูง ครอบครัวและคนใกล้ชิดเองจึงต้องดูแลสุขภาพจิต และอารมณ์ของตัวเองให้ดีเพื่อส่งต่อพลังงานบวกให้แก่ผู้ป่วย ควรหาเวลาพักผ่อนให้ตนเองได้ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายด้วยเช่นกัน
การเลิกยาเสพติดได้นั้นเปรียบเสมือนการก้าวข้ามอุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่ แต่บนเส้นทางหลังจากนี้เต็มไปด้วยความอารมณ์และความรู้สึกที่บางทีก็ยากที่จะเอาชนะ การเริ่มต้นบำบัดที่ถูกต้องเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตหลังจากเลิกยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน
สถานบำบัดยาเสพติดเปรียบเสมือนสถานที่พักใจที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ ด้วยทีมแพทย์ นักจิตวิทยา นักบำบัด และผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ ที่จะคอยดูแล ให้คำปรึกษา และสนับสนุนผู้ป่วย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ที่ภูฟ้าเรสท์โฮมผู้ป่วยจะได้เรียนรู้เทคนิคการจัดการกับอารมณ์ ฝึกฝนทักษะการเผชิญปัญหา รวมถึงวิธีรับมือกับความเครียด และสร้างภูมิคุ้มกันต่อการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ มากกว่านั้นผู้ป่วยยังได้มีโอกาสได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างมิตรภาพกับผู้ที่กำลังเผชิญความท้าทายคล้ายๆ กัน
การบำบัดไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลิกยา แต่เป็นการฟื้นฟูชีวิตให้กลับมาแข็งแรง สมบูรณ์ และพร้อมเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากยาเสพติด พร้อมที่จะก้าวเดินไปบนเส้นทางสู่การเลิกยาเสพติดอย่างยั่งยืน ติดต่อเราวันนี้ เพื่อขอคำปรึกษาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณ โทร. 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...