วัยรุ่นกับพอต ทำไมถึงเลิกยากกว่าที่คิด?
22 เมษายน 2568
วัยรุ่นติดพอตง่ายกว่าที่คิด! เข้าใจสาเหตุ ผลกระทบต่อสมอง และวิธีเลิกอย่างได้ผล พร้อมแนวทางช่วยเหลือสำหรับผู้ที่เลิกไม่ได้
ทำไมวัยรุ่นถึงติดพอตได้ง่าย?
การพัฒนาของสมองวัยรุ่นที่ไวต่อการเสพติด
สมองของวัยรุ่นเสี่ยงต่อการเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและควบคุมพฤติกรรม ซึ่งยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะมีความเสี่ยงต่อการเสพติดพอตได้ง่ายกว่า นอกจากนี้นิโคตินในน้ำยาพอตยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมองส่วน "นิวเคลียส แอคคัมเบนส์" (nucleus accumbens) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความพึงพอใจ ทำให้วัยรุ่นเกิดการเสพติดได้อย่างรวดเร็ว
ปัจจัยทางสังคม
- อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลจากเพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งในวัยรุ่นระบบความคิดและการตัดสินใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เมื่อเกิดการอยากรู้อยากลองจะไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้เท่ากับวัยผู้ใหญ่ โดยจากงานวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่าเยาวชนที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คนในครอบครัวไม่สูบ รวมถึงเยาวชนที่มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าปกติ สอดคล้องกับ Green LW และ Krueter MW พบว่าแรงกระตุ้นจากกลุ่มเพื่อนทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้วัยรุ่นยังมีการพัฒนาด้านการเข้าสังคมอย่างรวดเร็ว เช่น การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเข้าสังคม ทำให้กลุ่มเพื่อนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของวัยรุ่นเป็นส่วนมาก
- อิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย วัยรุ่นเป็นวัยที่เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่าย และบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตนั้นเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีการจำหน่ายผ่านโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย วัยรุ่นจึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย จากการวิจัยระบุว่า เยาวชนที่เคยพบเห็นสื่อโฆษณาเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ามีโอกาสสูบมากกว่าเยาวชนที่ไม่เคยพบเห็น
พอตมีผลกระทบต่อร่างกายและสมองของวัยรุ่นอย่างไร?
อันตรายต่อสมองและระบบประสาท
ในเด็กและเยาวชนหรือวัยรุ่นที่สมองยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ พิษของสารนิโคตินที่มีอยู่มากในน้ำยาพอตนั้นเป็นอันตรายต่อพัฒนาการของสมอง ส่งผลกระทบต่อสมองส่วนที่รับรู้ในด้านของความสนใจ การเรียนรู้ และการควบคุมแรงกระตุ้น ทำให้เด็กหรือวัยรุ่นที่สูบพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้ามักมีอาการดังต่อไปนี้
- หงุดหงิดง่าย
- ความจำแย่ลง
- อารมณ์แปรปรวน
- ปวดศีรษะ
- สมาธิสั้น
- เกิดภาวะซึมเศร้า
นอกจากนี้ นิโคตินยังมีผลต่อสารสื่อประสาท "โดปามีน" (dopamine) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมองที่นำไปสู่การเสพติดนิโคติน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดชนิดอื่นอีกได้
ก่อให้เกิดโรคร้ายก่อนวัยอันควร
ในน้ำยาพอตซึ่งประกอบไปด้วยทั้งนิโคตินที่ทำให้เกิดการเสพติดสูง โพรพิลีนไกลคอล สารหนู โลหะหนัก และสารเคมีอื่นๆในการแต่งรส แต่งกลิ่น สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ แม้ในคนที่มีสุขภาพแข็งแรง
- โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและปอด
การสูบพอตก่อให้เกิดความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจไม่สะดวก มีอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีด ในระยะยาวอาจนำไปสู่การเกิดโรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
- โรคมะเร็ง
เนื่องจากสารเคมีในพอตบางชนิดมีสารก่อมะเร็ง อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งเมื่อใช้ในระยะยาว โดยเฉพาะมะเร็งปอด และมะเร็งช่องปาก
- โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน
การสูบพอตบ่อยๆ ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ทั้งร่างกายยังฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้ช้ากว่าปกติ
พอตเลิกยากจริงหรือไม่?
สำหรับผู้ที่สูบพอตจนมีภาวะเสพติดพอตนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากนิโคตินที่อยู่ในน้ำยาพอตเป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์แรง บุหรี่ไฟฟ้าหรือพอต 1 ชิ้น มีสารนิโคตินเทียบเท่าได้กับการการสูบบุหรี่มวนถึง 20 ซอง ทำให้ร่างกายต้องการสูบพอตซ้ำๆ อีกทั้งในส่วนของความเคยชินของร่างกาย การที่สูบพอตเป็นเวลานานๆ ทำให้ร่างกายเคยชินกับสารนิโคตินที่เคยได้รับ และเกิดความต้องการในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงมักจะเห็นวัยรุ่นที่สูบพอตมีพฤติกรรม หยิบพอตขึ้นมาสูบในขณะทำกิจกรรมอื่นอยู่ซ้ำๆ
ในบางกรณีที่น้ำยาหัวพอตอาจมีการผสมสารเสพติดอื่น เช่น พอตกัญชา พอตเค ซึ่งหัวพอตเหล่านี้เพิ่มระดับความเสพติดและทำให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อร่างกายและสมองของวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น ในการเลิกพอตเหล่านี้จึงจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
ทำอย่างไรให้เลิกพอตได้อย่างเห็นผล
การเลิกพอตอาจเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่อย่างไรก็ตามเรามีแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าหรือเลิกพอตที่อาจช่วยให้ผู้ที่สูบสามารถลดปริมาณการสูบพอตลงไปได้
1.หาแรงจูงใจ
หากต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ให้ลองมองหาแรงจูงใจที่ทำให้อยากจะเลิกสูบพอต เช่น เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น หรือเพื่อคนที่รักจะได้ไม่ต้องคอยรับผลกระทบจากควันที่เกิดจากการสูบพอตของตน หรือเพื่อประหยัดมากขึ้น การมีแรงจูงใจเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยให้สามารถเลิกพอตหรือเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้
2. กำหนดวันที่จะเลิกสูบอย่างชัดเจน
การกำหนดวันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญ อาจเลือกวันที่สำคัญหรือวันที่มีความหมายกับตัวเอง เช่น วันเกิดของตัวเอง วันเกิดของคนที่รัก เพื่อเป็นของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก หรืออาจจะเป็นเทศกาลสำคัญ เช่น วันขึ้นปีใหม่ เพื่ออยากเห็นตัวเองเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม เป็นต้น
3. สามารถเลือกวิธีหยุดสูบทันที หรือค่อยๆลดปริมาณลงได้
การเลิกพอตหรือเลิกบุหรี่ไฟฟ้านั้นสามารถทำได้ทั้งการหยุดสูบแบบหักดิบหรือจะค่อยๆลดปริมาณการสูบลง ทั้งนี้ผู้สูบควรเลือกวิธีเลิกที่เหมาะกับตนเอง เพราะการเลิกพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าแบบหักดิบก็อาจทำให้บางคนมีอาการขาดนิโคตินตามมา อย่างเช่น หงุดหงิด นอนไม่หลับ วิตกกังวล อ่อนเพลีย ไม่มีสมาธิ ซึ่งอาการดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นได้เอง อาจหากิจกรรมทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในระหว่างนี้ หรือหากคิดว่าไม่สามารถเลิกแบบหักดิบได้ สามารถเริ่มต้นโดยการลดความถี่ในการสูบลงเรื่อยๆ
4. หาสาเหตุที่ทำให้สูบพอต
การขจัดปัญหาที่ต้นเหตุเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เลิกพอตได้ โดยต้องทำความเข้าใจกับต้นเหตุเหล่านั้น อย่างเช่นสาเหตุที่วัยรุ่นมักจะสูบพอตเพราะอยู่ในสังคมที่สูบ หากไม่สามารถปลีกตัวออกห่างจากสังคมนั้นได้จริงๆ การฝึกปฏิเสธที่จะสูบอาจเป็นหนึ่งทางที่ช่วยได้
5. พูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจ
การได้พูดคุยกับบุคคลที่ไว้วางใจเป็นวิธีที่จะช่วยให้กระบวนการในการเลิกพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น เพราะอาจได้กำลังใจ การเตือนสติ หรือได้รับความช่วยเหลือในเวลาที่ยากลำบาก
6. ปรึกษาสายด่วนเลิกบุหรี่
ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานที่ช่วยในเรื่องของการเลิกบุหรี่รวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า สามารถติดต่อสายด่วนเลิกบุหรี่ได้ที่ 1600
7. ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ที่ต้องการเลิกพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้านั้นสามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชายเฉพาะด้านได้ โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีเลิกพอตที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล รวมถึงการใช้สารนิโคตินทดแทน เช่น แผ่นแปะนิโคติน หรือหมากฝรั่งนิโคติน เป็นต้น
ในกรณีที่สูบพอตที่มีน้ำยาหัวพอตเป็นสารเสพติด ไม่ว่าจะเป็น พอตเค พอตกัญชา หากต้องการจะเลิกควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เนื่องจากการเสพติดพอตเหล่านี้ไม่ต่างจากการเสพติดยาเสพติด ในการเลิกพอตเหล่านี้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ โดยอาการที่เกิดจากการหักดิบจะรุนแรงกว่ากรณีที่สูบพอตธรรมดาซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้สูบพอตปรึกษาภูฟ้าเรสท์โฮมเพื่อประเมินอาการก่อนเข้ารับการรักษา ได้ที่ โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...