ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ออกฤทธิ์เร็ว และเเรงกว่ายานอนหลับตัวอื่นหลายเท่า!

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

ยาลิ้นฟ้า หรือ โรฮิปนอล (Rohypnol) คืออะไร?

โรฮิปนอล(Rohypnol) เป็นชื่อทางการค้าของตัวยาฟลูนิทราเซแพม(Flunitrazepam) ที่ผลิตโดยบริษัท Roche มีการวางจำหน่ายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ซึ่งเป็นยากดประสาทส่วนกลางที่อยู่ในกลุ่มยาเบนโซไดอะเซพีน(Benzodiazepines) กลุ่มเดียวกับยาแก้วิตกกังวลที่ชื่อคุ้นหู อย่างอัลปาโซแลมป์(Alprazola) หรือชื่อทางการค้าคือ ซาแนค(Xanax) เป็นต้น

โดยยาโรฮิปนอล(Rohypnol) เป็นยานอนหลับมีฤทธิ์ระงับประสาท บรรเทาอาการวิตกกังวล สงบประสาท ทำให้นอนหลับ ซึ่งการออกฤทธิ์ของยาโรฮิปนอลนั้นจะเร็ว แรง และยาวนานมากกว่าการนอนหลับ 1 คืน ในทางการแพทย์จะใช้เพื่อเป็นยานอนหลับ ยานำสลบและสงบประสาทก่อนกระบวนการผ่าตัด วิธีใช้นั้นมีทั้งการฉีดเข้ากล้ามเนื้อและการรับประทาน โดยเวลาในการออกฤทธิ์ของทั้งสองวิธีจะทำให้นอนหลับได้ภายใน 20-30 นาที และออกฤทธิ์ยาวนานถึง 8-12 ชั่วโมง


ทำไมถึงเรียกว่า "ยาลิ้นฟ้า"?

สีฟ้าที่เห็นนั้นไม่ได้เกิดจากการทำปฏิกิริยาของตัวยาอย่างที่เราคิด แต่เนื่องจากฤทธิ์ของโรฮิปนอลที่ทั้งเร็วและแรงกว่ายานอนหลับตัวอื่น ทั้งยังทำให้เสียความทรงจำได้ชั่วขณะ ผู้ผลิตโรฮิปนอลนั้นจึงตั้งใจใส่สีฟ้าลงไปในตัวเม็ดยาเพื่อป้องกันการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด เรียกว่าเพื่อใช้เป็น "สัญญาณเตือน" ว่าหากใครแอบนำยาไปละลายในเครื่องดื่ม เครื่องดื่มนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าให้เห็นได้ชัด สำหรับผู้ที่ใช้ในทางที่ผิดหรือเสพเพื่อหวังฤทธิ์มึนเมา มักจะอมยาโรฮิปนอลเอาไว้ สีจากเม็ดยาก็จะละลายติดที่ลิ้นทำให้ลิ้นเป็นสีฟ้า จึงกลายเป็นที่มาสำหรับคำเรียกติดปากในหมู่ผู้เสพว่า “ยาลิ้นฟ้า”

ยาลิ้นฟ้า อันตรายหรือไม่?

ภาพวาดผู้ชายทำหน้าเครียดยกมือสองข้างขึ้นกุมหัว

ยาโรฮิปนอลหรือยาลิ้นฟ้านั้นมีความ “อันตราย” และไม่ใช่แค่ระดับ "ที่ควรระวัง" แต่เป็นอันตรายที่อาจถึงชีวิตได้หากไม่ได้ใช้อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์

ผลข้างเคียงจากยา

ยาโรฮิปนอลจะเข้าไปชะลอการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากจะช่วยลดการวิตกกังวลและช่วยในการนอนหลับแล้ว แต่ยังมีผลข้างเคียงต่อความจำ ในขณะที่ยาโรฮิปนอลออกฤทธิ์จะทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อม คือจำเหตุการณ์ใดๆ ไม่ได้ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยา และยังอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น

  • การตอบสนองเร็วขึ้นหรือช้าลง
  • การตัดสินใจบกพร่อง
  • สับสน ก้าวร้าว และตื่นเต้นง่าย

และผลข้างเคียงทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • พูดไม่ชัด
  • การทำงานของกล้ามเนื้อเสียการควบคุม
  • อ่อนแรง
  • ปวดศีรษะ
  • เกิดภาวะกดการหายใจ

นอกจากนี้ยาโรฮิปนอลหรือยาลิ้นฟ้ายังก่อให้เกิด “อาการติดยา” ได้ หากใช้ต่อเนื่องนานเกินกว่าคำสั่งของแพทย์ หรือระยะเวลาเกิน 1 เดือน ร่างกายจะเกิดพึ่งพายาทั้งทางกายและจิตใจ เมื่อหยุดยาจะทำให้เกิดอาการถอนยา ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก สั่น เป็นต้น

อันตรายจากการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

สำหรับผู้ที่ใช้ยาโรฮิปนอลหรือยาลิ้นฟ้าเพื่อหวังในฤทธิ์ของความมึนเมา หรือเพื่อเสพ ถือเป็นการกระทำที่อันตรายมาก เนื่องจากเสี่ยงต่อการใช้ยาเกินขนาด ความรู้สึกมึนเมาที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นโดยที่ผู้เสพแทบไม่รู้ตัว และในขณะที่รู้สึกว่า "ยังไหว" นั้น ร่างกายอาจกำลังเข้าใกล้จุดอันตราย การใช้ในปริมาณสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับสารออกฤทธิ์ที่กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น แอลกอฮอล์ เฮโรอีน หรือยาอื่นๆเพื่อเป็นยาเสพติดสูตรผสม อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมอย่างรุนแรง หมดสติ อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง และไปกดการหายใจ ซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ยาโรฮิปนอลหรือยาลิ้นฟ้ายังก่อให้เกิด “อาการติดยา” ได้ หากใช้ต่อเนื่องนานเกินกว่าคำสั่งของแพทย์ หรือระยะเวลาเกิน 1 เดือน ร่างกายจะพึ่งพายาได้ทั้งทางกายและจิตใจ เมื่อหยุดยาจะทำให้เกิดอาการถอนยา ไม่ว่าจะเป็นอาการ คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก สั่น เป็นต้น

โรฮิปนอลหรือยาลิ้นฟ้ายังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรม เช่น การข่มขืน(date rape drug) ร่วมกับ GHB และ Ketamine ตามรายงานของ NIDA (National Institute on Drug Abuse) และ American Academy of Family Physicians (AAFP) ซึ่งระบุว่ายาทั้งสามชนิดนี้เป็นยาที่พบบ่อยที่สุดในคดีที่มีการใช้ยาเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ โดยมักถูกแอบผสมลงในเครื่องดื่มของเหยื่อในสถานที่เที่ยวกลางคืนหรืองานสังสรรค์ เมื่อยาออกฤทธิ์ ผู้ที่ดื่มจะไม่มีแรงต้าน สูญเสียการควบคุมร่างกาย พูดไม่ออก และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเมื่อตื่นขึ้นมา เหยื่อมักจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนั้นไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าใครทำ และไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองอยู่ที่ไหนตอนที่หมดสติ ทำให้การแจ้งความหรือให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องยากมาก

ยาลิ้นฟ้า หรือ โรฮิปนอล (Rohypnol) ผิดกฎหมายหรือไม่?

ภาพวาดยาหลายเม็ดกำลังพุ่งไปข้างหน้า

เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมและผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม การผลิต การจำหน่าย หรือการใช้ยาชนิดนี้จึงถูกกำหนดให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายในสหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในยุโรป เช่น สเปน ฝรั่งเศส นอร์เวย์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร

ในประเทศไทยยาโรฮิปนอลถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งหมายความว่ายานี้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่สามรถวางขายในร้านยาทั่วไป และแพทย์สั่งจ่ายได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่จำเป็นเท่านั้น โดยสถานพยาบาลที่จ่ายยานี้ต้องรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทุกครั้ง


บทลงโทษ

  • ผู้ที่ผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท
  • ในกรณีมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท

ยาเสพติดมักมาในรูปแบบภัยที่มองไม่เห็น บางครั้งมาในรูปของเม็ดยาที่ดูเหมือนยาทั่วไป บางครั้งมาในรูปของเครื่องดื่ม การรู้เท่าทันภัยยาเสพติด และหมั่นสังเกตบุตรหลานจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อไม่ให้คนที่คุณรักหลุดไปสู่วงจรที่ทำลายอนาคต และหากครอบครัวของคุณกำลังเผชิญปัญหายาเสพติดอยู่อย่ารอให้เวลาทำลายคนที่คุณรักไปเรื่อยๆ ปรึกษาเพื่อร่วมหาทางออกให้คนที่คุณรักกับภูฟ้าเรสท์โฮม โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษาที่ภูฟ้าเรสท์โฮม

บทความที่คุณอาจสนใจ

ภาพหน้าปก ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...

รูปปก 5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...