ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

หลายคนใช้ยาเสพติดเพื่อ “หนีความรู้สึก” มากกว่าเพื่อความสนุก จริงหรือไม่?

10 ธันวาคม 2568

หลายคนใช้ยาเสพติดไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่เพื่อหนีความเครียด ความเจ็บปวด หรือปัญหาอารมณ์ บทความนี้อธิบายกลไกสมอง ปัจจัยทางจิตใจ และความเสี่ยงต่อการเสพติด พร้อมแนวทางช่วยเหลืออย่างถูกต้อง

หลายคนใช้ยาเสพติดเพื่อ “หนีความรู้สึก” มากกว่าเพื่อความสนุก จริงหรือไม่?

หลายคนมักเข้าใจว่าสาเหตุที่ทำให้คนเสพยาเสพติดมาจาก “ความอยากสนุก” หรือ “อยากลอง” แต่ในความจริงแล้ว มีคนจำนวนมากที่หันไปพึ่งยาเสพติดไม่ใช่เพื่อความบันเทิงเลยแม้แต่น้อย หากแต่เพื่อ “หนีความรู้สึกบางอย่าง” ที่หนักหนาเกินจะรับมือด้วยตัวเอง ทั้งความเครียดสะสม ความเศร้าลึก ๆ ความโดดเดี่ยว ความกดดันจากครอบครัว หรือแม้แต่ความรู้สึกไร้ค่าในชีวิต“หนีความรู้สึกบางอย่าง” ที่หนักหนาเกินจะรับมือด้วยตัวเอง ทั้งความเครียดสะสม ความเศร้าลึก ๆ ความโดดเดี่ยว ความกดดันจากครอบครัว หรือแม้แต่ความรู้สึกไร้ค่าในชีวิต

เมื่อมนุษย์เจอกับความกดดันทางอารมณ์ สมองจะพยายามหาวิธีลดความเจ็บปวดอย่างรวดเร็วที่สุด ยาเสพติดจึงกลายเป็น “ทางลัดของสมอง” ที่มอบความสบายชั่วคราว แม้จะต้องแลกกับผลลัพธ์ที่รุนแรงในระยะยาวก็ตาม


ทำไมบางคนใช้ยาเสพติดเพื่อ “หนีความรู้สึก”?

สาเหตุที่ทำให้บางคนหันไปใช้ยาไม่ใช่ความต้องการสารเสพติดโดยตรง เมื่อชีวิตหนักเกินแบก ยาเสพติดกลายเป็น "ทางหนี" ที่ดูง่ายที่สุดสำหรับพวกเขา

หลายคนจึงเริ่มใช้ยาเสพติดไม่ใช่เพราะอยากสนุก แต่เพราะต้องการหนีจากภาวะอารมณ์ที่กดดันและม่สามารถจัดการได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ความวิตกกังวล
  • เผชิญกับความเครียดสูง
  • ภาวะซึมเศร้า
  • มีประสบการณ์บาดแผลทางใจ (trauma)

ในช่วงเวลาที่คนเรารู้สึก “ติดอยู่ในมุมมืดของตัวเอง” ยาเสพติดอาจถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ความเจ็บปวดเบาบางลงได้ทันที…แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม หลังจากนั้นเมื่อมีการใช้บ่อยขึ้น สมองจะเรียนรู้ว่า “เมื่อเครียด = ต้องเสพ” จนกลายเป็นเคยความชินโดยอัตโนมัติ ทำให้ยิ่งรู้สึกว่าถ้าไม่ใช้ยาเสพติดก็ไม่สามารถทนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ จึงเป็นการยิ่งตอกย้ำวงจรการหนีอารมณ์ด้วยการเสพยาเสพติด ท้ายที่สุดผลคือ จากเดิมใช้ยาเสพติดเพื่อ “หนีความรู้สึกที่ไม่อยากเผชิญ” กลายเป็นต้องใช้เพื่อหนีทั้งปัญหาเดิมบวกกับปัญหาที่เกิดจากติดยาเสพติดเอง ทำให้เสพติดง่ายและออกจากวงจรนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ“หนีความรู้สึกที่ไม่อยากเผชิญ” กลายเป็นต้องใช้เพื่อหนีทั้งปัญหาเดิมบวกกับปัญหาที่เกิดจากติดยาเสพติดเอง ทำให้เสพติดง่ายและออกจากวงจรนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ

ความเครียดทำให้อัตราการตัดสินใจเสพยาสูงขึ้นกว่าปกติหรือไม่?

รูปภาพประกอบ

การเกิดความเครียดลดทอนการคิดยับยั้ง (Inhibitory Control)

เมื่อร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะความเครียด สมองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในระบบการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของ สมองส่วนหน้า(Prefrontal Cortex) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเหตุผล การยับยั้งชั่งใจ และการประเมินความเสี่ยง เมื่อความเครียดสะสมหรือรุนแรง ระบบนี้จะทำงานได้แย่ลง ส่งผลให้ความสามารถในการ “หยุดคิดก่อนทำ” ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงอาจส่งผลทำให้ตอบสนองตามอารมณ์มากขึ้น ทำให้เลือกที่จะเสี่ยงมากขึ้น คิดสั้น เช่น ดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติด แทนที่จะประเมินผลเสียก่อน

ความเครียดเรื้อรังทำให้การควบคุมตนเองในสมองเปลี่ยนไป

ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ระบบฮอร์โมนความเครียดและวงจรการควบคุมตนเองในสมองเปลี่ยนไป ทำให้หลายคนมีแนวโน้มในการคิดไตร่ตรองน้อยลง หุนหันพลันแล่น และแสวงหาความสุขหรือความโล่งใจแบบฉับพลันเพื่อกลบความรู้สึกแย่ภายในของตน หลายคนจึงเริ่มใช้สารเสพติดไม่ใช่เพียงเพื่อความสนุก แต่เพื่อหลีกหนีความเครียดและความทุกข์ทางอารมณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นภาวะเสพติดในระยะยาว



จัดการความเครียดแทนการใช้ยาเสพติดได้อย่างไร?

รูปภาพประกอบ

การจัดการปัญหาทางด้านอารมณ์และความเครียดต่างๆ จุดประสงค์ไม่ใช่การห้ามให้ตนเองไม่รู้สึกแบบนั้นได้ แต่จุดประสงค์คือการช่วยให้ตนเองรับมือกับอารมณ์นั้นๆได้โดยไม่ต้องหันพึ่งยาเสพติด ซึ่งเป็นวิธีที่มีส่วนช่วยในการลดความเครียดและช่วยป้องกันการหันไปใช้ยาเสพติดเนื่องจากความเครียดได้

1. การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยในเรื่องสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีคลายเครียดที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายได้หลั่งสารเอนดอร์ฟิน(endorphins) ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น การเล่นโยคะ การเดินเร็วหรือวิ่งเบาๆ หรือการว่ายน้ำ เป็นต้น


2. การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิเป็นอีกวิธีที่ช่วยในเรื่องการลดความเครียดได้อย่างดี เนื่องจากช่วยให้เราได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่จมอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตหรือกังวลต่ออนาคต การใช้เวลาทำสมาธิเพียงวันละ 10 นาที ก็สามารถช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิ และพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์ได้

3. ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์

การทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานศิลปะ ดนตรี หรืองานฝีมือ ช่วยให้เราได้เปลี่ยนจุดโฟกัสจากสิ่งที่กังวล ให้มีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำตรงหน้าแทน

4. การพูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจ

การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนที่สามารถให้คำปรึกษาได้ เป็นส่วนช่วยที่อาจจะทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่ในตอนนั้นเราอาจจะนึกไม่ถึงได้


5. ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้สมดุล

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพออย่างสม่ำเสมอ การกินอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอต่อวัน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนอนหลับที่มีคุณภาพจะช่วยซ่อมแซม ผ่อนคลาย และฟื้นฟูร่างกาย อีกทั้งยังสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบจากความเครียดได้



หลายคนเสพยาไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่เพื่อ “ซ่อนความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเห็น” ความเครียด ความโดดเดี่ยว และความกดดันทำให้สมองต้องหาทางออกแบบเร่งด่วน และยาเสพติดถูกมองว่าเป็นทางลัดที่ให้ความสุขคืนมาได้แบบชั่วคราว

แต่ทางออกที่แท้จริงคือการรู้วิธีรับมือกับความรู้สึก และได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมจากคนรอบข้างและผู้ที่สามารถช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์นั้นได้ หากคุณเคยพลาดเลือกยาเสพติดเป็นทางออก ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะออกมาจากจุดนั้นเพื่อให้ตนเองได้พบเจอกับความสุขที่แท้จริง ปรึกษาภูฟ้าเรสท์โฮมเลยวันนี้ โทร 1522


การเตรียมตัวก่อนมารักษายาเสพติด

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...