ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

นักจิตวิทยา vs จิตแพทย์: กับทางเลือกของผู้ป่วยยาเสพติด

13 สิงหาคม 2568

ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วมด้วยควรเข้าพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์? มาทำความเข้าใจความแตกต่าง พร้อมคำแนะนำในการเริ่มรักษาอย่างถูกต้อง

รูปหน้าปกที่มีเครื่องฟังเสียงหัวใจและปากกาวางอยู่ที่กระดาษ

ผู้ป่วยที่มีปัญหาติดสารเสพติดส่วนใหญ่มักเผชิญอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งอาการหลอน การเลือกผู้ชำนาญการในด้านที่เหมาะสมนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญในกระบวนการเลิกยาเสพติด ดังนั้นการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการรักษาของนักจิตวิทยากับจิตแพทย์นี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมที่สุด


นักจิตวิทยาและจิตแพทย์แตกต่างกันอย่างไร?

สำหรับนักจิตวิทยาและจิตแพทย์นั้นอาจจะฟังดูเหมือนว่าจะมีกระบวนการทำงานที่คล้ายคลึงกัน แต่หากเปรียบเทียบจริงๆแล้วมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดพอสมควรในหลายๆด้าน

ด้านวิชาชีพ

จิตแพทย์

คำว่า “จิตแพทย์” นั้น ผู้ที่สามารถอยู่ในตำแหน่งนี้ได้แน่นอนว่าจำเป็นจะต้องศึกษาจบจากคณะ “แพทยศาสตร์” โดยเรียนแพทย์ทั่วไป 6 ปี แล้วจึงศึกษาต่อเฉพาะด้าน “จิตเวชศาสตร์” เพราะฉะนั้นแล้ว จิตแพทย์เป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคทางจิตเวช

นักจิตวิทยา

นักจิตวิทยานั้นจะจบการศึกษาจากคณะหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาโดยตรง และต้องผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นนักจิตวิทยาโดยได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนักจิตวิทยา (ตามมาตรฐานของกรมสุขภาพจิต) และนักจิตวิทยายังมีสาขาอาชีพแยกย่อยออกไปอีกหลายสาขา


ด้านการรักษา

จิตแพทย์

ลักษณะงานของจิตแพทย์นั้นมุ่งเน้นไปในทางตรวจวินิจฉัยโรคทางจิตเวชหรือการทำงานผิดปกติของสมอง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคจิตเภท เป็นต้น ซึ่งการรักษาของจิตแพทย์จะเน้นการใช้ยาและเครื่องมือรักษาทางการแพทย์เพื่อปรับกลไกการทำงานของสมองเป็นหลักเพื่อปรับสารเคมีในสมองของผู้ป่วยกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้ง

นักจิตวิทยา

เน้นในการใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาในเชิงจิตวิทยา การประเมินทางจิตวิทยา การให้คำแนะนำ และการทำจิตบำบัด ในส่วนของนักจิตวิทยาจะไม่สามารถสั่งจ่ายยารักษาโรคได้ แต่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์พฤติกรรม บุคลิกภาพ และกระบวนการทางจิตใจ ซึ่งจิตแพทย์อาจแนะนำผู้ป่วยให้เข้าพบนักจิตวิทยา ควบคู่กับการรักษาด้วยยาที่จ่ายโดยจิตแพทย์

การทำงานร่วมกันของจิตแพทย์และนักจิตวิทยา

ภาพแพทย์และพยาบาลเวอร์ชันการ์ตูน

ถึงแม้ว่าทั้งสองวิชาชีพจะบทบาทการทำงานที่แตกต่างกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการช่วยเหลือและฟื้นฟูให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตหรือประสบภาวะเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพจิตอยู่ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง จิตแพทย์และนักจิตวิทยาจึงมักจะทำงานร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ในโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ทีมสหวิชาชีพรวมถึงนักจิตวิทยา จิตแพทย์ และแพทย์อื่นๆ ทำงานร่วมกันเพื่อประเมินและจัดการความต้องการทางการแพทย์ที่เหมาะสมที่สุดของผู้ป่วย ยกตัวอย่างเช่น

ในการรักษาผู้ติดยาเสพติดที่ต้องใช้การดูแลแบบสหวิชาชีพ ในด้านการประเมินอาการมีนักจิตวิทยาทำหน้าที่ในการประเมินเกี่ยวกับพฤติกรรมและสภาพจิตใจของผู้ มีจิตแพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษา ในส่วนของการจ่ายยา จิตแพทย์จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการวินิจฉัยโรคและสั่งยารักษา เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนสารเคมีในสมองให้เกิดความสมดุลและทำงานได้ตามปกติ รวมถึงการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดแบบ CBT (Cognitive Behavior Therapy) ซึ่งเป็นการผสมผสานการบำบัด 2 รูปแบบ ได้แก่ 'การบำบัดทางความคิด' และ 'การบำบัดพฤติกรรม' ซึ่งสามารถรักษาได้กับทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์สุขภาพจิต และนักบำบัด แต่ในกรณีที่ต้องใช้ยาในการช่วยรักษาด้วย เช่น ภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์ หรือวิตกกังวล จำเป็นจะต้องปรึกษาจิตแพทย์ด้วยเสมอ การทำงานร่วมกันแบบทีมสหวิชาชีพจึงมักจะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล คลินิก หรือศูนย์บำบัดยาเสพติด



นักจิตวิทยามีกี่ประเภท?

ในประเทศไทยนั้นมีนักจิตวิทยาอยู่หลากหลายสาขา ซึ่งหลักๆแล้วสาขาที่เป็นที่นิยมในการศึกษาและนิยมเปิดสอนในระดับอุดมศึกษา มักมีดังนี้


จิตวิทยาทั่วไป(General Psychology)

เป็นสาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม ความรู้สึกของบุคคลในภาพรวม เพื่อหาทาง
ออกและแก้ไข โดยจะมีการศึกษาที่หลากหลาย เช่น ศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาทดลอง จิตวิทยาสังคม แต่จะเป็นการศึกษาแบบโดยรวมกว้างๆ ไม่เจาะจง

จิตวิทยาคลินิก(Clinical Psychology)

สาขาจิตวิทยาคลินิกจะเน้นไปที่การประเมินปัญหาทางจิตใจโดยทั่วไปผ่านพฤติกรรม วางแผนการรักษาและป้องกันเพื่อไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้น โดยดูแลในเรื่องของสภาพจิตใจ ความรู้สึก พฤติกรรม ไปจนถึงปัญหาจากสถานการณ์ต่างๆ เช่น

  • เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์
  • ความเครียดสะสม
  • การติดสารเสพติด
  • ความเครียดจากเหตุการณ์เลวร้าย (PTSD)

จิตวิทยาการปรึกษา(Counseling Psychology)

ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิตสำหรับให้บุคคลเข้าใจตนเอง จัดการอารมณ์และแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • ปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ดีขึ้น เช่น การหย่าร้าง หรือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
  • บรรเทาความทุกข์ใจหรือความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกายหรือจิต
  • รับมือกับภาวะวิกฤตได้อย่างเหมาะสม
  • ส่งเสริมสุขภาวะทางใจในภาพรวม

จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์กร (Industrial-Organizational Psychology)

ประเมินสถานการณ์การทำงานและพัฒนาแผนสำหรับการสร้างสมดุลชีวิต-การงานของบุคลากรในองค์กร ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาในที่ทำงาน การสร้างทีม และการพัฒนาภาวะผู้นำ

จิตวิทยาพัฒนาการ (Developmental Psychology)

สาขานี้จะศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการทางด้านจิตใจของมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย นักจิตวิทยาสาขานี้จะว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นส่งผลอะไรบ้างต่อชีวิต และวิธีช่วยแก้ไขปัญหาหรือส่งเสริมให้พัฒนาการนั้นดีขึ้นกว่าเดิม

จิตวิทยาชุมชน (Community Psychology)

ทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตในระดับชุมชน รวมถึงการพัฒนาส่งเสริมในส่วนของทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ปัจจัยต่างๆที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือคุณภาพบุคคลภายในชุมชน

จิตวิทยาสังคม (Social Psychology)

นักจิตวิทยาสังคมนั้นจะศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยทางสังคม เช่น บรรทัดฐาน กลุ่ม และบริบททางวัฒนธรรม ส่งผลต่อพฤติกรรม ความคิด และการตัดสินใจของบุคคลอย่างไร งานของนักจิตวิทยาสังคมมักเกี่ยวข้องกับการวิจัยเชิงพฤติกรรม การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การโน้มน้าวใจ และการลดอคติในสังคม เป็นต้น

จิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว (Child, Adolescent, and Family Psychology)

สาขานี้จะเป็นการประเมินปัญหาแก่เด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิต เพื่อประเมินปัญหาและช่วยเหลือฟื้นฟู รวมถึงพัฒนาและส่งเสริมในส่วนของเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว โดยเฉพาะ



ควรเริ่มปรึกษาด้านใดก่อนเมื่อเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิต?

เงาผู้หญิงและผู้ชายนั่งปรึกษากัน พื้นหลังสีฟ้า

กรณีที่ไม่มีการใช้สารเสพติด เมื่อรู้สึกว่าตนเองอาจจะเริ่มมีปัญหาทางด้านสภาวะทางจิตใจ หรือกำลังเผชิญกับปัญหาในชีวิตประจำวันแต่ไม่สามารถคิดหาทางออกได้เองในขณะนั้น รู้สึกมีความเครียด วิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็น

  • ความเครียดที่เกิดจากการเรียนหรือการทำงาน
  • ภาวะหมดไฟในการทำงาน (ฺBurn out)
  • ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
  • ต้องการคำปรึกษาและประเมินสภาพจิตใจเบื้องต้น


สามารถเริ่มต้นด้วยการพบ “นักจิตวิทยา” ก่อนได้สำหรับผู้ที่ยังไม่มีภาวะรุนแรง การได้รับคำแนะนำหรือจิตบำบัดจากนักจิตวิทยาอาจช่วยแก้ไขปัญหาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ลดความเสี่ยงที่ปัญหาจะทวีความรุนแรงมากขึ้นได้

โดยในปัจจุบันช่องทางในการปรึกษาเรื่องสุขภาพจิตสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการโทรขอคำปรึกษา รับคำปรึกษา โดยช่องทางที่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างจะเป็นในส่วนของสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ทั้งยังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หรือเข้าปรึกษานักจิตวิทยาและประเมินอาการเบื้องต้นแบบออนไลน์จากคลินิกสุขภาพจิตที่มีบริการทางออนไลน์

ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ยกตัวอย่างเช่น

  • วิตกกังวลมาก
  • มีอาการโศกเศร้าเสียใจที่รุนแรง
  • เกิดอาการหลอน
  • มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง
  • มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

อาการเหล่านี้ถึงแม้จะอาจจะเกิดเพียงชั่ววูบ แต่เป็นอาการที่ควรจะได้รับการวินิจฉัยโดย “จิตแพทย์” เพื่อประเมินความจำเป็นในการใช้ยารักษาและให้รับการรักษาที่ครอบคลุมมากขึ้น



กรณีผู้ป่วยยาเสพติดควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา?

ในกรณีผู้ป่วยยาเสพติดมักเผชิญทั้งปัญหาทางกายและอาการทางจิต ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรืออาการหลอนการใช้สารเสพติดในระยะยาว สุขภาพร่างกายที่อ่อนแอลง ในกรณีเหล่านี้ ผู้ป่วยจึงไม่ควรพึ่งพาเพียงวิธีการใดวิธีการหนึ่งเพียงด้านเดียว แต่ควรได้รับการประเมินและรักษาจากผู้ชำนาญการที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ในกรณีที่ใช้ยาเสพติดในระยะเวลานานหรือในปริมาณสูง ผู้ป่วยจึงควรได้รับการประเมินโดยทีมสหวิชาชีพ (multidisciplinary) ซึ่งอาจประกอบด้วยทั้งแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด พยาบาลวิชาชีพ ในการประเมินสุขภาพทั้งด้านร่างกายและสุขภาพจิตโดยรวมและวางแผนการรักษาที่ครอบคลุม เพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ซึ่งสถานบำบัดยาเสพติดภูฟ้าเรสท์โฮมให้บริการดูแลสำหรับผู้ป่วยยาเสพติดโดยเฉพาะ โดยทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แพทย์เวชศาสตร์ทั่วไป นักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการ หรือผู้ชำนาญการในด้านนั้นๆที่เกี่ยวข้อง จะทำหน้าที่ร่วมกันในฐานะทีมสหวิชาชีพ เพื่อดูแลฟื้นฟูทั้งสุขภาพกาย รักษอาการทางจิตใจ พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมทางสังคมของผู้ป่วยยาเสพติด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง อีกทั้งสภาพแวดล้อมในสถานบำบัดที่เหมาะสมจะช่วยลดสิ่งกระตุ้นจากภายนอก และส่งเสริมการประสบความสำเร็จในกระบวนการฟื้นฟูอีกด้วย ปรึกษาเลิกยาเสพติด โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษายาเสพติด

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...