"พอต" "พอตเค" และ "บุหรี่ไฟฟ้า" ต่างกันยังไง?
21 มกราคม 2569
พอต พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้าต่างกันอย่างไร? แต่ละชนิดอันตรายมากแค่ไหน เสี่ยงต่อการเสพติดเหมือนกันหรือไม่?
ในยุคที่การสูบเปลี่ยนไปจากบุหรี่มวนสู่บุหรี่ไฟฟ้าและพอต ทั้งยังมีชนิดของอุปกรณ์ที่ใช้สูบที่อาจจะดูเหมือนกันแต่ฤทธิ์อาจจะต่างกันไปโดยสิ้นเชิง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุหรี่แล้ว ไม่ว่าจะฤทธิ์รุนแรงหรือไม่ แต่ก็ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ มาเรียนรู้กันว่า แต่ละชนิดมีอันตรายมากน้อยเพียงใด
"พอต" "พอตเค" และ "บุหรี่ไฟฟ้า" ต่างกันยังไง?
ความแตกต่างของ พอต พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า มีทั้งจากลักษณะภายนอก และแตกต่างด้วยการออกฤทธิ์
บุหรี่ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์สูบชนิดหนึ่ง ซึ่งมีกลไกการทำงานของไฟฟ้าภายในทำให้เกิดความร้อนกับน้ำยาทำให้เกิดไอและความร้อน ซึ่งตัวน้ำยาประกอบด้วย นิโคติน สารเคมีอื่นๆ รวมถึงสารปรุงแต่งรส
พอต(POD) นั่นก็คือบุหรี่ไฟฟ้าชนิดหนึ่งซึ่งเป็นขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อให้พกพาง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน มีลักษณะคล้ายกับไดรฟ์ USB หรือปากกา
พอตเค คือ “ยาเสพติด” ที่แฝงมาในรูปแบบพอต ไม่ใช่เพียงแค่พอตที่สูบเพื่อได้ฤทธิ์เหมือนบุหรี่ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ แต่ในหัวน้ำยาของพอตเคนั้นผสมสารเสพติดอยู่ ซึ่งก็ไม่ได้มีเเค่ยาเคหรือเคตามีนชนิดเดียวเหมือนกับชื่อ แต่ยังอาจมีสารเสพติดชนิดอื่นๆอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน หรือแม้กระทั่งยาบ้า
จะเห็นว่าพอตเคนั้นไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นแค่บุหรี่ไฟฟ้า แต่คือ “ยาเสพติด” ที่อันตราย แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้พอตและบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้จัดว่าเป็นยาเสพติดอันตราย แต่ก็สามารถทำให้เกิดการเสพติดได้เนื่องจากมีสารนิโคตินที่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เมื่อได้รับในปริมาณสูงก็สามารถทำให้เกิดการเสพติดและส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือหัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น
อันไหนเสี่ยงต่อการเสพติดมากที่สุด?
ทั้งสามชนิดนี้ “เสี่ยงต่อการเสพติดมาก” ทั้งหมด พอตและบุหรี่ไฟฟ้าถึงแม้อาจไม่ได้ดูอันตรายเท่ายาเสพติดแต่ก็มีนิโคตินซึ่งเป็นสารที่มีศักยภาพในการเสพติดสูง ทำให้ติดได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
แต่หากพูดถึงชนิดที่รุนแรงที่สุด ก็คือ “พอตเค” อย่างที่กล่าวไปว่า พอตเค เป็นถือว่าเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งที่แค่อาศัยรูปแบบของพอตเพื่อให้ยากต่อการสังเกตมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันวัยรุ่นใช้พอตกันอย่างแพร่หลาย เหตุผลที่พอตเคมีความรุนแรงที่สุด เนื่องจากพอตเคนั้นเป็นยาเสพติดที่อยู่ในรูปแบบน้ำยาหัวพอต สำหรับผู้ที่สูบพอตเคนั้น ฤทธิ์ที่ได้รับจากการสูบไม่ต่างจากการเสพยาเสพติด ผู้ที่มีอาการเสพติดพอตเคไม่ใช่ผู้ที่ติดบุหรี่ไฟฟ้า แต่เป็น “ผู้ติดยาเสพติด” หรือ “ผู้ป่วยยาเสพติด”
พฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร?
เนื่องจากการออกฤทธิ์ของบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดมีข้อแตกต่างกันเป็นอย่างมาก วิธีสังเกตว่าคนรอบข้างใช้พอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าธรรมดา หรือพอตเค มีความแตกต่างทางพฤติกรรมที่สังเกตได้ ดังนี้
พฤติกรรมของผู้ใช้พอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าปกติ
ผู้ที่ใช้พอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปเมื่อติดแล้วจะค่อนข้างมีพฤติกรรมคล้ายกับผู้สูบบุหรี่ธรรมดา โดยพฤติกรรมโดยทั่วไปคือ
- สูบเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเครียดหรือต้องการผ่อนคลาย
- มักพกพอตติดตัวไปทุกที่
- ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
- มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่หากเสพติดนิโคตินอาจทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย
- อาจมีอาการผิดปกติที่แสดงออกทางด้านร่างกาย เช่น ไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน
พฤติกรรมของผู้ใช้พอตเค
ในส่วนของผู้ที่สูบพอตเคจะมีพฤติกรรมเหมือนผู้เสพยาเสพติดทุกประการ ซึ่งมักจะมีอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้ม
- เกิดภาพหลอน เหมือนอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
- ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
- พูดจาไม่รู้เรื่อง สับสน
- อาจมีพฤติกรรมแปลกไป หรือก้าวร้าว
- การรับรู้ผิดปกติ
เมื่อพอตเคหมดฤทธิ์ผู้เสพจะมีอาการ
- รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย
- ซึมเศร้า วิตกกังวล
- หวาดระแวง
- อยากเสพซ้ำอย่างรุนแรง
เมื่อเสพติดจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดหรือไม่?
ผู้ที่ติดพอตและบุหรี่ไฟฟ้า สามารถเลิกเองได้แต่ต้องอาศัยวินัยและความมุ่งมั่น และหลายคนอาจต้องใช้ความพยายามถึงหลายครั้ง โดยหากต้องการเลิกพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้าอาจใช้แนวทางในการเลิกพอตหรือบุหรี่ไฟฟ้า ดังนี้
เตรียมรับมือกับความอยากสูบ
เมื่อมีความต้องการสูบแทนที่จะหยิบบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาสูบ ให้ลองเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมมิ้นต์ เตรียมหมากฝรั่งหรือลูกอมพร้อมขวดน้ำไว้ใกล้ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่อยากจะสูบ
ทำกิจกรรม
หากิจกรรมที่ชอบและเพิ่มกิจกรรมเข้าไปในชีวิตประจำวันเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น การออกกำลังกาย
เรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียด
ในกรณีของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือพอตเพื่อคลายเครียด ให้ลองใช้วิธีอื่นๆ เช่น การทำสมาธิ โยคะ การเขียน การวาดภาพ การวิ่ง หรือการเดินช้า เป็นต้น
แต่ในกรณีที่ติดพอตเคนั้น “จำเป็น” ต้องได้รับการบำบัดเนื่องจากเป็นยาเสพติด การพยายามเลิกด้วยตนเองนั้นอาจมีความเสี่ยงอันตรายต่อทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นอาการถอนยาจากการหยุดยา ความเสียหายของสมองและสุขภาพจากการเสพยาเสพติด ปัญหาสุขภาพจิตที่อาจมีร่วมด้วย การเลิกพอตเคด้วยตนเองนอกจากจะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพแล้วยังเสี่ยงต่อการกลับเสพซ้ำเนื่องจากผู้เสพไม่ได้เรียนรู้กระบวนการจัดการกับปัญหาหรือปรับทัศนคติ การบำบัดโดยสถานบำบัดหรือผู้ชำนาญการเป็นการรักษาทั้งปัญหายาเสพติดและปัญหาสุขภาพจิตไปพร้อมกัน ทำให้ผู้ป่วยกลับไปมีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ
หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังมีปัญหายาเสพติด อย่าปล่อยให้ลุกลามจนกลายเป็นปัญหาใหญ่จนยากที่จะแก้ไข เพราะยิ่งรอนาน ความเสียหายก็ยิ่งมากขึ้น และโอกาสในการฟื้นตัวก็ยิ่งลดน้อยลง หากไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร เพียงปรึกษาผู้ชำนาญการของเรา โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...