ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

เคยติดยาเสพติด ชีวิตยังมีหวังไหม?

19 พฤศจิกายน 2568

เข้าบำบัดยาเสพติดแล้วมีประวัติติดตัวไหม? ในอนาคตจะทำงานได้ปกติหรือไม่? ตอบคำถามในสิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเข้ากระบวนการบำบัด!

เคยติดยาเสพติด ชีวิตยังมีหวังไหม?

หลายคนที่กำลังคิดไม่ตกกับปัญหายาเสพติดอาจเคยคิดอยากเลิก แต่กลับหันหลังให้กระบวนการบำบัดที่ถูกต้องไปเพราะกลัวว่า "ถ้าเข้าสู่กระบวนการบำบัด จะมีประวัติติดตัวไปตลอดชีวิตไหม?" ความกังวลเหล่านี้ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวกับอนาคต ในความจริงแล้วสิ่งที่หลายคนเข้าใจอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงเท่าไหร่นัก วันนี้เราจะมาตอบทุกคำถามที่คุณอาจกังวล เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้องและมั่นใจในการตัดสินใจเดินหน้าเลิกยา เพราะการเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด


เลิกยาแล้วจะมี “ประวัติเสียติดตัว” หรือไม่?

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่เรามักจะพบอยู่บ่อยครั้ง ที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดหลายคนลังเลที่จะเข้าสู่กระบวนการบำบัด เนื่องจากกลัวว่าจะมีประวัติเสียติดตัวและส่งผลกระทบต่ออนาคต แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดโดยสมัครใจนั้น “ไม่ทำให้มีประวัติเสียติดตัว” และ “ไม่มีบทลงโทษ”“ไม่ทำให้มีประวัติเสียติดตัว” และ “ไม่มีบทลงโทษ”

เราจะพามาทำความเข้าใจให้ชัดเจนกันก่อนว่า "ประวัติอาชญากรรม" กับ "ประวัติการรักษา" นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ประวัติอาชญากรรมเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการจับกุม ดำเนินคดี และมีคำพิพากษาจากศาล ส่วนประวัติการรักษาเป็นเพียงข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกปกป้องด้วยกฎหมายความเป็นส่วนตัว เหมือนกับเวลาเราไปพบหมอเรื่องโรคอื่นๆ ทั่วไป


การบำบัดโดยสมัครใจ VS การบังคับบำบัดตามคำสั่งศาล

การบำบัดโดยสมัครใจ หมายถึง ผู้ป่วยตัดสินใจเข้ารับการบำบัดด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะผ่าน ศูนย์บำบัดยาเสพติดของรัฐ ศูนย์บำบัดเอกชน แผนกจิตเวชของโรงพยาบาลทั่วไป คลินิกบำบัดยาเสพติดในชุมชน กรณีนี้ ข้อมูลของผู้ป่วยจะถูกเก็บเป็นความลับทางการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจรรยาบรรณแพทย์ ไม่มีใครสามารถเปิดเผยหรือนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัว แม้แต่ตำรวจหรือหน่วยงานราชการก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้

การบังคับบำบัดตามข้อกฎหมาย(ระบบบังคับ) เกิดขึ้นเมื่อผู้เสพถูกจับกุมและศาลสั่งให้เข้ารับการบำบัดแทนการจำคุก มีคดีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและศาลสั่งให้บำบัดเป็นส่วนหนึ่งของโทษ กรณีนี้จึงจะมีการบันทึกในระบบศาล


เลิกยาแล้วจะสามารถสมัครงานตามปกติได้ไหม?

รูปภาพประกอบ

หากผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดโดยสมัครใจผ่านการรับรองจากแพทย์จนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ร่างกาย จิตใจ และสมองสามารถฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีประวัติการถูกดำเนินคดี สามารถที่จะ “สมัครงานได้” เหมือนคนปกติทั่วไป โดยการเคยเข้ารับการบำบัดยาเสพติดแบบสมัครใจนั้นไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีประวัติเสียติดตัวแต่อย่างใด อย่างที่กล่าวคือประวัติการรักษามิใช่ประวัติอาชญากรรม ไม่ถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรหรือถูกเชื่อมโยงไปในระบบทะเบียนราษฎร


แต่ในกรณีที่ผู้เสพเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในฐานะผู้เสพ ต้องมิใช่ผู้จำหน่าย เคยมีประวัติอาชญากรรม กรณีนี้อาจจะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละองค์กร เช่น การสมัครงานราชการอาจมีระยะเวลาที่กำหนดว่าต้องพ้นโทษกี่ปีตามที่องค์กรกำหนด



ต้องใช้เวลานานไหมกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้?

ระยะเวลาในการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลสามารถเป็นไปได้ตั้งเเต่ 2-20 สัปดาห์ เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างเช่น

  • ชนิดและปริมาณของยาที่เสพ
  • ระยะเวลาที่เสพ
  • สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เสพ หากมีโรคแทรกซ้อนการรักษาอาจซับซ้อนขึ้นและใช้เวลานานกว่า
  • การสนับสนุนจากคนรอบข้าง คนที่มีครอบครัวคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือมักจะฟื้นตัวเร็วกว่าและมีโอกาสกลับไปเสพซ้ำน้อยกว่า
  • แรงจูงใจและความมุ่งมั่น ผู้ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการเลิกยาเพื่ออะไร เช่น เพื่อครอบครัว เพื่ออนาคต เพื่อสุขภาพ จะมีแรงผลักดันในการทำตามแผนการรักษาอย่างจริงจัง

"ชีวิตปกติ" หลังจากการเลิกยาเสพติดสำเร็จอาจไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิมทุกประการ การใช้ชีวิตหลังเลิกยาเสพติดผู้ป่วยอาจต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือคนบางกลุ่มที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความอยากเสพซ้ำ สร้างกิจวัตรและวิธีใช้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่ที่สำคัญคือผู้ป่วยจะสามารถทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำได้ เช่น ทำงาน สร้างครอบครัว ใช้เวลากับคนที่รัก ออกไปพบปะผู้คน มีงานอดิเรก และมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาอีกต่อไป

สถานบำบัดยาเสพติดจำเป็นอย่างไร?

รูปภาพประกอบ

หลายคนอาจคิดว่า "ถ้ามีใจมุ่งมั่นพอ ก็เลิกยาด้วยตัวเองได้" นั่นเป็นความคิดที่น่านับถือใจและมีความกล้าหาญอย่างมาก แต่การติดยาไม่ใช่แค่ปัญหาทางร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายมิติทั้งจิตใจ ร่างกาย และสมอง สถานบำบัดจึงมีความจำเป็นและมีบทบาทสำคัญหลายอย่าง เนื่องจากมีโปรแกรมฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ช่วยดูแลตั้งแต่ต้นตอของการเกิดปัญหาการเสพติดและบำบัดรักษาได้ครอบคลุมหลายด้านมากกว่า

1. มีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยหยุดใช้ยาได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเลิกด้วยตนเอง

การหยุดยาเสพติดทันทีโดยไม่มีการดูแลทางการแพทย์ อาจทำให้เกิดอาการถอนยา (Withdrawal symptoms) เช่น เหงื่อออก ตัวสั่น หงุดหงิด ประสาทหลอน หรือในบางกรณีถึงขั้นช็อกได้

ในสถานบำบัดจะมีทีมแพทย์ พยาบาล และนักจิตวิทยาดูแลใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ป่วยผ่านช่วงถอนยาได้อย่างปลอดภัยกว่าการเลิกด้วยตนเอง

2. ฟื้นฟูสภาพจิตใจและพฤติกรรม

การบำบัดไม่ได้จบแค่หยุดใช้ยา แต่จำเป็นต้อง “ปรับความคิดและพฤติกรรม” เพื่อลดโอกาสกลับไปใช้ซ้ำสถานบำบัดมีโปรแกรมบำบัดพฤติกรรม เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT), Group Therapy, การฝึกควบคุมอารมณ์ และการฝึกอาชีพ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง

3. ฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม

ผู้ที่ผ่านการใช้ยาเสพติดมักมีความสัมพันธ์กับครอบครัวหรือสังคมที่เปราะบาง สถานบำบัดจะมีโปรแกรมช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ เช่น “ครอบครัวบำบัด” (Family Therapy) เพื่อให้คนในครอบครัวเข้าใจและร่วมมือกันในการดูแลหลังบำบัด

4. โอกาสเริ่มต้นใหม่โดยไม่เสียประวัติ

การเข้ารับการบำบัดแบบ “สมัครใจ” จะไม่ถูกบันทึกเป็นประวัติอาชญากรรม ทำให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติได้ง่ายกว่าผู้ที่บำบัดโดยระบบบังคับ


การตัดสินใจเลิกยาเสพติดอาจเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่อาจจะยากที่สุดในช่วงชีวิตหนึ่ง แต่มันก็คือการตัดสินใจที่กล้าหาญและคุ้มค่าที่สุดเช่นกันที่จะทำให้กับตัวเอง คนที่คุณรัก และอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า หากคุณกำลังอ่านมาจนถึงตรงนี้เเล้ว แสดงว่าส่วนหนึ่งในใจคุณอยากที่จะเปลี่ยนแปลง นั่นคือสัญญาณ และจุดเริ่มต้นที่ดี คุณไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งพอที่จะผ่านมันไปคนเดียว เพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อปรึกษาผู้ชำนาญการของภูฟ้าเรสท์โฮมที่พร้อมจะเดินเคียงข้างไปพร้อมกับคุณ โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษา

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...