"รางจืด" สุดยอดสมุนไพรล้างพิษ ล้างสารเสพติดได้จริงหรือ - ภูฟ้าเรสท์โฮม
15 ธันวาคม 2566
รางจืด สมุนไพรที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ราชาแห่งการถอนพิษ สามารถล้างสารเสพติด และช่วยให้เลิกยาเสพติดได้แบบไม่ทรมาณ ไม่ลงแดง ได้จริงหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ
“รางจืด” คืออะไร?
รางจืด (Thunbergia laurifolia) เป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่มีประวัติในการล้างพิษในร่างกาย จัดอยู่ในประเภทไม้เลื้อย เถามีลักษณะเป็นข้อปล้องกลมสีเขียวหรือสีเขียวเข้ม ใบของรางจืดเป็นใบเดี่ยวมีสีเขียวเข้ม ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าหรือหยักรูปหัวใจ ขอบใบมีความเรียบหรือหยักตื้น มีดอกสีม่วงแกมน้ำเงิน กลีบดอกแผ่ออกลักษณะคล้ายรูปแตร
รางจืดนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรในการถอนพิษ มีสรรพคุณทางยาเด่นในด้านการถอนพิษต่างๆ ทั้งยังมีสรรพคุณในด้านอื่นๆอีกมาก ซึ่งเราจะพูดถึงในหัวข้อต่อไป
สรรพคุณของรางจืด
จากการที่รางจืดได้รับคำกล่าวขานว่าเป็น ราชาแห่งการถอนพิษ หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าสรรพคุณทางยาในการถอนพิษของรางจืดนั้นมีมากขนาดไหน คำตอบคือ รางจืดสามารถถอนพิษได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น จากพิษจากสัตว์ พิษจากพืช หรือแม้กระทั่งพิษจากสารเคมี เช่น
- ถอนพิษ ทำลายพิษจากยาฆ่าแมลง
- แก้พิษจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น แมงดาทะเล ปลาปักเป้า แมงป่อง
- ถอนพิษจากยาเบื่อชนิดต่างๆ สามารถใช้กับสุนัขหรือแมวที่โดนยาเบื่อได้
- ต้านพิษจากสารตะกั่วต่อสมอง
- ช่วยบรรเทาอาการจากการถอนพิษยาเสพติด
- แก้พิษสุราเรื้อรัง
นอกจากสารพัดสรรพคุณในการล้างพิษแล้ว รางจืดก็ยังมีสรรพคุณในด้านอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็น
- แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
- ลดไข้
- ลดผดผื่นคันจากการอาการแพ้
- แก้อาการวิงเวียน ปวดศีรษะ อาเจียน
- แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- ลดอาการอักเสบ
- แก้อาการเมาค้าง
รางจืดมีวิธีใช้อย่างไร?
ส่วนใหญ่วิธีที่นิยมใช้คือ การนำรางจืดมาทำเป็นชา โดยนำใบรางจืดสดมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นให้เป็นฝอย หลังจากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง โดยป้องกันไม่ให้โดนฝุ่น หรือนำไปอบที่อุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส จากนั้นใส่ภาชนะที่แห้ง สามารถเก็บเอาไว้ได้ที่อุณหภูมิห้อง เมื่อต้องการดื่มตักเพียง 1-2 ช้อนชงกับน้ำร้อน แต่ในปัจจุบันตามท้องตลาดมีการทำชารางจืดออกมาขายในรูปแบบชาชงสำเร็จรูป รวมถึงมีการทำในรูปแบบแคปซูลออกมาเพื่อความสะดวกในการรับประทานและเหมาะกับยุคสมัย
ทั้งนี้ ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีดื่มเพิ่มเติมว่า ไม่แนะนำในกรณีที่นำใบรางจืดมาต้มและดื่มน้ำต้มใบรางจืดโดยตรง เนื่องจากอาจได้ความเข้มข้นของฤทธิ์ในทางยาจากใบรางจืดที่ไม่แน่นอน จึงควรรับประทานภายใต้คำแนะนำหรือในรูปแบบที่มีการแนะนำระบุไว้อย่างชัดเจน เช่น รับประทาน 2 แคปซูลต่อครั้ง วันละ 3 มื้อ หรือรูปแบบชาชง ซองละ 2-3 กรัม มื้อละ 1 ซอง วันละ 3 เวลา เป็นต้น
รางจืดช่วยล้างสารเสพติดได้จริงไหม?
ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมระบุว่า “ตามที่มีการแชร์ส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง รางจืด สามารถช่วยเลิกยาบ้าได้แบบไม่ทรมาน ไม่ลงแดง ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง”
จากรายงานวิจัยประสิทธิภาพของชารางจืดต่อผู้ป่วยยาเสพติด ประเภทยาบ้าของโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี เป็นการศึกษาแบบวิจัยกึ่งทดลอง โดยกลุ่มอาสาสมัครทดลองเป็นผู้ป่วยยาเสพติดประเภทยาบ้า ที่เข้ารับการบำบัดแบบผู้ป่วยใน เพศชาย ไม่มีอาการทางจิตร่วม ไม่เป็โรคเบาหวาน ความดัน การทำงานของตับและไตอยู่ในระดับปกติ จำนวน 15 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับชารางจืดเพียงอย่างเดียวกลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับชารางจืดและวิตามินซี และกลุ่มควบคุมที่ได้รับวิตามินซีเพียงอย่างเดียว พบว่าค่าเฉลี่ยการลดลงของแอมเฟตามีนในปัสสาวะ กลุ่มทดลองที่ 1 รับชารางจืดเพียงอย่างเดียวมีค่าเฉลี่ยลดลง 179 ng/ml ใน 24 ชั่วโมง กลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับชารางจืดและวิตามินซีมีค่าเฉลี่ยลดลง 79.75 ng/ml ใน 24 ชั่วโมง และกลุ่มควบคุมที่รับวิตามินซีมีค่าเฉลี่ยลดลง 83.08 ng/ml จึงสรุปได้ว่า กลุ่มทดลองที่ 1 มีอาการถอนพิษแอมเฟตามีนลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดการทดลอง ซึ่งลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ 2
ทั้งยังมีข้อมูลจากวารสารการเเพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากการศึกษาการออกฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อสมอง พบว่าสารสกัดจากใบรางจืดความเข้มข้น 0.1 g/ml มีฤทธิ์ในการเพิ่มการหลั่งสารโดพามีนในสมอง แต่ในทางกลับกันมีผลในการยับยั้งการออกออกฤทธิ์ p-chloroamphetamine ในการเพิ่มการหลั่งของสารเซโรโทนิน รางจืดจึงออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับแอมเฟตามีน นั่นจึงอาจเป็นสาเหตุที่การรักษาผู้ป่วยยาเสพติดควบคู่ไปกับการใช้รางจืดได้ผล
การใช้รางจืดควบคู่ไปกับการบำบัดนั้นจะช่วยบรรเทาอาการลงแดงได้ เป็นการใช้เพื่อเสริมในการบำบัดยาเสพติด ช่วยบรรเทาอาการต่างๆที่เกิดจากการถอนพิษยาได้ จึงเป็นสมุนไพรที่ใช้ช่วยในการบำบัดยาเสพติดภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ และในการใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา หรือใช้เพื่อเป็นยารักษา ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ เภสัชกร หรือแพทย์แผนไทย เพราะสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาทุกชนิดมีข้อบ่งใช้ ข้อควรระวังในการใช้เสมอ
โทษของรางจืด ข้อแนะนำ และข้อควรระวังในการใช้
การใช้สมุนไพรประเภทใดก็ตามที่มีจุดประสงค์ในการใช้เพื่อรักษาหรือแม้แต่การบำรุงดูแลร่างกาย ล้วนแล้วแต่มีข้อจำกัดในการ หากใช้ผิดวิธีอาจส่งผลให้เกิดโทษแทนประโยชน์ โดยข้อจำกัดของการใช้รางจืดมีดังนี้
- ไม่ควรรับประทานรางจืดติดต่อกันเวลานานเกิน 30 วัน หรือปริมาณมากจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบให้ ตับ ไต รวมถึงระบบเลือดทำงานผิดปกติได้ และเนื่องจากรางจืดมีฤทธิ์อาจทำให้ร่างกายเกิดความเย็น เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดอาการมือ เท้า ชา
- ควรระวังเป็นพิเศษสำหรับการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน อาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ
- ไม่ควรใช้กับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มียาต้องรับประทานประจำ เนื่องจากอาจขับสารเคมีหรือตัวยาออก หากจำเป็นต้องใช้ ควรปรึกษาแพทย์
- อาจเกิดผลข้างเคียงในผู้ป่วยโรคหอบหืด หากเกิดการแพ้รางจืดอาจมีผลต่อระบบหายใจ ขึ้นอยู่กับระดับอาการแพ้
- ไม่ควรใช้ในผู้ที่สงสัยว่ามีอาการเป็นไข้เลือดออก เพราะอาจบดบังการแสดงอาการของไข้เลือดออก
ถึงแม้ว่าการใช้สมุนไพรจะช่วยบรรเทาอาการลงแดงจากการเลิกยาเสพติดได้ แต่การที่จะเลิกยาเสพติดได้อย่างหายขาดอย่างมีประสิทธิภาพได้นั้นต้องอาศัยหลายปัจจัยและต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การเลิกยาจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการที่ถูกต้อง และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาและเพื่อให้สุขภาพของผู้ป่วยไม่ทรุดลงในระหว่างบำบัดรักษา
หากต้องการเลิกยาเสพติดที่เห็นผลจริง ไม่ทรมาน ไม่อาเจียน ที่ภูฟ้าเรสท์โฮม เราคือผู้นำด้านการเลิกยาเสพติด บำบัดโดยแพทย์และผู้ชำนาญการโดยเฉพาะแต่ละแขนง ในการบำบัดกับภูฟ้าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ครอบคลุมไปถึงการดูแลอาการแทรกซ้อนทางด้านร่างกาย เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่บำบัดอาการติดยาเสพติดให้หายเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นการฟื้นฟูทั้งสุขภาพร่างกาย จิตใจ ทัศนคติ ปรับพฤติกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดและไม่กลับมาเสพติดซ้ำอีก โทร. 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...