ดื่ม "น้ำกระท่อม" ไม่อันตราย จริงหรือไม่?
05 มิถุนายน 2568
มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำกระท่อมให้มากกว่าเดิม! ดื่มเยอะเสี่ยงเสพติด อันตรายกว่าที่คุณรู้ พร้อมแนวทางการเลิกน้ำกระท่อม
พฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อมกับวัยรุ่นไทย
ปัจจุบันพฤติกรรมการดื่มน้ำกระท่อมในกลุ่มวัยรุ่นไทยนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถเข้าถึงน้ำกระท่อมหรือบริโภคใบกระท่อมได้ง่าย หลังจากที่พืชกระท่อมถูกปลดล็อกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ในปี พ.ศ. 2564 นับแต่นั้นการปลูกและจำหน่าย และบริโภคใบกระท่อมจึงไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ทำให้กลุ่มวัยรุ่นหรือผู้ที่หวังผลความมึนเมาจากใบกระท่อมนำไปใช้อย่างผิดจุดประสงค์
ในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนมักดื่มน้ำกระท่อม ที่มักเรียกติดปากกันว่า “น้ำท่อม” หรือ “4x100” เพื่อความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และสังสรรค์ มากกว่าหวังผลในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดเมื่อยหรือช่วยในการทำงาน บางรายอาจใช้กระท่อมเพื่อทดแทนสารเสพติดหลักที่เคยใช้ ในวันที่ไม่ได้เสพสารเสพติดนั้นๆ เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ หรือกัญชา ส่วนใหญ่กลุ่มวัยรุ่นที่นิยมใช้น้ำกระท่อมมักเป็นวัยรุ่นและเยาวชนที่อยู่ในท้องที่ที่มีการซื้อขายใบกระท่อมมาก อย่างเช่น จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีรายงานเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ 4x100 อย่างหนักในกลุ่มวัยรุ่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี 2547
อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจผิดของวัยรุ่นและเยาวชนจำนวนไม่น้อย มองว่าน้ำกระท่อมเป็นพืชจึงรู้สึกปลอดภัยกว่ายาเสพติด แต่ในความเป็นจริงแล้วหากบริโภคอย่างต่อเนื่องและในปริมาณมาก ยังคงเสี่ยงต่อการเสพติดและเกิดผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ทั้งอาจยังมีหลายคนยังไม่ทราบว่าถึงแม้ว่าการจำหน่ายใบกระท่อมสดจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ “ไม่สามารถต้มน้ำกระท่อมขายได้” แต่สามารถต้มดื่มได้ การจำหน่ายน้ำกระท่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 50 จำคุก 6 เดือน-2 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท
น้ำกระท่อมมีรูปแบบใดบ้าง?
รูปแบบของการบริโภคน้ำกระท่อมนั้นมีตั้งแต่กลุ่มที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการเมื่อยล้าช่วยชูกำลัง ไปจนถึงการดื่มเพื่อหวังผลให้ออกฤทธิ์แบบสารเสพติด
1. น้ำกระท่อมที่มาจากใบกระท่อมโดยตรง การต้มใบกระท่อมสดเพื่อดื่ม ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในกลุ่มคนทำงานหนัก หรือต้องใช้แรงเยอะ เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง เพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้า อาการปวดเมื่อย และช่วยให้ทำงานได้นานขึ้น
2. น้ำกระท่อมสูตรผสม เช่น 4x100 เป็นการนำน้ำกระท่อมที่ต้มแล้วไปผสมกับยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของโคเดอีน น้ำอัดลม ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ในบางสูตรอาจเพิ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเข้าไปด้วย เช่น อัลปาโซแลม ทรามาดอล หรือยานอนหลับชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มเข้าไปจะรู้สึกมึนเมา ซึ่งการบริโภครูปแบบนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
น้ำกระท่อมอันตรายไหม?
โดยส่วนใหญ่แล้วใบกระท่อมที่หวังฤทธิ์ในทางยาจะมีวิธีการรับประทานแบบเคี้ยวใบสด ในส่วนของน้ำกระท่อมต้มนั้นเมื่อดื่มในปริมาณที่เหมาะสมก็จะมีฤทธิ์ทางยาสามารถช่วยให้ผู้ดื่มไม่รู้สึกปวดเมื่อย มีพละกำลังในการทำงาน แต่หากดื่มในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จากที่มีประโยชน์ก็จะกลายเป็นโทษต่อผู้ใช้
ในกรณีที่ดื่มน้ำกระท่อมปริมาณมากหรือดื่มอย่างต่อเนื่องกัน สามารถส่งผลให้เกิด “ภาวะเสพติดกระท่อม” ได้ โดยจะสังเกตได้จากอาการ ดังต่อไปนี้
- มีความต้องการดื่มน้ำกระท่อมอย่างมาก อาจมีการพกพาไปด้วย
- ไม่สามารถควบคุมตัวเองในการใช้กระท่อมได้ อาจเคยอยากเลิกดื่ม แต่ไม่สามารถทำได้
- เกิดอาการถอนพิษกระท่อม เมื่อหยุดใช้หรือลดปริมาณลง
- ต้องดื่มน้ำกระท่อมในปริมาณที่มากขึ้น จึงจะรู้สึกถึงฤทธิ์ได้เท่าเดิม
- หมกมุ่นอยู่กับการเสพหรือดื่มน้ำกระท่อม เป็นกังวลเรื่องต้องหากระท่อมมาใช้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเมื่อผู้ที่ดื่มน้ำกระท่อมจนเกิดภาวะเสพติดแล้วนั้น ก็จะเกิดผลเสียและอันตรายที่ตามมา อย่างเช่น ผิวคล้ำลง ผิวแลดูแห้ง ท้องผูก ถ่ายยาก นอนไม่หลับ น้ำหนักลด บางรายอาจถึงขั้นเกิดความผิดปกติทางจิตได้
และกรณีที่ดื่มน้ำกระท่อมสูตรผสมสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือ 4x100 เท่ากับว่ายิ่งเพิ่มความอันตรายยิ่งขึ้น เนื่องจากฤทธิ์ของน้ำกระท่อมและสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันจนออกฤทธิ์กดประสาทและกดการหายใจอย่างรุนแรงจากการเสริมฤทธิ์ของสารหลายชนิดที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งเป็นอันตรายรุนแรงมากจนอาจทำให้เสียชีวิตได้
เลิกน้ำกระท่อมทำอย่างไร?
สิ่งที่ผู้ที่เสพติดน้ำกระท่อมหรือ 4x100 จะต้องเผชิญเมื่อหยุดดื่มหรือต้องการเลิกดื่มนั้น คืออาการถอนพิษกระท่อม หลายคนอาจจะมองหาตัวช่วยในการเลิกด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นหาตัวยาหรือสมุนไพรที่ช่วยในการเลิก แต่คำตอบที่ชัดเจน คือปัจจุบันนี้ยังไม่มียาที่ช่วยสำหรับการเลิกน้ำกระท่อมโดยเฉพาะ และถึงแม้กระท่อมจะถูกมองว่าเป็นพืชแต่ในการเลิกน้ำกระท่อมสำหรับคนที่มีอาการเสพติดแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากอาการถอนพิษกระท่อมจะส่งผลกระบต่อทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
สำหรับอาการที่อาจเกิดขึ้นขณะเลิกน้ำกระท่อม ได้แก่
- มีไข้
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามตัว
- นอนไม่หลับ
- กระสับกระส่าย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- เบื่ออาหาร
ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระยะแรกที่เลิกดื่มน้ำกระท่อม และจะคงอยู่ประมาณ 1-7 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณและระยะเวลาที่เคยดื่มน้ำกระท่อมมา โดยความรุนแรงของอาการจะมากที่สุดในช่วง 24-48 ชั่วโมง หากผู้เสพสามารถอดทนกับอาการเหล่านี้ได้เกิน 2 วัน อาการก็จะเริ่มทุเลาลง แต่หากในรายที่มีอาการรุนแรง จนรู้สึกไม่สามารถทนได้ ควรรีบติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาล คลินิค หรือสถานบำบัดยาเสพติด เพื่อช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวลง
การเลิกน้ำกระท่อมที่มีแนวโน้มที่จะสำเร็จได้สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องมาจากความตั้งใจของผู้เสพ จากนั้นเริ่มจากการลดปริมาณการบริโภคอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันอาการถอนพิษกระท่อมอย่างรุนแรง อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อรับคำแนะนำในการบำบัดอย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยให้หนทางการเลิกกระท่อมง่ายกว่าการที่ต้องอดทนกับอาการทรมาน ที่อาจมากถึงขั้นเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง ในกรณีที่มีการเสพติดรุนแรง การเข้ารับการบำบัดในสถานบำบัดยาเสพติดเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และยั่งยืน ต้องการคำปรึกษาเบื้องต้น โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...
5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...