ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

ปัญหายาเสพติดในไทย และแนวทางการแก้ไข ปี 2566 - ภูฟ้าเรสท์โฮม

23 มกราคม 2566

สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในไทยยังคงท้าทาย ผลสำรวจชี้ ผู้ติดยาเสพติดอายุน้อยลง ยาบ้าฮิต อันดับ 1 ในไทย ตัวเลขผู้บำบัดไม่ถึงครึ่งของการจับกุมในปีที่ผ่านมา

ปัญหายาเสพติดในไทย และแนวทางการแก้ไข ปี 2566

ปัญหายาเสพติดในไทย...ทำไมยังคงมีอยู่

ผลสำรวจชี้ ผู้ติดยาเสพติด อายุน้อยลง ยาบ้ายังคงขึ้นแท่นยาเสพติดยอดฮิต อันดับ 1 ในไทย

ปัญหายาเสพติด นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่รุนแรงที่สุดในแต่ละประเทศทั่วโลก ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการ รวมถึงนโยบายต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลรายงาน World Drug Report 2022 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC : United Nations Office on Drugs and Crime) พบว่าในปี 2563 มีจำนวนประชากรกว่า 284 ล้านคนจากทั่วโลก ในช่วงอายุ 15-64 ปี ที่ติดยาเสพติด ซึ่งคิดเป็น 26% เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสิบปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ติดยาเสพติดมีแนวโน้มที่จะมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เด็กและเยาวชนมีการใช้ยาเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่รวมถึงใช้ในปริมาณที่มากกว่าเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้การลักลอบหรือขนส่งยาเสพติดถูกจำกัดด้วยเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นขอบเขตและชายแดน หรือความท้าทายของการขนส่งทางอากาศที่มีความถี่น้อยลง สาเหตุเหล่านี้ทำให้รูปแบบและเส้นทางการค้ายาเสพติดมีความยืดหยุ่นและหลากหลายขึ้นกว่าแต่ก่อน อาทิ การใช้เส้นทางเดินเรือเพื่อลำเลียงยาเสพติด การขนส่งสินค้าด้วยไปรษณีย์ รวมถึงการติดต่อซื้อขายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่มากขึ้น

ปัญหายาเสพติดในไทย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในไทยยังคงท้าทาย ยาบ้าขึ้นแท่นยาเสพติดยอดฮิต

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกได้ว่าเป็น ที่ตั้งของตลาดยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีแนวโน้มในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งพบว่ามีการปรับเปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงขนส่งยาเสพติดให้สอดคล้องกับมาตรการปิดกั้นพื้นที่ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการพัฒนาสารเสพติดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้ยารายใหม่และรายเดิมอีกด้วย

จากข้อมูลรายงานเรื่อง Synthetic Drugs in East and Southeast Asia 2022 ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC : United Nations Office on Drugs and Crime) พบว่าในพื้นที่แถบแม่น้ำโขงตอนล่างมีปริมาณการจับกุมยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนสูง
ขึ้นในทุก ๆ ปี โดยในปี 2564 จับกุมได้ในปริมาณกว่า 171.5 ตัน คิดเป็น 89% ของการจับกุมยาเสพติดทั้งหมดในพื้นที่

ทางฝั่งของประเทศไทยเองเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการขยายตัวของยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยพบว่ามีการเคลื่อนย้ายยาเสพติดจากแหล่งผลิตประเทศเมียนมาและนำเข้าผ่านสปป.ลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงทำให้ยาเสพติดแพร่กระจายในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับสปป.ลาวได้มากขึ้น ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา ตลอดจนจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย และมุกดาหาร เป็นต้น

จากปริมาณการลักลอบยาเสพติดที่พบมากขึ้น ส่งผลให้ยาเสพติดถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยอย่างกว้างขวางขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ เครือข่ายสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียนับเป็นช่องทางสำคัญในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด โดยเฉพาะกับการค้าปลีกซึ่งผู้ขายสามารถติดต่อผู้ซื้อได้โดยตรง รวมถึงสามารถนัดแนะช่องทางการจัดส่งได้หลากหลายรูปแบบ นับเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงยาเสพติดได้อย่างง่ายดาย

จากแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2565 โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) พบว่า

ในปีที่ผ่านมา

  • มีการจับกุมคดียาเสพติดทั้งหมด 337,186 คดี
  • แบ่งเป็นของกลางยาบ้าจำนวน 555.7 ล้านเม็ด
  • ยาไอซ์ 26,662 กิโลกรัม
  • เฮโรอีน 4,520 กิโลกรัม
  • เคตามีน 1,350 กิโลกรัม
  • โคเคน 45 กิโลกรัม
  • เอ็กซ์ตาซี 447,213 เม็ด
  • และกัญชา 41,573 กิโลกรัม

โดยยาเสพติดที่แพร่หลายมากที่สุดยังคงเป็นยาบ้า ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 79.2 ตามมาด้วยยาไอซ์(ร้อยละ 8.3) ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการที่ราคาของยาเสพติดชนิดดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผู้เสพเข้าถึงการซื้อได้ง่ายมากขึ้น

เมื่อนับรวมจำนวนยาบ้าและยาไอซ์ที่ถูกจับกุมในปีที่ผ่านมาแล้ว นับว่ามีปริมาณมากที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่ากลัวและเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในการร่วมมือกันปราบปรามปัญหายาเสพติด

ทั้งนี้ รายงานผลการดำเนินงาน ตามแบบบำบัดรักษา ของสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ระบุจำนวนผู้ได้รับการรักษาและบำบัดยาเสพติดตลอดปี 2565 มีจำนวนเพียง 114,733 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่า เมื่อเทียบกับปริมาณการจับกุมยาเสพติดแล้ว มีผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของการจับกุม อีกทั้งยังเป็นจำนวนที่ลดลง เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าการระบาดของยาเสพติดจะลงตามไปด้วย เพียงแต่อาจเป็นเพราะข้อจำกัดในการเข้ารับการบำบัดสืบเนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เท่านั้นเอง

ปัญหายาเสพติดในไทย

ผลเสียที่เกิดขึ้นจากปัญหายาเสพติด

หากขึ้นชื่อว่าเป็นยาเสพติดแล้ว ล้วนก่อให้เกิดผลเสียอย่างมหาศาลไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ต่อตัวเองและต่อผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ในสังคมตามมาอีกด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหายาเสพติดได้แก่

ฤทธิ์ของสารเสพติดแต่ละชนิดจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นการกดประสาท หลอนประสาท หรือกระตุ้นประสาท รวมถึงทำให้อวัยวะและการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเกิดความผิดปกติ สุขภาพเสื่อมโทรมลง ร่างกายซูบผอม หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลียง่ายกล้ามเนื้ออ่อนแรง สภาวะทางจิตใจอ่อนไหว โดยอาจมีอาการวิตกกังวล หวาดระแวง อารมณ์แปรปรวน ฟุ้งซ่าน ซึ่งบางรายอาจมีอาการคุ้มคลั่งอันเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ ยังพบว่าการใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มก่อให้เกิดภาวะ “สมองติดยา” หรือ ภาวะผิดปกติทางสมองที่ส่งผลให้สมองส่วนอยาก มีอำนาจเหนือสมองส่วนคิด กล่าวคือ เมื่อสมองออกฤทธิ์ให้ผู้เสพรู้สึกมีความสุขจากการใช้ยาเสพติด จนเกิดความเคยชิน ที่ทำให้ผู้เสพรู้สึกว่าร่างกายต้องพึ่งยา เมื่อไหร่ที่ต้องการยา ก็จะหมกหมุ่นกับการหายามาเสพ ยิ่งสมองส่วนอยากถูกกระตุ้นมากขึ้นเท่าไหร่ สมองส่วนคิดจะทำงานแย่ลง ขาดการไตร่ตรอง ยับยั้งชั่งใจจนนำไปสู่พฤติกรรมความรุนแรงที่ตามมานั่นเอง

เมื่อสมองที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายมีการทำงานผิดปกติ ร่างกายก็จะเกิดอาการผิดปกติตามไปด้วย การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเสียหาย ทำลายระบบเลือด ทำลายปอดและสมรรถภาพของผู้เสพถึงชีวิต


ทั้งนี้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า การเสียชีวิตจากสาเหตุยาเสพติดในประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 103ของโลก

  • ผลกระทบด้านสังคม

ปัญหายาเสพติดไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวผู้เสพ แต่ยังส่งผลร้ายแก่บุคคลรอบข้าง ครอบครัว สังคมและชุมชนเช่นกัน ที่ใดที่มีการระบาดของยาเสพติด ที่นั่นย่อมทำให้คนในชุมชนรู้สึกหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย อาจนำไปสู่การมั่วสุมเพื่อทำสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมย การใช้ความรุนแรง รวมถึงปัญหาอาชญากรรมที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินในชุมชนได้

  • ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

ธุรกิจการค้ายาเสพติดนั้นก่อให้เกิดการสูญเสียเงินตราแก่กลุ่มผู้ผลิตที่อยู่ภายนอกประเทศจำนวนมหาศาล และเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เงินที่ควรจะถูกนำมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ ถูกนำไปใช้เพื่อซื้อยาเสพติดเป็นจำนวนมาก เปรียบเสมือนการสนับสนุนให้ผู้ผลิตยาเสพติดยังคงมีรายได้อย่างต่อเนื่อง


ปัญหายาเสพติดยังทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากรจำนวนมากในการแก้ไข ป้องกันและปราบปราม รวมถึงการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การที่ผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากอยู่ในกลุ่มเยาวชน นั่นหมายความว่า ประเทศของเราต้องสูญเสียบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

  • ผลกระทบด้านภัยต่อประเทศชาติ

การที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเสียงบประมาณจำนวนมหาศาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นผลกระทบรุนแรงที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ยิ่งพบปัญหายาเสพติดมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดระแวงต่อภัยที่จะตามมาในสังคม บ้านเมืองเกิดความไม่สงบสุข นำไปสู่การทำลายความมั่นคงของชาติ


จะเห็นได้ว่าจากที่กล่าวมาข้างต้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาเสพติดไม่เพียงแต่ส่งผลร้ายต่อตัวผู้เสพเอง แต่ยังส่งผลกระทบรอบด้านต่อครอบครัว สังคมโดยรอบ รวมถึงเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ และด้วยผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ประชากรจำนวนมากตกอยู่ในภาวะว่างงาน ขาดรายได้ นำไปสู่ปัญหาความยากจนและสุขภาพจิตที่เป็นสาเหตุของการหันมาใช้ยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อบรรเทาภาวะความเครียด หรือการขายเพื่อประทังชีวิตก็ตาม สิ่งเหล่านี้ทำให้แนวโน้มปัญหายาเสพติดในประเทศไทยยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง


นอกจากนี้ ยิ่งในปัจจุบันที่ผู้คนสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้นผ่านโลกออนไลน์ สามารถทำการติดต่อซื้อขายกันได้โดยตรง รวมไปถึงเทรนด์ของตลาดยาเสพติดที่เริ่มซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดิจิตัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี่ ยิ่งทำให้การจับกุมยาเสพติดมีความท้าทายมากขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงในการใช้ยาเสพติดในช่วงวัยเด็กและเยาวชนที่มากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนความช่วยเหลือจากครอบครัว สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการร่วมมือของคนในชุมชน


ปัญหายาเสพติดในไทย

แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด 2566

การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากและท้าทายมากที่สุด ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากส่งผลกระทบรุนแรงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ


ปัจจุบันประเทศไทยมีการปรับแผนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้สอดคล้องกับที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ค.ศ. 2016 (UNGASS 2016) ด้วยการใช้สาธารณสุขนำการแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นการดูแลสุขภาพผู้ป่วยพร้อมกับการแก้ไขปัญหาสังคมไปด้วยกัน แต่ยังคงป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด

สำหรับแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2566 ยังคงเน้นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งแบ่งออกเป็นมาตรการต่าง ๆ ดังนี้


  • ด้านการป้องกันและปราบปราม

เน้นการสร้างกลไกการเฝ้าระวังยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสมด้วยการเรียนการสอนที่ส่งเสริมกิจกรรม
นอกหลักสูตร รวมถึงการสนับสนุนให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่สีขาว ห่างไกลและปลอดภัยจากยาเสพติด นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนด้วยการ
พัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน

  • ด้านการสกัดกั้น

เพิ่มมาตรการและความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบขนส่งยาเสพติดตามแนว
บริเวณชายแดนและบริเวณที่มีความเสี่ยง ด้วยการเสริมกำลังในพื้นที่เป้าหมายเพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของขบวนการลักลอบยาเสพติด นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการร่วมมือกับหน่วยงานด้านยาเสพติดทั้งในไทย-ต่างประเทศ เพื่อปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการสกัดกั้นในบริเวณที่มีการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศหรือทางน้ำ

  • ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ

นอกจากเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคเพื่อสกัดกั้นขบวนการ
ค้ายาเสพติดแล้ว ยังสนับสนุนความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างครอบคลุม

  • ด้านการบำบัดรักษา

คัดกรองผู้เสพ-ผู้ติดยาเสพติด แล้วนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงและแนวโน้มในการก่อ
ความรุนแรงหรือมีอาการทางจิต ให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเน้นสร้างระบบบำบัดฟื้นฟูแบบ “ชุมชนเป็นฐาน” หรือ Community Based Treatment (CBTx) ที่เป็นแนวคิดการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน เช่น การบูรณาการรูปแบบการดูแลรักษาให้สอดคล้องกับระบบบริการสุขภาพที่มีอยู่เดิม และ จัดบริการต่าง ๆ ในชุมชนให้ใกล้ชิดกับสถานที่เสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด รวมถึงช่วยให้ผู้ป่วยพัฒนาทักษะการชีวิตในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การปรับตัวเพื่อเข้าสังคม หรือ การฝึกอาชีพเพื่อหารายได้ เป็นต้น

ปัญหายาเสพติดในไทย

อีกหนึ่งทางเลือกบำบัดยาเสพติดอย่างยั่งยืนที่ ภูฟ้าเรสท์โฮม

ภูฟ้าเรสท์โฮมเชื่อว่าทัศนคติและนิสัยเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต แม้การบำบัดยาเสพติดจะเป็นเรื่องยากแต่เราเชื่อว่าทุกคนสามารถกลับตัวกลับใจได้ เราพร้อมจุดประกายและขัดเกลาศักยภาพของผู้ป่วยทุกๆท่านให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
โดยไม่หันหลังกลับไปใช้ยาเสพติดอีก

ที่ภูฟ้า เราให้บริการด้วยใจกับประสบการณ์และความชำนาญกว่า 37 ปี โดยผู้ชำนาญการด้านการบำบัดยาเสพติด เราเน้นการดูแลรักษาแบบบูรณาการรอบด้านทั้งสุขภาพกาย-สุขภาพใจ รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ป่วยพัฒนาทักษะเพื่อต่อยอดในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในอนาคต

เราขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยบำบัดและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดอย่างยั่งยืน สามารถพูดคุยและติดต่อเราได้ที่ โทร. 1522


สถานบำบัดยาเสพติดเอกชนภูฟ้าเรสท์โฮม










Reference:

UNODC Booklet 1 - Executive summary / Policy implications. (n.d.). https://www.unodc.org. Retrieved December 28, 2022, from https://www.unodc.org/res/wdr2022/MS/WDR22_Booklet_1.pdf


UNODC World Drug Report 2022 highlights trends on cannabis post-legalization, environmental impacts of illicit drugs, and drug use among women and youth. (n.d.). https://www.unodc.org/. Retrieved December 28, 2022, from https://www.unodc.org/unodc/frontpage/2022/June/unodc-world-drug-report-2022-highlights-trends-on-cannabis-post-legalization--environmental-impacts-of-illicit-drugs--and-drug-use-among-women-and-youth.html

ผลการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ. (n.d.). https://www.oncb.go.th/. Retrieved December 29, 2022, from https://www.oncb.go.th/DocLib/ผลการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ%20ปี%202564.pdf

ผลกระทบจากปัญหาสารเสพติด. (n.d.). https://kb.psu.ac.th. Retrieved January 3, 2023, from https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2553/4028/6/ch3.pdf

Economics and Social Consequences of Drug Abuse and Illicit Trafficking. (n.d.). https://www.unodc.org/. Retrieved January 3, 2023, from https://www.unodc.org/pdf/technical_series_1998-01-01_1.pdf

เว็บไซต์รัฐบาลไทย. (n.d.). https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/61932


บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...