อัลปราโซแลมป์จากยารักษาสู่ "ยาเสียสาว"
31 ตุลาคม 2568
อัลปราโซแลมป์ จากยารักษาโรคสู่ “ยาเสียสาว” อันตรายที่แฝงในเครื่องดื่ม รู้ทันโทษ ผลข้างเคียงที่อันตรายและวิธีป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อยาเสพติด
ยาหลายชนิดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เมื่อยาเหล่านี้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพื่อหวังผลข้างเคียงของตัวยา ก็อาจกลายเป็นภัยอันตรายต่อสังคมได้ เช่นเดียวกันกับกรณีของ “ยาเสียสาว” เป็นอีกคำหนึ่งที่เมื่อใครได้ยินเเล้วต้องนึกถึงในเรื่องของความอันตราย การก่ออาชญากรรม หรือแม้กระทั่งการนึกไปถึงในส่วนของยาเสพติด แต่แท้จริงแล้วส่วนผสมหลักในตัวยานี้นั้นไม่ใช่ยาเสพติดแต่อย่างใด
ยาเสียสาวมาจากสารอะไร?
“ยาเสียสาว” เป็นคำที่ในสังคมมักจะใช้เรียกยาหรือสารที่ผู้ก่อเหตุใช้มอมเมาผู้อื่น ไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม เพื่อหวังให้เหยื่อเกิดอาการหมดสติ สูญเสียการควบคุมร่างกายและจิตใจ ซึ่งส่วนมากส่วนผสมหลักที่ใช้จะเป็นในกลุ่มของ “ยานอนหลับ” หรือ “ยาคลายกังวล” ซึ่งตัวยาที่เราจะกล่าวถึงเป็นหลักในบทความนี้คือ “ยาอัลปราโซแลมป์” ที่มักถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรในการมอมเมาเหยื่อ
ยาอัลปราโซแลมป์(Alprazolam) อยู่ใน กลุ่ม Benzodiazepines ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) ในทางการแพทย์ใช้เพื่อการรักษาอาการวิตกกังวล (anxiety disorders), โรคตื่นตระหนก (panic disorder), ต้านชัก, ปัญหานอนไม่หลับ จุดเด่นของอัลปราโซแลมป์คือสามารถลดอาการวิตกกังวลได้ดีกว่ายานอนหลับโดยตรงหลายชนิด ซึ่งการออกฤทธิ์ของอัลปราโซแลมป์ส่งผลให้การทำงานของเซลล์ประสาทช้าลง สมองและร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ความวิตกกังวลลดน้อยลง รู้สึกสงบมากขึ้น ผู้ที่ใช้อัลปราโซแลมป์จึงรู้สึกง่วงซึมและหลับไปในที่สุด
- คุณสมบัติเฉพาะตัวที่ทำให้อัลปราโซแลมป์มักถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้เป็นยาเสียสาว ได้แก่
- ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส จึงสามารถผสมในเครื่องดื่มได้โดยไม่สามารถสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าได้
- ออกฤทธิ์เร็ว เนื่องจากยาอัลปราโซแลมป์ออกฤทธิ์ได้โดยใช้เวลาเพียง 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมงหลังจากที่รับประทานเข้าไป
- ส่งผลให้ผู้รับประทานเกิดอาการง่วงอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถควบคุมสติและร่างกายของตนเองได้
- อัลปราโซแลมป์ทำให้เกิดภาวะ “Anterograde Amnesia” หรือที่เรียกว่าภาวะการสูญเสียความทรงจำชั่วขณะหลังจากที่ได้รับยาเข้าสู่ร่างกายทำให้ไม่สามารถจดจำรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ยาอัลปราโซแลมป์จึงมักกลายเป็นเครื่องมือของผู้ที่ก่อเหตุอาชญากรรมล่อลวงมอมเมา
ยาอัลปราโซแลมป์อันตรายมากแค่ไหน?
การใช้ยาอัลปราโซแลมป์หากใช้เพื่อรักษาโรคในการดูแลของแพทย์แล้วนั้นถือว่าเป็นยาที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย แต่เนื่องจากเป็นยาที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อจิตประสาท แต่การใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ หรือการใช้ผิดวัตถุประสงค์นั้นย่อมนำมาซึ่งผลข้างเคียงหรือผลเสียมากกว่าผลดี
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อใช้ในการรักษา
- ระหว่างวันอาจเกิดอาการง่วงซึม
- วิงเวียนศีรษะ
- สายตาพร่ามัว
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการจำลดน้อยลง
- มีปัญหาด้านการพูด เช่น พูดไม่ชัด
อันตรายต่อสมองและความจำ
เนื่องจากอัลปราโซแลมป์ทำให้เกิดภาวะ “Anterograde Amnesia” หรือสูญเสียความทรงจำชั่วขณะอย่างที่กล่าวไปในข้างต้น ซึ่งผลข้างเคียงนี้ถือว่าอันตรายเป็นอย่างมากเนื่องจากไม่ใช่ไม่ใช่อาการหลงลืมทั่วไป แต่เปรียบเสมือนการถูกลบความจำเหตุการณ์หลังจากที่ดื่มยาเสียสาวเข้าไปออก ทำให้ผู้ที่ถูกมอมยาเสียสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างระหว่างนั้น
อันตรายเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เนื่องจากยาเสียสาวที่มาจากการใช้อัลปราโซแลมป์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางเช่นเดียวกันกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อใช้ร่วมกันจะทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน(Synergistic Effect) ส่งผลให้เกิดการกดการหายใจอย่างรุนแรง อาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้
อัลปราโซแลมป์ทำให้เกิดภาวะเสพติดหรือไม่?
การใช้ยาอัลปราโซแลมป์ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม benzodiazepines ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาวะดื้อยา และเกิดการเสพติดยาได้ทั้งในส่วนของร่างกายและจิตใจ และหากมีการหยุดยากะทันหันจะทำให้เกิดอาการถอนยาได้ โดยอาจมีอาการจากการถอนยา เช่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ มือสั่น ประสาทหลอน หวาดระแวง หรืออาจเกิดอาการชักขึ้นมาได้
ทั้งนี้การนำยาอัลปราโซแลมป์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือถูกนำไปเป็นยาเสียสาวเพื่อการมอมเมานั้นถือว่าเป็นการกระทำที่ “ผิดกฎหมาย” เนื่องจากปัจจุบันอัลปราโซแลมป์ถูกควบคุมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ร้านขายยาไม่สามารถมีและขายอัลปราโซแลม (Alprazolam) ให้กับผู้บริโภคได้ โดยมีบทลงโทษตามกฎหมายดังต่อไปนี้
- ขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 4 - 20 ปี และ ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท (ฝ่าฝืน ม.16 วรรคหนึ่ง โทษ ม.118)
- ครอบครองหรือใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ฝ่าฝืน ม.88 วรรคหนึ่ง โทษ ม.140 วรรคหนึ่ง)
- เสพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่เสพตามแพทย์สั่ง (ฝ่าฝืน ม.92 โทษ.ม.141)
- จูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ให้ผู้อื่นเสพ มีโทษจำคุก 1 - 5 ปี หรือปรับ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ฝ่าฝืน ม.93 วรรคหนึ่ง โทษ ม.142 วรรคหนึ่ง)
มีวิธีป้องกันตนเองจากยาเสียสาวอย่างไร?
เพราะ ยาเสียสาวไม่สามารถมองเห็นหรือจับสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทั้งไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีรส ทำให้เสี่ยงต่อการถูกล่อลวงหรือมอมยาได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปร่วมงานสังสรรค์หรืออยู่ในสถานการณ์ที่อาจเกิดความเสี่ยง ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่างเช่น
- หลีกเลี่ยงการรับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิท
- อย่าปล่อยแก้วหรือขวดเครื่องดื่มของตัวเองทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล
- ไปงานกับเพื่อนที่ไว้ใจได้ เพื่อช่วยกันดูแลและสังเกตสิ่งผิดปกติ
- ฟังสัญญาณจากร่างกาย หากเริ่มรู้สึกเวียนหัว มึนงง หรืออ่อนแรงผิดปกติ ควรรีบหาที่ปลอดภัยทันที
- แจ้งเพื่อนหรือคนใกล้ชิดโดยเร็ว หากสงสัยว่าตนเองถูกมอมยา
วิธีสังเกตอาการของตนเองว่าถูกมอมยาหรือไม่
- เวียนหัวอย่างเฉียบพลัน
- มีอาการง่วงนอนอย่างรุนแรงแม้ไม่ได้อดนอน
- เมามากผิดปกติทั้งที่ไม่ได้ดื่มในปริมาณมาก
- มีอาการสับสน มึนงง
- ตาพร่า เห็นภาพซ้อน ควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนปกติ
อัลปราโซแลมป์เป็นยาที่ถูกพัฒนามาเพื่อการรักษาโรค แต่กลับถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนกลายเป็น “ยาเสียสาว” ที่สร้างความเสียหายทั้งต่อร่างกายและจิตใจของเหยื่ออย่างรุนแรง การรู้เท่าทันถึงโทษ อาการ และวิธีป้องกันตนเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก เพราะแม้เพียงเสี้ยววินาทีของความประมาท ก็อาจนำไปสู่อันตรายที่ไม่อาจย้อนกลับได้
สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาการพึ่งพายานอนหลับ หรือเสพติดยาเสพติดในรูปแบบใดก็ตาม การเข้ารับการบำบัดอย่างถูกวิธีถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ภูฟ้าเรสท์โฮม พร้อมดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์และผู้ชำนาญการเฉพาะด้านการฟื้นฟู ทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ภายใต้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัว เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและยั่งยืนอีกครั้ง โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...