“ยาอี” หรือ “ยาเลิฟ” ขวัญใจนักท่องราตรี เข้าถึงง่ายเเต่อันตรายถึงชีวิต! - ภูฟ้าเรสท์โฮม
14 พฤษภาคม 2567
อันตรายของยาอีที่สายปาร์ตี้ต้องรู้ ยาเสพติดที่ทำให้คึกเพียงชั่วคืน แต่อาจกลายเป็นความขมขื่นชั่วชีวิตหากเกิดการเสพติด บทความนี้ภูฟ้าเรสท์โฮมจะพาไปเจาะลึกถึงอันตรายของยาอีที่ร้ายเเรงจนสามารถคร่าชีวิตคนได้ เเละกฎหมายที่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ามีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต!
ยาอี หรือ ยาเลิฟ คืออะไร?
ยาอี หรือ เอ็กซ์สตาซี (Ecstasy)ซึ่งมีความหมายว่า สนุกสนานเบิกบานใจอย่างยิ่ง ยาอีมีชื่อทางเคมีว่า MDMA (เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) เป็นยาเสพติดประเภท 1 ลักษณะของยาอีนั้นมีทั้งเเบบเม็ดและแบบเเคปซูล ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน มีความหนา หนา 0.3-0.4 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.2 ซม. โดยประมาณ ตัวยามีพื้นผิวเรียบหรือมีขีดด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งจะพิมพ์เป็นรูปต่างๆ หรืออาจเป็นพิมพ์เป็นตัวอักษร เช่น รูปผีเสื้อ ตัวอักษรคำว่า love, adam เป็นที่มาของชื่อในตลาดมืด(street name) ที่มักเรียกยาอีว่า อาดัม(adam), xtc, essence, love pill โดยส่วนมากยาอีหรือยาเลิฟจะมีวิธีเสพโดยการรับประทานเหมือนกันกับการรับประทานยาทั่วไป มักใช้ในเมื่อมีงานปาร์ตี้ ในปัจจุบันมีการนำยาอีไปแปรรูปโดยการบดเป็นผง เเละนำใส่บรรจุภัณฑ์ในรูปของกาแฟ หรือคอลลาเจน เพื่อลักลอบจำหน่ายในช่องทางโซเชียลมีเดีย
ยาอีออกฤทธิ์อย่างไร?
ยาอีหรือยาเลิฟนั้นมีฤทธิ์ทั้งกระตุ้นประสาทเหมือนกันกับเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ทำลายเซลล์สมองที่เกี่ยวกับความคิดรวมถึงความจำ ประสาทส่วนกลางจะถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง และมีฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้เห็นเห็นภาพที่ผิดปกติ (visual illusion) และได้ยินเสียงที่ผิดธรรมชาติ (auditory hallucination) โดยการออกฤทธิ์ของยาอีนั้นจะเเรงกว่ายาบ้าถึง 10 เท่า ยาอีจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากเสพเข้าไปภายใน 30-45 นาที อยู่ในร่างกายได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง และจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านเหงื่อและปัสสาวะหมดภายใน 72 ชั่วโมงกรณีไม่ได้มีการเสพซ้ำ
อาการเมื่อเสพยาอี
- เมายา เคลิบเคลิ้ม ประสาทหลอน ทำให้เกิดจินตนาการว่าตนเองนั้นมีความรักความเข้าใจกับผู้อื่น มีความรู้สึกรักใคร่ ไว้ใจผู้คนรอบข้าง ทำให้มีความสุข
- ประสาทถูกกระตุ้น ทำให้รู้สึกสนุก คึกคัก อยู่ไม่สุข สามารถโยกย้ายร่างกายหรือเต้นรำได้อย่างคึกคักเป็นเวลานานสูงสุดถึง 6-8 ชั่วโมง
- ในขณะที่ยาอีกำลังออกฤทธิ์ กรามของผู้เสพจะเกิดการเกร็ง มีการกัดฟันกราม และกล้ามเนื้ออาจเกิดการกระตุก เช่นมีการกระตุกของขาอยู่ซ้ำๆ
- มีความต้องการทางเพศสูงขึ้น ด้วยอาการดังกล่าวจึงทำให้คนบางกลุ่มเรียกยาอีว่า ยาเลิฟ
- หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เหงื่อออกเยอะ หายใจเร็ว นอนไม่หลับ
- หากเสพในปริมาณที่มากหรือเกินขนาด จะเกิดการอาเจียน รู้สึกตัวลอย เพ้อ คลั่ง ในบางรายอาจชัก หัวใจล้มเหลว หมดสติ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
หลังหมดฤทธิ์ของยาอีนั้น ผู้เสพจะรู้สึกหดหู่ ไม่อยากอาหาร เจ็บปวดกล้ามเนื้อ นอนหลับยาก มีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง ร้ายเเรงที่สุดอาจถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย
ผลข้างเคียงระยะยาวของยาอี
หลายครอบครัวอาจคิดว่าตราบใดที่ลูกยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังไปเรียน ไปทำงานได้ ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าเป็นห่วง แต่ความจริงแล้ว ยาอี คือสารเสพติดที่ทำลายร่างกายและจิตใจแบบเงียบๆ กว่าจะแสดงอาการให้เห็นชัดก็อาจสายเกินไปเสียแล้ว สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความเสี่ยงในคืนปาร์ตี้ แต่คือความเสียหายที่สะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ โดยเฉพาะหากคนที่คุณรักใช้ยาอีมาต่อเนื่อง
ผลของยาอีต่อระบบต่างๆของร่างกาย
- สมองและระบบประสาท สมองผลิตสารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารแห่งความสุขได้น้อยลง ทำให้รู้สึกซึมเศร้า วิตกกังวล ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อความจำ สมาธิ และความสามารถในการตัดสินใจอย่างถาวร
- หัวใจและหลอดเลือด หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
- ตับและไต ร่างกายต้องทำงานหนักในการขับสารพิษออกทางตับและไต และอาจนำไปสู่ภาวะตับอักเสบหรือไตวายได้ในระยะยาว
- สภาพจิตใจและพฤติกรรม มักเผชิญกับภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย และอาจมีอาการหวาดระแวงหรือประสาทหลอนแม้ไม่ได้เสพยา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเรียน การทำงาน และคุณภาพชีวิต
หากคุณสังเกตเห็นว่าคนที่คุณรักเริ่มมีอาการเหล่านี้ นี่คือสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยผ่านหรือรอให้ "อาการหนักกว่านี้" เพราะหลายครั้งกว่าครอบครัวจะรู้ตัว ก็มักจะเกิดเหตุการณ์ที่เกินควบคุมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอาการหลอน ทำร้ายตัวเองหรือคนรอบข้าง การเข้ารับการดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดทั้งต่อตัวผู้ป่วยและคนในครอบครัว
อาการถอนยาอี
ผู้เสพที่มีการเสพติดยาอีเเล้วนั้น เมื่อหยุดเสพจะเกิดอาการอยากยา ทุกข์ทรมาน มีอาการลงแดง การกินการนอนเปลี่ยนไป อารมณ์หงุดหงิด แปรปรวน กระสับกระส่าย ผู้เสพส่วนใหญ่มักจะทนอาการถอนยาไม่ได้จนสุดท้ายต้องหายามาเสพ และวนเวียนอยู่แบบนั้นอย่างไม่รู้จบ
บทลงโทษทางกฎหมายมีอะไรบ้าง?
สำหรับยาอี จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ชนิดให้โทษร้ายเเรง ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด การครอบครอง ซื้อ ขาย หรือเสพ ยาอี จะมีโทษทางกฎหมายตามลักษณะการกระทำผิดดังนี้
ผู้เสพ
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การมีไว้ในครอบครอง
- โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
- จำคุกไม่เกิน 15 ปี และปรับไม่เกิน 1,500,000 บาท
- กรณีที่มีการกระทำ
1.เพื่อการค้า
2.ก่อการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
3.จำหน่ายแก่บุคคลอายุไม่เกิน18ปี,
4.จำหน่ายบริเวณสถานศึกษา
5.สถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาหรือสถานที่ราชการ
6.ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
7.กระทำโดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ
มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท – 2,000,000 บาท
- กระทำโดยหัวหน้า ผู้มีหน้าที่สั่งการ หรือผู้มีหน้าที่จัดการในเครือข่ายอาชญากรรมและ การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต
- กรณีเฉพาะคราวในแต่ละครั้งที่นำเข้าหรือส่งออก ปรับครั้งละไม่เกิน 5,000บาท
การจูงใจ ชักนำ ยุยง ส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นเสพ
- โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กระทำโดยมีอาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-1,500,000 บาท
- กระทำต่อหญิงหรือต่อบุคคล อายุไม่เกิน 18 ปี หรือเป็นการกระทำเพื่อจูงใจให้ผู้อื่นกระทำความผิดทางอาญา หรือเพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในการกระทำความผิดทางอาญา โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 300,000 บาท – 5,000,000 บาท
การโฆษณา
- โฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยไม่ได้รับอนุญาต
- เจ้าของสื่อโฆษณาหรือผู้ประกอบกิจการโฆษณาทำการโฆษณาเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษผู้กระทำมีโทษเช่นเดียวกันกับผู้โฆษณา
จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
มีวิธีบำบัดผู้เสพติดยาอีอย่างไร?
ในการบำบัดผู้เสพติดยาอีนั้น มีหลายวิธีที่ต้องใช้ร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพของการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดและความปลอดภัยของสุขภาพผู้ป่วย
1.บำบัดโดยการถอนพิษยา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมีการประเมินสุขภาพของผู้ป่วย และพิจารณาขั้นตอนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยมากที่สุด ให้ระหว่างการรักษาผู้ป่วยไม่รู้สึกทุกข์ทรมาน
2.การบำบัดรักษาสุขภาพจิต เนื่องจากยาเสพติดเข้าไปทำลายระบบประสาทเเละสมอง ทำให้ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องมีการรักษาฟื้นฟูสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด
3.การบำบัดแก้ไขโดยสิ่งเเวดล้อม การให้ผู้ป่วยได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่มีสิ่งกระตุ้นหรืออยู่ในสถานการณ์เดิมๆที่จะสามารถกระตุ้นให้ผู้ป่วยอยากกลับไปใช้สารเสพติดอีก
4.การบำบัดโดยการป้องกันการกลับไปเสพยาซ้ำ เป็นการบำบัดทางพฤติกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำกับผู้เสพในการใช้ชีวิต ฝึกการรับมือกับสถานการณ์เมื่อเจอเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่การเสี่ยงกลับไปเสพสารเสพติดอีกครั้ง
ภูฟ้าเรสท์โฮม ช่วยดูแลคนที่คุณรักเมื่อพวกเขาเสพยาอี
ทุกคนคงได้เห็นถึงอันตรายอันร้ายแรงของยาอีกันแล้ว แน่นอนว่าความสนุกจากฤทธิ์ยาเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ได้นั้นไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไปและความทุกข์ทรมานที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเสียทรัพย์ เสียสุขภาพกาย เสียสุขภาพจิต เสียอนาคต ไปจนถึงสูญเสียชีวิตอันมีค่าของคุณ
เพราะเราเชื่อว่าทุกคนอยากมีอนาคตเเบบที่ตนเองวาดฝันไว้ ภูฟ้าเรสท์โฮมมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดยาเสพติดให้หลุดพ้นจากวังวนของยาเสพติดเพื่อนาคตใหม่ที่ดีกว่า ด้วยทีมแพทย์และผู้ชำนาญการเฉพาะด้านของเราที่มีประสบการณ์ ทำให้การบำบัดรักษายาเสพติดของเราไม่เป็นเรื่องที่ทรมานเหมือนภาพจำที่คุณเคยได้ยินมา ผู้ป่วยจะได้รับความอบอุ่น เพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยในการเลิกยาเสพติด และการดูแลดุจเป็นคนในครอบครัว อย่าปล่อยให้ยาเสพติดทำลายคุณและคนที่คุณรักเรื่อยๆ เลิกยาเสพติดก่อนที่จะสายจนเกินแก้ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราเลยตอนนี้ โทร. 1522
เรียบเรียงโดย
คุณภูผา ภูวดลอานนท์
กรรมการ บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด
ผู้ผ่านการรับรอง ICAP I (International Certified Addiction Professional) และ Universal Treatment Curriculum (UTC) Modules 1–8 ด้านการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด พร้อมผ่านการอบรม Cognitive Behavioral Therapy (CBT) จากสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์
ความรักของพ่อแม่คือแรงผลักดันที่ดีที่สุด ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟู
Tel 1522
LINE @phufaresthome
Email contact@phufaenterprise.com
คำถามที่พบบ่อย
เสพยาอีนานแค่ไหนถึงจะติด?
ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและความถี่ในการเสพของแต่ละคน บางคนอาจติดตั้งแต่เสพเพียงไม่กี่ครั้ง หากลูกหรือคนที่คุณรักเริ่มเสพเป็นประจำ ควรรีบพูดคุยและหาทางช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะกลายเป็นการเสพติด
ลูกยังใช้ชีวิตปกติ ไปเรียน ไปทำงานได้ แบบนี้ยังไม่ต้องพาไปบำบัดใช่ไหม?
การที่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เพราะยาอีทำลายร่างกายและสมองแบบสะสม กว่าจะแสดงอาการให้เห็นชัดก็อาจอันตรายเกินไป หากทราบว่าคนที่คุณรักใช้สารเสพติด ควรถือว่าเขาคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแล ไม่ควรรอให้อาการหนักขึ้นก่อน
ถ้าอยากปรึกษาก่อนตัดสินใจพาเข้ารับการฟื้นฟู ต้องทำอย่างไร?
คุณสามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อขอคำปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจ ทางเราพร้อมรับฟังและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณและคนที่คุณรัก ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้
Tel 1522
LINE @phufaresthome
Email contact@phufaenterprise.com
แหล่งอ้างอิง
บทความที่คุณอาจสนใจ
โทษของกัญชาต่ออนาคตบุตรหลาน และความเสี่ยงที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
ข้อเสียของกัญชา มีอะไรบ้าง? ทำความเข้าใจผลกระทบของกัญชาต่อร่างกายและจิตใจ พร้อมรู้เท่าทันความเสี่ยงจ...
โอปิออยด์ คืออะไร (Opioid)? ประเภท และอันตรายที่ครอบครัวควรรู้
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
โอปิออยด์เป็นยาที่มีทั้งคุณและโทษ หากใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินขนาด ก็สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ แล...
สัญญาณที่ครอบครัวต้องรู้ อาการเมากัญชา สังเกตยังไง? วิธีรักษา
โพสต์เมื่อ 08 ตุลาคม 2569
เมื่อลูกมีท่าทางแปลกไป พูดช้าลง ตาแดง หรือหัวเราะกับเรื่องที่ไม่ได้ตลก นี่อาจไม่ใช่แค่เหนื่อยหรือนอน...