รู้จัก"เอโทมีเดท" ยาที่ถูกนำไปผสมเป็นสารเสพติดชนิดใหม่!
05 มิถุนายน 2568
รู้จัก “เอโทมีเดท” ยาที่ใช้เฉพาะในโรงพยาบาล แต่กลับถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นยาเสพติด อันตรายแค่ไหน? ผิดกฎหมายหรือไม่? หาคำตอบทั้งหมดที่นี่!
หลายครั้งที่ยารักษาหรือสารเคมีที่มีผลข้างเคียงออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่ว่าจะเป็นยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ หรือยานอนหลับ มักถูกเหล่าผู้ค้ายาเสพติดนำไปเป็นสารตั้งต้นหรือส่วนผสมในยาเสพติดสูตรผสมที่คิดค้นกันขึ้นมาเอง ซึ่งยา “เอโทมีเดท” ก็กลายเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่ถูกใช้ในการผสมยาเสพติดขึ้นมาใหม่ที่อยู่ในรูปแบบของ “หัวพอต” หรือที่เรียกกันว่า “บุหรี่ซอมบี้”“เอโทมีเดท” ก็กลายเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่ถูกใช้ในการผสมยาเสพติดขึ้นมาใหม่ที่อยู่ในรูปแบบของ “หัวพอต” หรือที่เรียกกันว่า “บุหรี่ซอมบี้”
ยาเอโทมีเดท คืออะไร?
ยาเอโทมีเดท (Etomidate) เป็นยาชาที่นิยมใช้เพื่อนำสลบชนิดออกฤทธิ์ระยะสั้นเเต่ออกฤทธิ์เร็วที่ใช้เฉพาะในวงการแพทย์ตามโรงพยาบาลสำหรับฉีดเข้าเส้นเลือด ซึ่งจุดประสงค์หลักมักจะถูกใช้เพื่อ
1. นำการดมยาสลบ มักใช้เป็นยานำ (induction agent) ก่อนการดมยาสลบในขั้นตอนผ่าตัด โดยช่วยทำให้ผู้ป่วยหมดสติอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกระบวนการผ่าตัด
2. ระงับประสาท เอโทมีเดทสามารถใช้ในการสงบประสาท ในการรักษาทางการแพทย์ต่างๆ
3. ใช้ในขั้นตอนของการใส่ท่อช่วยหายใจ มักถูกใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับการใส่ท่อช่วยหายใจ เนื่องจากมีการออกฤทธิ์เร็วและกดการหายใจน้อย
นอกจากนี้ ในบางประเทศมีการใช้เอโทมีเดทช่วยในการสงบประสาทในกระบวนการ “การุณยฆาต” อีกด้วย
จุดเด่นของเอโทมีเดทอยู่ที่การออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วในการทำให้ผู้ป่วยหมดสติ โดยแทบจะไม่กระทบต่อความดันโลหิตหรือระบบไหลเวียนเลือด ยาเอโทมีเดทจึงถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทย เงื่อนไขในการใช้เอโทมีเดท คือ “สำหรับเป็นยานำสลบในผู้สูงอายุหรือในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านระบบหัวใจและหลอดเลือด”
ยาเอโทมีเดทต่างจากยานอนหลับทั่วไปอย่างไร?
ยังคงมีความเข้าใจผิดอยู่ว่าเอโทมีเดทนั้นเป็นเพียงยานอนหลับจำพวกที่มีฤทธิ์คลายกังวล ช่วยในการรักษาภาวะการนอนหลับยาก ที่ถูกนำไปผสมเป็นสารเสพติดอย่างที่ผ่านมา เช่น อัลปราโซแลม แต่เอโทมีเดทนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแม้จะทำให้ผู้ใช้หมดสติชั่วคราว แต่เอโทมีเดทไม่ได้ออกฤทธิ์เพื่อช่วยลดปัญหาในการนอนหลับ จึงไม่ได้ใช้ในผู้ที่มีปัญหาในด้านนี้ แต่เป็นการใช้เพื่อนำสลบในทางการแพทย์
ในวิธีการใช้ก็มีความแตกต่างกัน ยานอนหลับที่มักถูกนำไปผสมเพื่อหวังผลในผลข้างเคียงที่ทำให้เคลิบเคลิ้มมักจะเป็นยาที่อยู่ในรูปแบบของการรับประทาน แต่เอโทมีเดทเป็นยาที่ใช้สำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดดำ
ทำไมกลายเป็นสารตั้งต้นยาเสพติด?
เนื่องจากเอโทมีเดทมีฤทธิ์กดประสาท ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นตัวรับ GABA ในระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดฤทธิ์ข้างเคียงอย่างเช่น รู้สึกผ่อนคลาย ง่วงนอน และอาจรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ซึ่งเป็นลักษณะอาการที่ผู้เสพสารเสพติดต้องการ
สารเสพติดที่พบในปัจจุบันที่มีเอโทมีเดทผสมอยู่ เรียกว่า “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งระบาดหนักในไต้หวันและจีน โดยถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบของ “หัวพอต” และมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และยาเสพติดชนิดอื่นผสมอยู่ด้วย ซึ่งในไทยเป็นที่นิยมในนักท่องเที่ยวในกลุ่มย่านทองหล่อ ถูกลักลอบจำหน่ายตามช่องทางออนไลน์ นี้ มีวิธีการเสพเหมือนกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปโดยการสูดเข้าปอด ในระหว่างเสพจะมีอาการคล้ายกับการเสพเคตามีน มีอาการเคลิบเคลิ้มคล้ายฝันกลางวัน มึนงง เกิดภาพหลอน เป็นต้น ในกรณีที่เสพมากเกินไปจะทำให้ผู้เสพขาดสติ ไม่รู้สึกตัว อาการคล้ายกับซอมบี้เดิน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อว่า “บุหรี่ซอมบี้”“บุหรี่ซอมบี้”
อันตรายจากยาเอโทมีเดท
แม้ว่าเอโทมีเดทมีประโยชน์ในทางการแพทย์ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นยาแล้วนั้นถึงแม้ใช้อย่างถูกต้องก็อาจเกิดผลข้างเคียงในแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป
ผลข้างเคียงจากยาเอโทมีเดทที่พบได้บ่อย ได้แก่
- คลื่นไส้อาเจียน
- ปวดบริเวณที่ฉีด
- เวียนศีรษะหรือมึนหัว
- อาการกล้ามเนื้อกระตุก
ในผู้ป่วยที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงอาจมีอาการ ดังนี้
- การกดการทำงานของต่อมหมวกไต (การใช้เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนของต่อมหมวกไต)
- อาการแพ้ ผื่น คัน บวม
- ภาวะหยุดหายใจ ภาวะดังกล่าวอาจพบได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้น
อันตรายจากการใช้ผิดวัตถุประสงค์
การนำเอโทมีเดทมาใช้ผสมกับยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดอื่น หรือยาเสพติด อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาขึ้นได้
- กลุ่มเบนโซไดอาเซพีน (Benzodiazepines): อาจเพิ่มฤทธิ์ในการกดประสาท ทำให้ง่วงหรือซึมมากขึ้น
- กลุ่มโอปิออยด์ (Opioids): อาจไปเสริมฤทธิ์กดการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหายใจล้มเหลว
- ยากันชัก (Anticonvulsants): ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการควบคุมอาการชัก ทำให้ยากันชักออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่
ดังนั้น บุหรี่ไฟฟ้าที่เดิมก็มีอันตรายต่อสุขภาพของผู้สูบมากอยู่แล้ว การที่เอโทมีเดทถูกผสมเพื่อเป็นยาเสพติดที่ถูกผสมกับยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือยาเสพติดอย่าง “บุหรี่ซอมบี้” ที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าสารแต่ละชนิดผสมลงไปมากน้อยแค่ไหน ยิ่งส่งผลให้อันตรายมีมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งอาจทำให้ผู้เสพมีอาการ ดังต่อไปนี้
- ง่วงซึมอย่างรุนแรง
- อัตราการหายใจช้าลง
- เกิดภาวะหายใจช้าจนถึงขั้นอันตราย
- ความดันโลหิตต่ำ
- คลื่นไส้ อาเจียน
- เกิดภาวะขาดออกซิเจน
- หมดสติ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ในกรณีที่เลิกสูบไปแล้ว ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลที่จะตามมาในระยะยาวได้ ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฮอร์โมนที่ต่อมหมวกไต ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการทำงานผิดปกติในที่สุด
ยาเอโทมีเดท ผิดกฎหมายไหม
ในประเทศไทยเอโทมีเดทเคยถูกจัดอยู่ในหมวดยาควบคุมพิเศษ ตาม พ.ร.บ ปี พ.ศ. 2510 แต่ปัจจุบันในไทยได้มีการขยายผลและประสานไปยังทาง อย. เพื่อให้มีกฎหมายรองรับเมื่อเอโทมีเดทถูกนำไปผสม ส่งผลให้ในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2568 เอโทมีเดทนั้นได้ถูกจัดเป็น “วัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด”
ภัยอันตรายจากยาเสพติดมักแฝงมาในรูปแบบต่างๆที่เราอาจคาดไม่ถึง การดูแลตัวเองและไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่หรือสังคมสุ่มเสี่ยงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันตนเองจากยาเสพติดได้ ทั้งนี้การยับยั้งชั่งใจก็สำคัญ อย่าเชื่อคำว่า “ลองแค่ครั้งเดียว ไม่เป็นไร” เพราะในยาเสพติดหลายชนิดออกฤทธิ์แรงตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ หากผู้ปกครองพบว่าบุตรหลานของตนเองใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้วมีอาการแปลกๆ ร่างกายทรุดโทรมลง นิสัยเปลี่ยนไปเหมือนคนละคน นั่นอาจไม่ใช่บุหรี่ไฟฟ้าธรรมดา แต่อาจเป็น “บุหรี่ซอมบี้” หากเริ่มมีการสงสัย สามารถปรึกษาเบื้องต้นกับภูฟ้าเรสท์โฮมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...
ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี
โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569
เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...