ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการเลิกยาเสพติดไม่ใช่คำสั่ง แต่คือ "การรับฟัง"

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

เมื่อพ่อแม่รู้ว่าลูกติดยาเสพติด สิ่งแรกที่หลายคนทำโดยสัญชาตญาณคือการอยากที่จะตักเตือน ตำหนิ หรือแม้แต่การออกคำสั่ง แต่ล้วนเต็มไปด้วยเจตนาแห่งความห่วงใย สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี หากแต่เป็นความเงียบที่หนักขึ้น ความต่อต้านที่รุนแรงขึ้น และระยะห่างในความสัมพันธ์ที่กว้างขึ้นทุกวัน จนหลายครอบครัวรู้สึกหมดหนทางและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรอีกต่อไป

ผู้ปกครองอาจมีคำถามว่า “เราทำอะไรผิดไป?”

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ "สิ่งที่พูด" แต่อยู่ที่ "สิ่งที่ไม่เคยทำ" นั่นคือ การรับฟังอย่างแท้จริง


ทำไม “การรับฟัง” ถึงสำคัญกว่าการตักเตือนก่อน?

การรู้ว่าลูกใช้สารเสพติดหรือติดยาเสพติด แน่นอนว่าจิตใจของผู้ปกครองก็แตกสลายไม่น้อย และอยากช่วยลูกให้หลุดพ้นจากยาเสพติด ซึ่งอาจจะแสดงออกไปในแนวของการตักเตือน เพื่อหวังว่าจะสามารถจะดึงสติลูกกลับมาได้ในเร็ววัน แต่ในทางกลับกันผู้เสพอาจจะรู้สึกว่าตนเองถูกตำหนิ ถูกตัดสิน และรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจตน

จากมุมมองของจิตวิทยา เมื่อมนุษย์รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตัดสิน สมองจะเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า Defensive Mode หรือโหมดป้องกันตัวเอง สมองของมนุษย์มีกลไกป้องกันตัวเองที่ทำงานอัตโนมัติ โดยมักประเมินสถานการณ์ที่คุกคามสูงกว่าความเป็นจริง และในแง่ที่โดนตักเตือนหรือถูกตำหนินี้ระบบประสาทจะตีความคำพูดของอีกฝ่ายว่าเป็น "ภัยคุกคาม" ไม่ใช่ "ความห่วงใย"

ผลที่ตามมาคือ ไม่ว่าจะพูดตักเตือนมากมายแค่ไหน ผู้เสพก็ไม่สามารถเปิดใจมองว่านั่นคือเจตนาที่ดีได้ เพราะสมองไม่ได้อยู่ในโหมดรับสาร แต่อยู่ในโหมดสู้หรือหนี นี่คือสาเหตุที่ผู้ปกครองอาจจะรู้สึกว่า "พูดแล้วลูกไม่เคยฟัง" หรือ “ยิ่งพูดยิ่งแย่” ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ลูกไม่ได้ไม่ฟัง แต่สมองของเขาถูกปิดกั้นด้วยความรู้สึกถูกตัดสินก่อน ยิ่งผู้ปกครองพูดตักเตือนมากและรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้กำแพงสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่ในทางตรงกันข้าม การรับฟังโดยไม่ตัดสินจะส่งสัญญาณให้สมองรู้ว่า "ที่นี่ปลอดภัย" เมื่อความรู้สึกปลอดภัยเกิดขึ้น แรงต้านทางอารมณ์จะค่อยๆลดลง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่จะสามารถเริ่มเปลี่ยนแปลงหรือโน้มน้าวความคิดของผู้เสพได้


การไม่รับฟังส่งผลต่อพฤติกรรมการเสพอย่างไร?

เงาคนสีดำหันหน้าเข้ากัน

หนึ่งในความจริงที่อาจจะเจ็บปวดที่สุดของผู้เสพคือ หลายครั้งมันไม่ได้เริ่มจากความอยากลองหรืออยากรู้อยากเห็น แต่เริ่มจากความต้องการหนีจากความทุกข์ทรมานในใจที่ไม่มีใครรับรู้ หลายครอบครัวอาจเข้าใจว่าการตักเตือนซ้ำๆ คือการแสดงความห่วงใยหรืออาจจะทำให้ผู้เสพคิดได้ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นภายในสมองของผู้เสพ เมื่อถูกตักเตือนหรือตำหนิบ่อยโดยไม่มีใครรับฟังต้นตอของปัญหา กลับเป็นกระบวนการที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ครอบครัวหวัง งานวิจัยจาก PMC National Institutes of Health อธิบายกลไกนี้ไว้ว่า เมื่อมนุษย์เผชิญกับความเครียดสะสมโดยไม่มีทางระบาย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และในช่วงต้นของการเริ่มเสพยาเสพติด คอร์ติซอลในระดับนี้จะไปกระตุ้นระบบ Mesolimbic Dopamine หรือ "วงจรรางวัล" ในสมอง ทำให้ยิ่งเครียดมาก การเสพยาเสพติดก็ยิ่งทำให้รู้สึกดีมากขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Journal of Neuroscience ยังพบว่าระดับคอร์ติซอลที่สูงขึ้นจากความเครียดทางจิตใจมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการหลั่ง Dopamine ในส่วน Ventral Striatum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความรู้สึกพึงพอใจ กล่าวคือ ความเครียดที่สะสมจากการถูกตำหนิโดยไม่มีใครรับฟัง ก็ส่งผลให้สมองไวต่อฤทธิ์ของยาเสพติดมากขึ้น

ผลที่ตามมาในเชิงพฤติกรรมจึงมักรุนแรงขึ้น เช่น เสพเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ไม่มีทางออก หลีกเลี่ยงครอบครัว และสูญเสียแรงจูงใจในการเลิก เพราะรู้สึกว่า "เลิกไปก็คงไม่ได้มีอะไรดีขึ้น”

คำพูดที่ทำลาย vs คำพูดที่สร้างสะพานสู่การเลิกยาเสพติด

ตัวอย่างคำพูดที่ทำร้ายความรู้สึก (แม้จะมีเจตนาที่ดี)

"พ่อ/แม่พูดเพราะห่วง ลูกรู้ไหมว่าสิ่งที่ทำอยู่มันทำลายอนาคตตัวเอง? ถ้าลูกรักตัวเอง รักพ่อแม่ ก็ควรต้องเลิก"

ผลที่ตามมา: แม้จะไม่ได้ดุด่า แต่คำพูดที่แฝงการตัดสิน เปรียบเทียบ และสั่งสอน อาจทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า แทนที่จะรู้สึกว่าได้รับความเข้าใจ ผลลัพธ์คือปิดใจ ไม่อยากเล่าอะไรอีก และยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น

ตัวอย่างคำพูดที่มีแนวโน้มสร้างแรงจูงใจ

"พ่อ/แม่รู้ว่าตอนนี้มันยากมาก ไม่ว่าตอนนั้นลูกจะเริ่มเพราะอะไร แค่อยากให้รู้ว่ายังอยู่ตรงนี้เสมอ พร้อมฟังลูกเสมอถ้าลูกอยากเล่า"

ผลที่ตามมา: ไม่ได้แปลว่าลูกจะเปิดใจทันที แต่ใจของลูกจะไม่ได้ปิดในทันที และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้น


ความแตกต่างระหว่างสองบทสนทนานี้ไม่ใช่แค่น้ำเสียง แต่คือ ทิศทางของความสนใจ บทสนทนาแรกพูดถึงตัวเองและความรู้สึกของพ่อแม่ บทสนทนาที่สองพูดถึง "ลูก" และเปิดพื้นที่ให้เขารู้สึกว่ามีคนมองเห็นและเข้าใจ ไม่ใช่แค่คนที่รอตัดสิน


การรับฟังที่ดีควรเป็นอย่างไร?

ภาพการ์ตูนผู้ชายสองคนนั่งคุยกัน

การที่จะทำให้ผู้ป่วยยาเสพติดรู้สึกได้ว่าเรารับฟังอย่างแท้จริงไม่ใช่แค่การนิ่งเงียบ แต่คือการทำให้ผู้พูดรู้สึกถูกเข้าใจ

ฟังจนจบ ก่อนพูด อย่าแทรกกลางประโยค แม้จะอยากโต้แย้ง ให้รอจนเขาพูดจบก่อน เพราะการถูกตัดคำกลางคันส่งสัญญาณชัดเจนว่า "ความคิดของฉันไม่สำคัญพอที่จะได้รับฟัง"

สะท้อนสิ่งที่ได้ยิน ไม่ใช่สิ่งที่คิด แทนที่จะพูดว่า "มันผิด" ลองพูดว่า "ที่เล่ามา หมายความว่าตอนนั้นรู้สึก... ใช่ไหม?" เป็นการสะท้อนสิ่งที่อีกฝ่ายพูดกลับไปด้วยความเข้าใจ เพื่อให้เขารู้สึกว่าถูกได้ยินจริง ๆ ไม่ใช่แค่ถูกรอให้พูดจบ

ระวังภาษากาย การกอดอก การถอนหายใจ หรือการชายตามองที่อื่น ล้วนส่งสัญญาณว่าเราไม่ได้ฟังจริง แม้จะไม่พูดอะไรเลยก็ตาม ร่างกายบอกความจริงได้บางครั้งดีกว่าคำพูด

ไม่ตัดสินขณะที่ยังพูดไม่จบ หากเขารู้สึกว่าทุกคำที่พูดออกไปจะถูกนำมาเป็นหลักฐานที่ทำให้ถูกกล่าวโทษในภายหลัง เขาจะหยุดเล่า และอาจปิดใจไปนานกว่าที่คิด

ถามคำถามเปิด ไม่ใช่คำถามที่นำไปสู่การกล่าวโทษ เช่น "ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?" แทนที่จะเป็น "ทำไมถึงทำแบบนี้?" เพื่อให้ผู้พูดได้ค้นหาเหตุผลของตนเองในการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่รู้สึกว่าถูกสอบสวนหรือบังคับ

ตามหลักจิตวิทยาวิธีเหล่านี้เรียกว่า Active Listening หรือการฟังอย่างตั้งใจ เป็นรากฐานสำคัญของกระบวนการที่เรียกว่า Motivational Interviewing (MI) ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยืนยันว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยให้ผู้ติดสารเสพติดพร้อมเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง โดยมีแนวทางที่ครอบครัวสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน


สัญญาณที่บอกว่าเขาเริ่มเปิดใจ และควรทำอย่างไรต่อ?

การคอยรับฟังอย่างสม่ำเสมอจะค่อยๆ สร้างความไว้วางใจ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในครั้งเดียว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีสัญญาณที่บอกว่าเขาพร้อมรับความช่วยเหลือมากขึ้นแล้ว อย่างเช่น

เริ่มเล่าเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันที่แบกรับ ความกลัวที่ไม่กล้าบอกใคร หรือสิ่งที่ทำให้เจ็บปวด เริ่มยอมรับว่ามีปัญหา แม้จะพูดแบบอ้อมๆ เช่น "บางทีก็รู้ว่ามันไม่ดีเหมือนกัน" หรือเริ่มถามเองว่า "มีวิธีเลิกยาเสพติดไหม?” และที่สำคัญที่สุดคือเริ่มหาเวลาอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ต้องมีเหตุผล

ในกระบวนการ Motivational Interviewing นักจิตวิทยาเรียกสัญญาณเหล่านี้ว่า Change Talk หรือ "สัญญาณของการพร้อมเปลี่ยนแปลง" เช่น

  • การแสดงความปรารถนา อยากเลิกยาเสพติด แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
  • ความสามารถ อาจเริ่มมีการคิดว่าถ้าพยายามจริงๆ น่าจะทำได้
  • การลงมือทำ เช่น ลองไม่เสพมาสามวันแล้ว

เมื่อสัญญาณเหล่านี้ปรากฏขึ้น นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่ไม่ควรเร่งรัดหรือกดดัน ให้เริ่มเปิดบทสนทนาเรื่องการขอความช่วยเหลืออย่างอบอุ่น เช่น “เคยปรึกษาสถานบำบัดยาเสพติดที่นึงมา คนดูแลดีมาก สถานที่ก็บรรยากาศดี อยากลองไปดูกันไหม?” แทนที่จะพูดว่า "ถึงเวลาต้องไปบำบัดแล้ว" เพราะคำพูดที่ให้ทางเลือกจะรู้สึกแตกต่างกว่าการถูกบังคับ และทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตัดสินใจ ไม่ใช่ถูกลากไป

การพยายามพาลูกเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดไม่ใช่การทำร้ายจิตใจ และไม่ใช่การตัดสินลูก แต่คือการบอกว่า "พ่อแม่เชื่อว่าลูกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และพร้อมอยู่ข้างๆ ตลอดทาง" และบางทีคำพูดที่เขาต้องการที่สุดในชีวิตของเขา ณ ตอนนี้ ไม่ใช่คำสั่งหรือคำตักเตือน แต่คือประโยคง่ายๆ ว่า "พวกเราคอยรับฟังอยู่เสมอ"

เมื่อลูกเริ่มเปิดใจแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการพูดคุยเรื่องการเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ซึ่งในปัจจุบันมีสถานบำบัดยาเสพติดที่ให้การดูแลทั้งในกระบวนการถอนยาและในกระบวนการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยมีผู้ชำนาญการและนักจิตวิทยาที่เข้าใจในพฤติกรรมของผู้ป่วยยาเสพติดดูแลตลอดกระบวนการ ปรึกษาเพื่อพาคนที่คุณรักเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษาที่ภูฟ้าเรสท์โฮม

บทความที่คุณอาจสนใจ

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...

หน้าปกบทความพยายามเลิกยาเสพติดแล้ว แต่ทำไมยังไม่สำเร็จ ?

พยายามเลิกยาเสพติดแล้ว แต่ทำไมยังไม่สำเร็จ ?

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เคยพยายามเลิกยาเสพติดด้วยตัวเองแล้วล้มเหลว? ไม่ใช่เพราะคุณเข้มเเข็งไม่พอ หรือความตั้งใจไม่มากพอ แต่เ...