ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

ไขข้อเท็จจริง 5 วิธีล้างสารเสพติดจากร่างกาย ได้ผลจริงหรือ?

25 กันยายน 2568

ไขข้อเท็จจริง 5 วิธีล้างสารเสพติดจากร่างกาย วิธีไหนได้ผลจริง? พร้อมวิธีเลิกยาเสพติดที่ปลอดภัยและได้ผลอย่างยั่งยืน

หน้าปก ไขข้อเท็จจริง 5 วิธีล้างสารเสพติดจากร่างกาย ได้ผลจริงหรือ?

ทำอย่างไรให้สารเสพติดออกจากร่างกายเร็วที่สุด?

ก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจก่อนว่าสารเสพติดแต่ละชนิดมีระยะเวลาตกค้างในร่างกายไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น เฮโรอีน 1-3 วัน, กัญชา 1-7 วัน, เมทแอมเฟตามีน 2-3 วัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของปริมาณการเสพ ระยะเวลาในการเสพ ความถี่ในการเสพ รวมถึงน้ำหนักของผู้เสพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรที่มีผลต่อระยะเวลาในการขับสารเสพติดออกจากร่างกายทั้งสิ้น ไม่สามารถระบุวันเวลาอย่างชัดเจนและแน่นอนว่าสารเสพติดจะหมดไปจากร่างกายภายในกี่วัน และปัจจุบันไม่มีวิธีที่จะสามารถล้างสารเสพติดออกจากร่างกายได้ภายใน 1-2 วัน

ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของมนุษย์มีกลไกในการขับสารออกจากร่างกายได้เองโดยไม่ต้องใช้สิ่งกระตุ้นในการช่วยขับออก แต่ต้องอาศัยระยะเวลาตามธรรมชาติของร่างกาย ดังนั้นการทำให้สารเสพติดออกจากร่างกายโดยเร็วที่สุดสิ่งแรกที่สามารถทำได้คือการงดเสพยาเสพติด



วิธีใดบ้างที่มักเชื่อว่าล้างสารเสพติดออกจากร่างกายได้?

เมื่อพูดถึง “การล้างสารเสพติด” หลายคนมักนึกถึงวิธีการต่าง ๆ ที่ได้ยินมา บางวิธีมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพ แต่บางวิธีอาจเป็นอันตรายได้ หากใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินความจำเป็น

1. การดื่มน้ำในปริมาณมากๆ

ขวดน้ำเปล่า

การดื่มน้ำในปริมาณมากเป็นวิธีที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการเร่งขับปัสสาวะ และโดยส่วนใหญ่สารเสพติดจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นการดื่มน้ำในปริมาณมากๆก็จะไปกระตุ้นให้มีการปัสสาวะถี่ขึ้น เมื่อมีการปัสสาวะที่บ่อยขึ้นสารที่ถูกกำจัดออกมาทางปัสสาวะด้วยก็อาจถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้นได้ ทั้งนี้การปัสสาวะในปริมาณมากก็ไม่ได้หมายความว่าการขับสารพิษนั้นจะมากตามปริมาณปัสสาวะ และการดื่มน้ำในปริมาณที่มากจนเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่วันอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น

  • ร่างกายเสียสมดุล เกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำกว่าปกติ มักจะทำให้เกิดอาการเพลียเล็กน้อย เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ หากมีอาการรุนเเรงจะรู้สึกง่วงนอนและไม่รู้สึกตัว
  • เซลล์บวม ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ ชัก ไม่รู้สึกตัว เสี่ยงต่อการเสียชีวิต
  • ไตทำงานหนัก เนื่องจากไตต้องกรองน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ในกรณีที่ไตไม่สามารถขับน้ำออกไปได้หมด อาจเกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย

2. การใช้สมุนไพรถอนพิษยาเสพติด

รูปภาพประกอบ

การใช้สมุนไพรถอนพิษยาเสพติดหรือล้างสารเสพติดออกจากร่างกาย เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มักจะได้ยินมาอย่างยาวนาน ในความเป็นจริงแล้วการใช้สมุนไพรเพื่อถอนพิษยาเสพติดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่พียงพอต่อการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด แต่สามารถใช้เสริมเพื่อบรรเทาอาการถอนยาในโปรแกรมการบำบัดภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญได้ โดยสมุนไพรที่มีการรับรองว่าสามารถใช้เพื่อเสริมการเลิกยาเสพติดและช่วยบรรเทาอาการถอนพิษแอมเฟตามีนได้ คือ รางจืด อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรในการรักษาควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากใช้ไม่เหมาะสมอาจเกิดโทษแทนที่จะได้ประโยชน์ เนื่องจากผลข้างเคียงจากการใช้รางจืดในปริมาณไม่เหมาะสมนั้นอาจทำให้ตับ ไต และระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ

3. การใช้ยาขับปัสสาวะ

แผงยาวางรวมกันหลายแผง

อีกหนึ่งความเชื่อในการเร่งขับสารเสพติดออกจากร่างกายคือการใช้ยาขับปัสสาวะ ซึ่งต้องบอกว่าวิธีนี้นั้นไม่ต่างจากการกระตุ้นการเร่งขับของเสียผ่านทางปัสสาวะด้วยการดื่มน้ำในปริมาณมาก เนื่องจากการใช้ยาขับปัสสาวะเป็นเพียงการไปเร่งกลไกการขับของเหลวออกทางปัสสาวะ อย่างที่กล่าวคือการที่ปัสสาวะในปริมาณมากไม่ได้สัมพันธ์กับปริมาณสารที่ถูกขับออกมา ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นยาขับปัสสาวะจะใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะการสะสมน้ำมากในร่างกาย เพื่อขับโซเดียมและน้ำออกจากร่างกาย การใช้ยาขับปัสสาวะโดยไม่จำเป็น ยังอาจส่งผลข้างเคียงได้ดังนี้

  • ปวดศีรษะ มึนงง
  • ปัสสาวะบ่อย
  • บางรายอาจเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนเเรง ตะคริว
  • กระหายน้ำเนื่องจากขาดโพแทสเซียม
  • ท้องเสีย
  • ในเพศชายอาจเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • มีผื่นที่ผิวหนัง

4. การกินวิตามินซี

แคปซูลวิตามินซี

การกินวิตามินซีนั้นไม่ได้ช่วยเร่งล้างสารเสพติดออกจากร่างกายแต่การที่ร่างกายเราได้รับวิตามินซีจะช่วยไปเพิ่มความเป็นกรดของปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะอยู่ในสภาวะเป็นกรดจะทำให้การขับสารออกทางปัสสาวะได้มากขึ้น แต่การใช้วิตามินซีนั้นก็จำเป็นต้องใช้ตามปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุในฉลากอย่างเคร่งครัด โดยในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีภาวะขาดวิตามินซี ปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หากมีการรับประทานวิตามินซีที่มีปริมาณสูงมากกว่าที่ร่างกายควรได้รับอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น คลื่นไส้ ปวดเกร็งช่องท้อง และที่พบได้บ่อยคือภาวะท้องเสีย



5. การออกกำลังกายเพื่อให้เหงื่อออก

คนสองคนวิ่งออกกำลังกาย

การออกกำลังกายให้เหงื่อออกในปริมาณมากๆเพื่อหวังผลในการขับสารเสพติดออกทางเหงื่อนั้น “ไม่สามารถทำได้โดยตรง” เนื่องจากการขับสารเสพติดส่วนใหญ่จะผ่านการกรองโดยไตแล้วขับออกมาทางปัสสาวะ แต่การออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยในการกระตุ้นส่งเสริมการทำงานของตับและไตได้ นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างหนักและเสียเหงื่อมากจนเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำแล้วส่งผลให้กระบวนการล้างสารพิษของร่างกายช้าลงได้



เลิกยาเสพติดอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย?

การเลิกยาเสพติดนั้นหากจะอาศัยเพียงการขับสารเสพติดออกจากร่างกายเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถแก้ปัญหาในการติดยาเสพติดได้ สิ่งสำคัญคือการเลิกยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย เนื่องจากผู้ที่เสพยาเสพติดนั้นต้องได้รับการบำบัดรักษาอย่างครอบคลุมทั้งในส่วนของการถอนพิษยาเสพติด การบำบัดรักษาทางด้านร่างกายและจิตใจ การปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตได้โดยไม่ต้องหันกลับไปพึ่งยาเสพติดอีก

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดยาเสพติดเรื้อรังหรือในผู้ที่เคยลองใช้ครั้งแรก วิธีดูแลตัวเองในเบื้องต้นคือ

1. งดการเสพสารเสพติด

2. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน 6-8 แก้ว

3. ออกกำลังกาย

แต่หากพบว่าตนเองเกิดอาการผิดปกติจากการถอนยา เช่น นอนไม่หลับ มือสั่น ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ แนะนำให้รีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที


และในผู้ที่มีการเสพติดแบบเรื้อรัง กรณีนี้การเลิกยาแบบหักดิบด้วยตนเองอาจส่งผลอันตรายต่อผู้ป่วยเนื่องจากอาจก่อให้เกิดอาการถอนยาที่รุนแรง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น อาการชัก หายใจลำบาก อาเจียนอย่างหนัก ประสาทหลอน สับสน หรือซึมเศร้าหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดยาเสพติดอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกเริ่มในการหยุดใช้สารเสพติด


การล้างสารเสพติดในร่างกายไม่ได้มี “ทางลัด” ที่ทำให้หายขาดในเวลาอันสั้น วิธีที่หลายเคยได้ยินมา อาจมีส่วนช่วยบ้างแต่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง และบางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการงดเว้นการใช้ยาเสพติด และเข้ารับการดูแลจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ คือหนทางที่ปลอดภัยและได้ผลจริงในการเลิกยาเสพติด เลิกยาเสพติดวันนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า โทร 1522


สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารักษายาเสพติด

บทความที่คุณอาจสนใจ

ภาพหน้าปก ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...

รูปปก 5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครองทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว

โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569

พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5...

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...