5 ความเข้าใจผิดของผู้ปกครอง ทำให้ปัญหายาเสพติดในบ้านดิ่งลงเหว
28 เมษายน 2569
พ่อแม่หลายคนล้วนมีเจตนาที่ดีแต่รู้หรือไม่ว่าในบางการกระทำก็อาจทำให้ปัญหายาเสพติดของลูกแย่ลง รู้จัก 5 ความเข้าใจผิดที่ผู้ปกครองมักทำโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีแก้ที่ถูกต้อง
เมื่อรู้ว่า “ลูกติดยาเสพติด” สำหรับผู้ปกครองแล้ว นี่อาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิต ทั้งความกังวล ความกลัว พยายามคิดหาทางว่า เมื่อลูกติดยาเสพติด ทำยังไง? และความไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไร
หลายครอบครัวพยายามช่วยลูกด้วยวิธีของตนเองอย่างเต็มที่ ด้วยความหวังว่าเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง แต่ในบางกรณี ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้สถานการณ์แย่ลงโดยไม่รู้ตัว
พฤติกรรมของคุณในครอบครัวส่งผลต่อผู้เสพอย่างไร?
เนื่องจากการเลิกยาเสพติดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่ “สภาพแวดล้อมในครอบครัว” ก็มีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูอาการติดยาเสพติด หลายคนอาจมองว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้เสพ และการเลิกยาเสพติดขึ้นอยู่กับความตั้งใจของเขาเป็นหลัก หากตัวของผู้ป่วยยาเสพติดเองมีความตั้งใจ อดทน เพียงเท่านั้นก็สามารถเลิกได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ครอบครัวคือหนึ่งในปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบำบัด ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เข้าใจ เปิดรับ และไม่ตัดสิน มักมีแนวโน้มที่จะเปิดใจและให้ความร่วมมือกับการรักษามากกว่า
ในทางกลับกัน หากผู้ป่วยรู้สึกถูกกดดัน ถูกตำหนิ หรือไม่ได้รับการยอมรับ เขาอาจเลือกที่จะปิดตัวเอง ไม่สื่อสาร และหลีกเลี่ยงกระบวนการรักษา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการกลับไปใช้ยาอีก
ดังนั้น พฤติกรรมเล็กๆ ภายในครอบครัว จึงมีผลต่อการตัดสินใจและความรู้สึกของผู้ป่วยมากกว่าที่หลายคนคิด
พฤติกรรมอะไรบ้างที่ส่งผลเสียต่อผู้ป่วยยาเสพติด?
1. การตำหนิ ดุด่า หรือใช้คำพูดรุนแรง
การใช้คำพูดเชิงลบ เช่น การตำหนิ ดูถูก หรือประชดประชัน อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า และไม่เป็นที่ยอมรับ ส่งผลให้เขาปิดกั้นตัวเองและไม่เปิดใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กดดันหรือขาดการสนับสนุนทางอารมณ์ จะส่งผลต่อแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมในการบำบัดโดยตรง
2. การกดดันให้เลิกทันทีโดยไม่เข้าใจ
แม้จะเป็นความหวังดี อยากให้ลูกหรือคนที่รักเลิกยาเสพติดได้โดยเร็ว แต่การเร่งให้ผู้ป่วยหยุดยาโดยทันที โดยไม่เข้าใจสภาพร่างกายและจิตใจ อาจส่งผลเสียต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย แรงกดดันที่ผู้ป่วยได้รับทั้งโดยตรงและโดยอ้อม อาจนำไปสู่ความกังวลที่เพิ่มขึ้นและไปกระตุ้นให้อยากใช้ยาเพื่อหนีปัญหาอีก กล่าวคือยิ่งเพิ่มความเครียด ยิ่งกระตุ้นความอยากเสพ ในขณะเดียวกันการเลิกยาแบบทันทีโดยไม่มีการดูแลที่ถูกต้องเป็นระบบนั้นก่อให้เกิดอาการ "ลงแดง" ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง เช่น
ด้านร่างกาย: กระสับกระส่าย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว ปวดท้อง ตัวร้อนมีไข้
ด้านจิตใจ: หงุดหงิด วิตกกังวล กระวนกระวายใจ กลัว หวาดระแวง
3. การควบคุมหรือจัดแจงชีวิตมากเกินไป
การพยายามควบคุมทุกอย่างในชีวิตของผู้ป่วย เช่น จำกัดอิสระหรือบังคับตัดสินใจแทน อาจทำให้เขารู้สึกสูญเสียตัวตน และไม่อยากมีส่วนร่วมในการบำบัดยาเสพติด ทางที่ดีคือการที่ครอบครัวและผู้ป่วยสร้างจุดมุ่งหมายร่วมกัน คอยส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถรับผิดชอบพฤติกรรมของตนได้ด้วยตัวเอง
4. การเพิกเฉยหรือหลีกเลี่ยงปัญหา
การทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหา อาจทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม และยิ่งเหมือนว่าปล่อยให้สถานการณ์แย่ลง เนื่องจากการที่ผู้ป่วยได้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดอย่างทันท่วงที เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟู
5. การช่วยเหลือแบบผิดวิธี
การช่วยเหลือในลักษณะที่ “ปกป้องเกินไป” เช่น ปิดบังปัญหาแทนผู้ป่วย หรือแก้ปัญหาให้ทั้งหมด อาจทำให้ผู้ป่วยไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากพฤติกรรมของตนเอง แนวทางการดูแลผู้ป่วยจึงควรเป็นการคอยช่วยให้ผู้ป่วยรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ไม่ใช่หลีกเลี่ยง ปกปิดหรือแก้ไขแทน
หากคนในครอบครัวติดยาเสพติด ควรเริ่มต้นปฏิบัติตัวอย่างไร?
เมื่อรู้ว่าคนในครอบครัวติดยาเสพติด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตั้งสติก่อนลงมือทำอะไร เพราะปฏิกิริยาของครอบครัวในช่วงแรกมีผลโดยตรงต่อความร่วมมือของผู้เสพในการเข้ารับการรักษา
1. ตั้งสติ และเปิดใจ เปิดโอกาส
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าปัญหานี้ได้เกิดขึ้นแล้ว และตั้งสติ ไม่โวยวาย ดุด่า หรือใช้กำลัง เพราะจะทำให้ผู้เสพรู้สึกว่าตนเองไม่มีที่พึ่ง ปิดใจไม่ยอมรับความช่วยเหลือ จากนั้นให้เปิดใจรับฟังถึงต้นตอสาเหตุที่ทำให้เขาหันไปใช้ยาเสพติด โดยไม่แสดงท่าทีรังเกียจ
2. ให้กำลังใจและไม่ตัดสิน
เมื่อเราเริ่มเข้าใจถึง “สาเหตุที่แท้จริง” ของปัญหาแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการส่งต่อความรู้สึกว่าเขาไม่ได้เผชิญปัญหายาเสพติดเพียงลำพัง การให้กำลังใจไม่ใช่แค่คำพูดปลอบโยน แต่คือการทำให้เขารู้ว่า “ยังมีคนที่เชื่อในตัวเขา” แม้ในวันที่เขาอาจไม่เชื่อในตัวเองแล้วก็ตาม ให้เขารับรู้ว่าเรายังอยู่ตรงนี้ ไม่ตัดสิน ไม่ผลักไส และพร้อมจะเดินไปข้างๆ กันในทุกก้าวของการเปลี่ยนแปลง
3. ให้อ้อมกอดที่อบอุ่นแก่ผู้ป่วย
สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติด ภายนอกอาจดูเหมือนเข้มแข็งหรือห่างเหิน แต่ลึกลงไปมักเต็มไปด้วยความเปราะบาง ความสับสน และความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ยากจะอธิบาย ให้ลองนึกถึงในวันที่คุณรู้สึกเหนื่อยล้า หรือรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันหนักเกินจะรับไหว บางครั้ง แค่ “อ้อมกอดจากใครสักคน” ก็เพียงพอที่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น อ้อมกอดที่อบอุ่นไม่ใช่แค่การปลอบโยนทางกายแต่คือการส่งสารบางอย่างที่สำคัญมากว่า ไม่ว่าจะเป็น ให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ไม่ได้อยู่คนเดียว และยังมีคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
4. สื่อสารกันมากขึ้นด้วยความเข้าใจ
การพูดคุยกับผู้ป่วยยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ คือหนึ่งในวิธีที่สำคัญในการช่วยให้ผู้ที่กำลังพยายามเลิกยาเสพติดค่อยๆ กลับมาสู่โลกภายนอกอีกครั้งแทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับความคิดตัวเอง เมื่อเขามีพื้นที่ให้ได้เล่า ได้ระบายความรู้สึก โดยมีใครสักคนรับฟังอยู่ข้างๆ จะช่วยลดความอึดอัดที่สะสมอยู่ภายใน และทำให้เขาไม่ต้องหนีเข้าไปอยู่กับความคิดของตัวเองเพียงลำพัง
5. ก้าวสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อผู้ที่มีปัญหายาเสพติดเริ่มเปิดใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง นั่นคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการสนับสนุนเขาเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง สิ่งที่ครอบครัวสามารถทำได้ คือการสนับสนุนให้เขาได้เข้าพบแพทย์หรือผู้ชำนาญการ เพื่อประเมินสภาพร่างกายและจิตใจอย่างรอบด้าน และวางแผนการบำบัดที่เหมาะสมกับตัวเขาจริงๆ
หลายครั้ง ปัญหายาเสพติดของคนในครอบครัวของคุณอาจไม่ได้แย่ลงเพราะตัวเขาเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของคนรอบตัว การปรับพฤติกรรมของครอบครัว และเลือกวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้การเลิกยาเสพติดมีโอกาสสำเร็จได้จริง ปรึกษาเพื่อรับแนวทางในการเลิกยาเสพติดให้คนในครอบครัว โทร 1522
บทความที่คุณอาจสนใจ
ทำไมควรเลือกสถานบำบัดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วย
โพสต์เมื่อ 28 เมษายน 2569
การเลือกสถานบำบัดยาเสพติดให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ เพราะหากเลือกผิด...
การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...
เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!
โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569
เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...