ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

CATEGORY / ARTICLE

แชร์

3 วิธีเลิกใช้ยาเสพติดอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียด - ภูฟ้าเรสท์โฮม

11 ตุลาคม 2566

วิธีเลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัยที่คนอยากหยุดใช้ยาต้องรู้ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ช่วยคนที่คุณรัก เปลี่ยนตัวเองได้อย่างเห็นผล

3 วิธีเลิกใช้ยาเสพติดอย่างปลอดภัย ช่วยคนที่คุณรัก เปลี่ยนตัวเองได้อย่างเห็นผล

วิธีเลิกยาเสพติดแบบถาวรอย่างปลอดภัย ได้ผลจริง


3 วิธีเลิกใช้ยาเสพติดอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียด - ภูฟ้าเรสท์โฮม

ในโลกที่สารเสพติดหรือยาเสพติดถูกแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง ทำให้มีผู้เสพสารเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้น การเลิกยาเสพติดนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ถ้าหากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังมองหาวิธีเลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัย ภูฟ้าเรสท์โฮมอยากบอกว่าคุณเลือกเดินทางที่ถูกต้องแล้ว ในบทความนี้ เราจะพูดถึงวิธีเลิกยาเสพติดอย่างปลอดภัย การพักฟื้น และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการเลิกยา พร้อมกับข้อมูลที่จำเป็น


เข้าใจผลกระทบจากการใช้สารเสพติด

เมื่อมีการใช้สารเสพติดเป็นประจำ ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพียงต่อผู้เสพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้คนและสังคมรอบข้าง ก่อนที่เราจะไปดูวิธีเลิกยาเสพติด เราอยากให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้สารเสพติดกันก่อน เพื่อจะได้เข้าใจว่าทำไมการเลิกยาเสพติดจึงเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าที่คิด


สารเสพติดที่นำไปสู่การเสพติดขั้นรุนแรง

พูดถึงยาเสพติด หลาย ๆ คนอาจจะนึกถึงยาบ้า หรือสารอื่น ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการเสพติดนั้นสามารถเริ่มขึ้นได้จากสารใกล้ตัว เช่น

  • โอปิออยด์ (Opioid) หรือยาระงับอาการปวดต่าง ๆ ที่ออกฤทธิ์เหมือนเฮโรอีน
  • สารกระตุ้นประสาท (Stimulants) เช่นโคเคน ที่ทำให้ผู้ใช้สารมีความกระตือรือร้นและมีพลังงานมากขึ้น
  • สารกดประสาท (Depressants): เป็นสารที่รวมไปถึงแอลกอฮอล์และยาต้านเศร้าที่ถูกจ่ายโดยแพทย์ด้วยเช่นกัน
  • กัญชา (Cannabis): หนึ่งในสารที่ก่อให้เกิดการเสพติดอย่างรุนแรงได้ในบางคน
  • สารหลอนประสาท (Hallucinogens): LSD หรือ MDMA ก็สามารถทำให้เกิดการเสพติดได้เช่นกัน


ผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจเมื่อใช้สารเสพติด

หลังจากเริ่มใช้สารเสพติดเป็นประจำจนเกิดความคุ้นชินแล้ว ผลกระทบต่อผู้เสพจะแสดงออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่ทรุดโทรมลง ปัญหาด้านสุขภาพและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จนถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจอีกด้วย

  • ในผู้ที่เสพติดสารประเภทโอปิออยด์หรือสารระงับอาการปวด จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินหายใจทำงานได้แย่ลง
  • สำหรับสารกระตุ้นประสาท มักทำให้เกิดปัญหาระบบหัวใจ ความดันเลือดและน้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • อารมณ์แปรปรวนผิดปกติ มีความก้าวร้าวมากขึ้นแม้กระทั่งกับคนใกล้ตัว
  • ความจำแย่ลง การเรียนรู้ช้าลง ในผู้เสพบางคนอาจถึงขั้นไม่สามารถไปเรียนหรือไปทำงานได้
  • ผู้เสพอาจแยกตัวอยู่คนเดียวบ่อยขึ้น ไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่นเหมือนอย่างเคย
  • ขาดความรับผิดชอบ ไม่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาอื่น ๆ อีกมากมายในกลุ่มผู้เสพติด

จากข้อมูลเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าสารเสพติดส่งผลกระทบมากมายต่อผู้เสพ ดังนั้นการเลิกยาจึงเป็นเรื่องที่มีความท้าทายหลายด้าน เพราะนอกจากจะต้องทำให้ร่างกายคุ้นชินกับการไม่ได้รับสารเสพติดแล้ว ก็ต้องทำการบำบัดด้านจิตใจเพิ่มเติมอีกด้วย

การเลิกยาเสพติดวิธีที่ 1: การล้างพิษ (Detoxification)

การล้างพิษหรือที่หลายคนคุ้นเคยกันว่าการถอนยา เป็นวิธีเลิกยาเสพติดที่สำคัญและช่วยทำให้ผู้ที่ต้องการเลิกสารเสพติดเริ่มต้นเส้นทางนี้ได้อย่างปลอดภัย เริ่มจากการขับสารต่าง ๆ ออกมา และทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตามมา เช่น คลื่นไส้อาเจียน วิตกกังวลและอาการอยากยาอย่างรุนแรง หลังจากนั้น ผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติดจะสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาทางจิตใจต่อไป


หนึ่งในความเข้าใจผิดที่มีเกี่ยวกับการถอนยาหรือการล้างพิษคือ เพียงแค่หยุดใช้สารเสพติดให้ได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว โดยความเป็นจริงคือ แค่การหยุดยานั้นยังไม่ใช่การจัดการกับปัญหาการใช้สารเสพติดในระยะยาว แต่ยังต้องมีการปรึกษาแพทย์ การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญและฟื้นฟูด้านจิตใจเพิ่มเติมด้วย


ทางเลือกการล้างพิษ

การล้างพิษสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยแบ่งได้เป็น 3 แบบใหญ่ ๆ คือ

  • ถอนพิษยาเสพติดกับแพทย์เฉพาะทาง: วิธีที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีประวัติใช้สารเสพติดหลากหลายตัว โดยทุกขั้นตอนจะถูกแนะนำและดำเนินการภายใต้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ รวมถึงยังมีการใช้ยาอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการหลังจากเริ่มการถอนยาอีกด้วย
  • ถอนพิษยาเสพติดด้วยวิธีธรรมชาติ: วิธีนี้จะโฟกัสไปที่การใช้ธรรมชาติเพื่อช่วยถอนพิษ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมุนไพรบางประเภท การออกกำลังกายและอื่น ๆ วิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่สามารถใช้ร่วมกับการถอนพิษยาแบบดั้งเดิมได้
  • ถอนพิษยาเสพติดด้วยตัวเอง: หลาย ๆ คนเลือกที่จะทำการถอนพิษยาด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะอาจจะมีอาการที่คาดเดาไม่ได้ หากต้องการถอนพิษที่บ้าน ไม่อยากเข้าศูนย์บำบัด เราแนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัย


ข้อดีของการเลิกยาด้วยวิธีถอนพิษ

การเลิกยาด้วยวิธีถอนพิษภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมีข้อดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย การบำบัดที่ตามมา การฟื้นฟูสุขภาพและอีกมาก

  • หยุดใช้ยาได้อย่างปลอดภัย โดยร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวเพื่อให้คุ้นชินกับการไม่ได้รับสารเสพติดอย่างต่อเนื่อง
  • ความปลอดภัยที่มากกว่า เพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพคอยเฝ้าดูอาการและช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวตามอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยอาจมีการใช้ยาเพิ่มเติมเพื่อรักษาอาการที่เกิดขึ้น เช่น อาการคลื่นไส้ อาการวิตกกังวล เป็นต้น
  • มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะโปรแกรมการถอนพิษยาเสพติดจะถูกควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเลิกยา รวมถึงมีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการเลิกยาอย่างถาวร
  • มีแผนสำหรับการพักฟื้นทางร่างกายและจิตใจ หลังจากทำการถอนพิษแล้ว ในระบบของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ป่วยจะได้พูดคุยเพื่อรับคำแนะนำในการเลิกยาอย่างถาวร ส่วนมากจะเป็นการมองหาต้นตอของการใช้สารเสพติด แพตเทิร์นในการใช้สารเสพติด และเริ่มต้นฟื้นฟูจิตใจจากจุดที่เป็นปัญหา
  • เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วย เมื่อทำการถอนพิษสำเร็จในขั้นตอนแรกแล้ว มักจะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการเข้าร่วมการบำบัดในขั้นตอนต่อไปได้มากขึ้น


การเลิกใช้สารเสพติดเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ไม่ยากเกินความตั้งใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อถูกดำเนินการภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงมีโปรแกรมในการเลิกยาที่ชัดเจน ดังนั้นภูฟ้าเรสท์โฮมจึงแนะนำให้คุณมองหาสถานพักฟื้นผู้ป่วยติดยาเสพติดที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยดำเนินการถอนพิษยาและการฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบ


การเลิกยาเสพติดวิธีที่ 2: การบำบัดด้วยวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางความคิด (Cognitive-Behavioral Therapy)

การเลิกยาวิธีต่อมาที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายก็คือการบำบัดทางด้านจิตใจ (CBT) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเข้ารับคำแนะนำและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ เช่น นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ เป็นต้น วิธีนี้จะโฟกัสไปที่ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกและพฤติกรรมของผู้ป่วย เพื่อแก้ไขและสร้างพฤติกรรมใหม่เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลิกยาได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีข้อดีดังต่อไปนี้

  • ได้รับการพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ว่าได้ผลจริง ตามที่ Journal of Consulting and Clinical Psychology ได้เปิดเผยว่าวิธีนี้ช่วยทำให้ผู้ป่วยลดหรือเลิกการใช้สารเสพติดได้จริง รวมถึงมีอัตราการประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก
  • ได้ผลในระยะยาว เพราะผู้ป่วยได้สำรวจและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต รวมถึงรับรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลให้กลับไปใช้ยาอีกครั้งได้ ส่งผลให้เลิกใช้ยาได้อย่างถาวร
  • ใช้ร่วมกับการรักษาแบบอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างในวิธีแรกที่เป็นการถอนพิษ โปรแกรมที่ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดทางจิตใจเพิ่มเติม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

วิธีบำบัดด้านจิตใจรูปแบบอื่น ๆ

การบำบัดสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วย อย่างเช่นวิธีเหล่านี้

  • การบำบัดโดยให้สิ่งจูงใจ (Contingency Management): เป็นการบำบัดที่มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านบวกที่ทำให้ผู้ป่วยเลิกใช้สารเสพติดได้ โดยใช้การเสริมแรงและการให้รางวัลเพื่อเป็นสิ่งจูงใจ รวมถึงมีการลงโทษเมื่อผู้ป่วยทำพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าวิธีนี้สามารถช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเลิกใช้สารเสพติดได้อย่างประสบความสำเร็จมากขึ้น
  • การบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจ (Motivational Enhancement Therapy): เป็นการบำบัดที่มุ่งเน้นไปที่สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ป่วยเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตั้งแต่การเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการเสพติด วางแผนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และลงมือทำเพื่อผลในระยะยาว


การรักษาด้วยยาช่วย (Medication-Assisted Treatment)

สุดท้ายคือการรักษาด้วยการใช้ยาเข้ามาช่วย ส่วนมากจะถูกนำไปใช้กับผู้มีประวัติการใช้สารเสพติดประเภทโอปิออยด์ (Opioid) หรือโรค Opioid Use Disorder (OUD) โดยเน้นให้ผู้ป่วยใช้ยาลดลงได้อย่างปลอดภัย และไม่ใช้ยาในทางที่ผิด อีกทั้งยังข้อดีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้รับผลลัพธ์และการฟื้นตัวที่ค่อนข้างดีเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาแบบจิตสังคมบำบัด (Physcosocial Treatment) การรักษาแบบนี้ยังมีข้อดีอย่างเช่น

  • รักษาตามข้อมูลทางการแพทย์ โดยจะเริ่มจากประวัติการใช้ยาต่าง ๆ ของผู้ป่วย ใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเพื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ลดอาการลงแดง เพราะมีการใช้ตัวยาอื่น ๆ ช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นหลังจากทำการรักษา ทำให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้นกับการเลิกยา
  • มีโอกาสเลิกยาสำเร็จได้สูง เพราะมีการรักษาโดยการใช้ยาอื่น ๆ เข้ามาช่วยตามความต้องการและอาการของผู้ป่วยในขณะนั้น ๆ ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการเลิกยาที่สูงขึ้น เพราะสัมผัสได้ถึงความสบายใจและผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง

ขั้นตอนการรักษาด้วยการใช้ยาช่วย

  • ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบประวัติการใช้ยาของผู้ป่วยอย่างละเอียด รวมถึงโดสของยาที่ใช้มาก่อนเข้ารับการรักษา
  • หลังจากนั้นจะมีการรักษาโดยใช้ยาที่ช่วยบรรเทาอาการอยากยา อาการลงแดง หรืออาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยมักจะทำในสถานพยาบาลหรือสถานที่ที่เหมาะสม ควบคุมตัวแปรได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง
  • ต่อมาจะเป็นช่วงที่ลดขนาดยาลงและเฝ้าดูอาการให้คงที่อยู่เสมอ ผู้เชี่ยวชาญจะค่อย ๆ ปรับขนาดยาลงให้เพียงพอต่อความต้องการของสมองเท่านั้น จุดประสงค์ในระยะนี้คือควบคุมผลกระทบของการใช้ยาให้ได้ และป้องกันการใช้ยาเกินขนาด
  • หลังจากปรับลดขนาดยาได้แล้ว จะมีการบำบัดด้านจิตวิทยาร่วมด้วย เพื่อช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถปรับพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม
  • หลังจากช่วงนี้ ผู้ป่วยจะต้องทำการเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหรือทีมแพทย์เป็นประจำเพื่อดำเนินการเลิกใช้ยาอย่างถาวร รวมไปถึงการวางแผนหยุดการรักษาด้วยเมื่อเห็นสมควร

ยาที่ใช้ในการรักษาประเภทนี้

ปัจจุบันนี้มียาหลายตัวที่ถูกอนุญาตให้นำมาใช้ในการรักษาด้วยการใช้ยาช่วยสำหรับผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น

  • เมทาโดน (Methadone) เป็นสารในกลุ่มเดียวกันกับฝิ่น เฮโรอีนและมอร์ฟีน ซึ่งถูกนำมาใช้ทดแทนสารเสพติดดังกล่าวในผู้ที่ต้องการเลิกยาโอปิออยด์ อาจใช้ในระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการเสพติด
  • บิวพรีนอร์ฟีน (Buprenorphine) เป็นยาลดปวดในกลุ่มโอปิออยด์ที่ถูกนำมาใช้ลดการใช้สารเสพติด มักเป็นยาที่ใช้อมใต้ลิ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะปรับยาจนได้ระดับความสมดุลใหม่ใน 2-3 วัน
  • นาลเทรกโซน (Naltrexone) มักถูกใช้กับผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรังและผู้ที่เสพติดการใช้ยาประเภทโอปิออยด์ ช่วยบรรเทาอาการอยากยาได้


เลิกยาให้สำเร็จ มีปัจจัยมากกว่าแค่การหยุดยา

3 วิธีเลิกใช้ยาเสพติดอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียด - ภูฟ้าเรสท์โฮม

อกจากการเลิกยาตามโปรแกรมและวิธีที่ถูกกล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการเลิกยาได้อย่างถาวร

  • สิ่งที่คนรอบตัวหรือครอบครัวสามารถช่วยได้คือการเข้าใจเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ รวมถึงผลกระทบระหว่างโปรแกรมการเลิกยา เพื่อที่จะได้ให้กำลังใจ พูดคุยและสนับสนุนผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง
  • เข้าร่วมการบำบัดแบบกลุ่มเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถดำเนินการเลิกยาได้สำเร็จ เพราะผู้คนในกลุ่มบำบัดผ่านเหตุการณ์คล้าย ๆ กันมาก่อน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้อื่น มีกำลังใจในการเลิกยา รวมถึงยังได้แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการเลิกยาในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย ที่นอกจากจะเริ่มต้นได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังอาศัยความร่วมมือจากผู้คนรอบตัวในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเริ่มออกกำลังกาย ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร หรือแม้แต่กระทั่งรูปแบบการสื่อสารที่ทำให้ผู้ป่วยและคนรอบข้างใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างสงบสุข
  • การบริหารจัดการความเครียด รวมถึงการเข้าใจถึงสิ่งกระตุ้นรอบตัว ทำให้ผู้ป่วยสามารถเฝ้าระวังตัวเองได้ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจจะกลับไปใช้สารเสพติดได้อีก
  • การวางแผนเลิกยาเสพติดที่เหมาะสมกับตัวเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ใช้สารเสพติดควรเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพราะจะมีโปรแกรมการเลิกยาที่มีประสิทธิภาพ ปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะอาการและความต้องการของผู้ป่วย ทำให้สามารถเลิกยาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น


เลิกยาเสพติดไม่ง่าย แต่ไม่ยากเกินไป

ภูฟ้าเรสท์โฮม ศูนย์บำบัดยาเสพติดเอกชนของเราขอยืนยันว่าการเลิกใช้สารเสพติดหรือยาเสพติดเป็นเรื่องที่ทำได้จริง หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังมองหาวิธีเลิกยาเสพติดที่ได้ผลและถาวร สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับภูฟ้าเรสท์โฮมได้ตลอดเวลา เราพร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลิกยาเสพติดอย่างรอบด้าน


โปรแกรมการเลิกยาเสพติดของเราถูกต้องตามกฎหมายด้วยระบบที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยมากมาย ได้รับการยอมรับจากผู้รับบริการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก โดยทางการแพทย์ ทีมบำบัดและผู้ชำนาญการด้านเลิกยาเสพติดโดยเฉพาะ โทร. 1522




สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนมารับการรักษาที่ภูฟ้า

บทความที่คุณอาจสนใจ

รูปหน้าปกการรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

การรับฟัง คือจุดเริ่มต้นของการเลิกยาเสพติด

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยหรือไม่? พยายามตักเตือนลูกให้เลิกยาเสพติด แต่กลับยิ่งถูกต่อต้าน หรือสถานการณ์แย่ลง นั่นเพราะจุดเร...

หน้าปกบทความเตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

เตือนภัยวัยรุ่น ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล (Rohypnol) สุดอันตราย!

โพสต์เมื่อ 26 มีนาคม 2569

เคยได้ยินหรือไม่? ยาลิ้นฟ้า หรือโรฮิปนอล ยาในกลุ่มยานอนหลับอีกหนึ่งตัวที่ถูกนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประส...

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

ปัญหาที่จะตามมา หากเลิกยาเสพติดผิดวิธี

โพสต์เมื่อ 09 กุมภาพันธ์ 2569

เลิกยาเสพติดผิดวิธี อันตรายแต่ผลที่ตามมามากกว่าที่คิด ผู้ป่วยยาเสพติดแต่ละคนต้องการการดูแลที่แตกต่าง...